เอี๊ยด!
เสียงเบรคของยานยนต์ที่ใช้ขนย้ายสิ่งของสีขาวจอดเทียบหน้าบ้านข้างๆดังขึ้นทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งทำการบ้านปิดเทอมอย่างขะมักเขม้นวางดินสอในมือลง
แล้วชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่าง
" บ้านข้างๆเขาจะย้ายเข้ามาอยู่แล้วเหรอ
ถ้ามีเด็กรุ่นเดียวกับเราก็ดีสินะ จะได้เป็นเพื่อนกัน "
เด็กหนุ่มพึมพัมกับตัวเอง
พลางมองไปยังครอบครัวที่ย้ายเข้ามาใหม่ สายตาเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายรูปร่างสูงหน้าตาคมคายที่เดินมากับแม่ของเขา
" แอนดี้ ! แอนดี้ ทำการบ้านเสร็จหรือยังลูก
ลงมาหาแม่หน่อย " เสียงตะโกนเรียกจากผู้เป็นแม่ดังขึ้นมาจากข้างล่างบ้าน
เด็กหนุ่มเดินลงตามเสียงเรียกหาของผู้เป็นแม่ที่กำลังวุ่นอยู่ในห้องครัว
" ยังไม่เสร็จเลยฮะแม่ แม่มีอะไรหรือเปล่าฮะ?
"
" แม่ว่าจะทำคุ้กกี้น่ะ
ว่าจะทำเพื่อเอาไปฝากให้เพื่อนบ้านที่ย้ายมาใหม่น่ะลูก อยากช่วยแม่ทำด้วยไหมล่ะ
"
" อืมม์
ก็ได้ฮะแม่เดี๋ยวผมช่วยแม่ทำคุ้กกี้ให้เสร็จก่อนก็ได้แล้วค่อยขึ้นไปทำการบ้านต่อ
"
มันอาจดูแปลกๆที่เด็กผู้ชายช่วงอายุวัยสิบต้นๆมาเข้าครัวทำขนมกับแม่แต่สำหรับแอนดี้แล้วเขาสนุกและชอบการทำอาหารและขนมมาก
อาจเป็นเพราะที่บ้านมีแต่ผู้หญิงด้วยล่ะมั้ง ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ คุณน้า คุณป้า
และพี่สาวทุกคนในบ้านต่างก็เป็นงานบ้านงานครัวกันหมด
ยกเว้นคุณพ่อไว้หนึ่งคนที่เป็นเหมือนผู้ชายเกาหลีทั่วๆไปที่เน้นการทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินเข้าบ้านซะมากกว่ามาหยิบจับหรือวุ่นวายกับงานภายในบ้าน
สองแม่ลูกช่วยกันอบขนมกว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปจนเกือบบ่ายแล้ว
แอนดี้นำขนมที่ทำเสร็จบรรจุลงบนถุงใสแล้วผูกโบว์สีขาว
เขาวางมันไว้ตรงโต๊ะทานข้าวตั้งใจว่าจะทานข้าวกลางวันให้เสร็จก่อนแล้วช่วงเย็นๆค่อยเอาไปให้เพื่อนบ้านที่ย้ายเข้ามาใหม่กับแม่อีกที
" ย้ายเข้ามาใหม่เหรอคะ? "
" ใช่ค่ะ ครอบครัวเราเพิ่งมาจากต่างประเทศน่ะค่ะ"
" ยินดีต้อนรับนะคะ
ถ้ามีอะไรขาดเหลือหรืออยากให้ช่วย บอกได้เลยนะคะ "
" ขอบคุณนะคะ "
หญิงสาวตอบพร้อมส่งยิ้มมาให้แอนดี้กับแม่ที่เอาคุ้กกี้มาฝากเพื่อนบ้าน
" ดิฉันก็มีลูกชายเหมือนกันค่ะ ชื่อเอริค
น่าอายุมากกว่าหนูคนนี้"
" แอนดี้ค่ะ
ชื่อของเขาค่ะ " คุณแม่ตอบพร้อมส่งยิ้มกลับ
" แอนดี้จ๊ะ
ช่วยเอาคุ้กกี้เข้าไปให้เอริคในบ้านทีสิจ๊ะจะได้ทำความรู้จักกันด้วยไงจ๊ะ "
เด็กหนุ่มหันมามองหน้าแม่ด้วยความลังเล แต่เมื่อเห็นแม่ตนเองพยักหน้าพลางยิ้มเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไรก็โค้งหัวให้ผู้ใหญ่อีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ
เด็กหนุ่มตัวสูงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
พลางมองพิจารณาบ้านหลังใหม่อย่างไม่ค่อยชอบใจนัก
เขาไม่อยากย้ายกลับมาที่เกาหลีเลยเพราะขี้เกียจปรับตัวและด้วยนิสัยของเขาที่ไม่ชอบเข้าหาใครก่อนด้วย
ทำให้เด็กหนุ่มแอบกังวลอยู่เหมือนกันว่าจะปรับตัวเข้ากับเพื่อนและโรงเรียนใหม่ได้ไหม
" นายชื่อเอริคหรือเปล่า"
เสียงเล็กๆดังขึ้นมา
เด็กหนุ่มหันหน้าไปมองเจอเด็กหนุ่มตัวเล็กแก้มป่อง
ตาชั้นเดียวที่กำลังทำหน้าเอ๋อๆอยู่
" ฉันชื่อแอนดี้นะ อยู่ข้างบ้านน่ะ นี่คุ้กกี้
ฉันกับแม่ช่วยกันทำ อร่อยนะ "
เด็กหนุ่มตัวเล็กส่งยิ้มกว้างจนตาที่มีอยู่ชั้นเดียวปิดสนิท
และแอบหวังว่าอีกฝ่ายจะประทับใจและอาจได้เป็นเพื่อนกันจากนี้ไป
น่ารัก .....
ความรู้สึกแรกเจอที่เอริครู้สึกกับเด็กหนุ่มตัวเล็กตรงหน้า
" ขอบใจนะ ฉันชื่อเอริค
ยินดีที่ได้รู้จักนะแอนดี้"
...................................................................
" เอริค! "
เสียงตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มพาให้เขาหลุดจากภวังค์ ร่างสูงหันหน้าไปตามเสียงเรียก
" บอกกี่ทีแล้ว ว่าให้เรียกพี่น่ะ "
" พี่...... เอริค" คนตัวเล็กแกล้งยวนคนตัวโตกว่าพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้
รอยยิ้มแบบนี้นี่ล่ะที่เอริคเกลียดนัก
เห็นทีไรรู้สึกแปลกๆข้างในทุกที
" แล้วนี่มีอะไร ถึงได้มาหาที่นี่ "
" เอริคลืมไว้
คุณป้าเลยฝากให้เอามาให้" แอนดี้ยื่นข้าวกล่องสีฟ้าให้อีกฝ่าย
" เออ ลืมไปเลย ขอบใจนะ "
เพราะความที่เขาต้องรีบมาซ้อมบาสของชมรมตอนช่วงเช้าเลยทำให้ชายหนุ่มลืมหยิบมันออกมาด้วย
"ไม่เห็นเอริคจะไปซ้อมบาสกับเพื่อนเลย
เห็นนะว่านั่งเหม่ออยู่น่ะ แอบอู้อยู่ล่ะสิ"
คนตัวเล็กแซวอีกฝ่ายพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่
เอริคยิ้มพลางส่ายหัวให้อีกฝ่าย
ร่างสูงยื่นมือไปรับกล่องข้าวมาจากสองมือเล็ก
ปลายนิ้วที่เผลอแตะกันเบาๆด้วยความไม่ตั้งใจนั้นมันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง
แต่คนตรงหน้านี่สิช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลย.....
" ข้าวติดปากน่ะเอริค "
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กข้างหน้า
" บอกให้เรียกพี่ไง "
" ไม่เห็นเป็นอะไรเลยแก่กว่ากันแค่ปีสองปี
ไหนตอนเด็กๆเอริคบอกที่อเมริกาเขาเรียกชื่อกันเฉยๆไง"
ร่างเล็กบ่นพลางเอื้อมมือไปเขี่ยเม็ดข้าวข้างขอบปากให้อีกฝ่าย
เป็นภาพที่ชินตาของคนในโรงเรียนนี้ไปแล้วสำหรับคู่นี้
จะคิดยังไงก็ไม่พ้นอยู่สองอย่าง ...
ถ้าไม่เป็นพี่น้องที่สนิทกัน
ก็น่าจะมีอะไรที่พิเศษ....
" ก็ฉันไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าฉันเป็นเพียงเพื่อนนายนี่
"
เป็นคำตอบที่ทำให้แอนดี้แอบชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะมองหน้าอีกฝ่าย ตาทั้งคู่สบกัน ร่างสูงมองอีกคนด้วยใบหน้านิ่งๆอย่างที่ชอบทำ
ซึ่งมันทำให้คนตัวเล็กไม่ชอบเอาซะเลย
กับสายตาคู่นั้น....
เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่....
แอนดี้ค่อยๆชักมือกลับแล้วทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน....
ก็แค่ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลังเขิน
" วันนี้กลับด้วยกันนะเอริค เดี๋ยวเจอกันที่เดิมนะ
ไปล่ะ"
ยังไม่ทันฟังคำตอบจากอีกฝ่าย
ร่างเล็กก็วิ่งออกไปเสียแล้ว ทิ้งให้อีกฝ่ายแอบอมยิ้ม
ทำไมจะไม่ยิ้มล่ะ...
ก็เวลาแอนดี้เขินมันน่ารักจะตาย
รู้สึกดีทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
ชอบ.... แต่ไม่เคยเอ่ยออกไป
เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีบ่งบอกเวลาว่าเย็นมากแล้ว
การซ้อมบาสก็สิ้นสุดลง
เอริคเปลี่ยนชุดกีฬามาเป็นชุดนักเรียนแล้วเก็บข้าวของยัดใส่กระเป๋าของตัวเอง
แล้วรีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กที่ห้องสมุดที่เดิมที่นัดกันไว้เป็นประจำ
" เอริค! "
ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อเห็นเพื่อนห้องถัดไปที่อยู่ชมรมบาสด้วยกันเรียกไว้
" มีอะไร? "
" เรื่องแอนดี้..."
" ไม่ให้จีบ "
" เป็นแฟนกันเหรอไง"
" ปล่าวเป็น แต่ไม่ให้จีบ ไปนะ"
พูดตัดบทออกไปทั้งๆสีหน้าเรียบเฉย ไม่ใช่อะไร ข้างในใจมันกำลังรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกถามแบบนี้
และก็เช่นกันกับคำตอบที่ไม่ใช่ครั้งแรกเหมือนกัน
ใช่
ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่หวง...
" รอนานไหม "
เสียงแหบต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเบาๆ
" มาก.... " เสียงเล็กๆพร้อมหน้าทะเล้นที่ชินตาไม่ได้ทำให้ร่างสูงรู้สึกอะไรกับคำตอบที่ได้รับกลับมาเพราะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาแบบไหน
เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กของแอนดี้กึ่งลากกึ่งดึงออกมาเพื่อให้เดินด้วยกัน
ร่างเล็กมองมือหนาที่จับข้อมือของตนอยู่ก็เอื้อมมืออีกข้างไปแกะมันออก
แล้วเป็นฝ่ายกุมมือหนาๆนั่นไว้แทน
ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครพูดอะไรออกมา
นอกจากรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากจากทั้งคู่
" เอริค "
" ว่าไง? "
" เอริคเคยชอบใครไหม? "
" ..... ทำไมเหรอ นาย.. กำลังชอบใครอยู่หรือไง?
"
แทนที่จะตอบคำถามกลับถามกลับไปยังอีกฝ่าย
สีหน้าที่ไม่ได้แสดงอะไรออกไปแต่แรงจับที่มือกลับแน่นมากขึ้น
" อืม ประมาณนั้นล่ะ"
"..........."
"..........."
" บอกเขาไปหรือยังล่ะ?"
" ถ้าชอบเขาก็บอกเขาไปสิ
เดี๋ยวโดนคนอื่นตัดหน้าไปหรอก"
ประโยคหลังที่พูดออกไปเอริครู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดกับแอนดี้แต่กำลังบอกตัวเองต่างหาก
แอนดี้เองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทั้งสองคนยังคงเดินจูงมือกันไปอย่างเงียบๆจนถึงบ้าน คนตัวเล็กคงไม่รู้สินะ
ว่าใจของเอริคลอยไปไหนต่อไหนแล้ว
หลังจากไปฝากท้องมื้อเย็นกับข้างบ้านมา
เอริคก็กลับมาบ้านของตัวเอง เขาเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของเขา
ดวงตาเรียวเหลือบไปมองผ้าม่านสีน้ำเงินเข้มที่ปิดอยู่ ในห้องของเขา
ระเบียงห้องของอีกฝ่ายอยู่ตรงข้ามกัน หลายครั้งที่เคยคุยกันผ่านระเบียงนี้
อย่าว่าแต่คุยปีนหาอีกฝ่ายก็ยังเคยทำมาแล้ว
ร่างสูงยังจำได้ดีตอนที่เขาทำเนียนไม่ยอมกลับห้องตัวเองข้ออ้างคือ
ง่วงมาก กลับห้องตัวเองไม่ไหว สุดท้ายคนตัวเล็กก็ต้องยอมให้เขานอนด้วย
ยังจำได้ไม่เคยลืม
กลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่ที่โชยมายามคนตัวเล็กอยู่ในอ้อมกอดเขา
จะเปิดดีไหม?
ทำไมยังรู้สึกอยากคุย .. ยังอยากเห็นหน้าอีก..
ทั้งๆที่เพิ่งลากันเมื่อกี๊
คนตัวเล็กนั่งอยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำเสร็จ
ในหัวมันมีเรื่องให้คิด..
คิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็น
สัมผัสของมือหนาที่กอบกุมมือเล็กยังคงอยู่
ไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดให้เห็นผ่านสายตาหรอกแต่มันกลับแจ่มชัดในความรู้สึกข้างใน
อบอุ่น... จนไม่อยากปล่อยมือเลย
ก็ไม่รู้ทำไม?
ทำไมถึงได้รู้สึกดีกับคนตัวโตนั่น คนเฉยชาไร้ความรู้สึกแบบนั้น...
ไม่รู้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรที่ชอบเวลาที่ได้ต่อล้อต่อเถียงด้วยกัน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่หัวใจเต้นแรงยามโดนสายตาเรียวคู่นั้นมองมา
เคยแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะเป็นคนพิเศษ
เลยอยากจะลองใจดู แต่คำตอบที่ได้มาจากอีกฝ่ายในวันนี้...
บางทีเขาอาจจะคิดไปเอง ...
เราอาจจะเป็นแค่พี่น้องกัน...
" พี่น้อง .. เพราะแบบนี้ไงเลยไม่อยากเรียกพี่
"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ
ถ้าคิดกับอีกฝ่ายได้แค่นั้นจริง จังหวะหัวใจคงไม่เต้นแรงแบบนี้หรอก....
ตื้ด ตื้ด
เสียงสมาร์ทโฟนเครื่องบางที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น
แอนดี้ลุกจากเตียงขึ้นไปหยิบมันมาเพื่ออ่านข้อความในแอพแชท
เมื่อเห็นชื่อที่ขึ้นหน้าจอว่าเป็นใครก็ทำให้เขาแอบอมยิ้มไม่ได้
เอริค: นอนหรือยัง?
แอนดี้ : ยัง มีอะไร?
เอริค : นายชอบใคร?
แอนดี้มองข้อความล่าสุดที่เด้งมาก็เผลอถอนหายใจออกมา
จะให้เขาตอบอีกฝ่ายไปยังไงดี ให้ตายเหอะ แต่ถ้าไม่ตอบแล้วทำเฉยๆไป
คนตัวโตต้องบุกมาถามเขาต่อที่ห้องแน่ๆ
ตามนิสัยคนหัวดื้อเวลาอยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้
แต่ที่น่าเจ็บใจทำไมเขาต้องยอมทุกครั้งก็ไม่รู้เหมือนกัน
แอนดี้ : จะรู้ไปทำไม?
เอริค :
จะบอกกันดีๆหรือจะให้เข้าไปถามในห้อง
ไม่ใช่คำถามแต่เป็นประโยคบอกเล่าของอีกฝ่ายที่แกมบังคับให้ตนต้องตอบ
คนตัวเล็กคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้เลยพิมพ์ข้อความกลับไป
แอนดี้ :
อยากรู้ก็เปิดผ้าม่านมาคุยกันดีๆละกัน
มือกดส่งข้อความออกไปไม่นานนัก
สักพักก็มีเสียงเคาะเบาๆดังขึ้นมาที่ระเบียงห้อง
จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่...
แอนดี้ลุกขึ้นไปเปิดผ้าม่านสีขาวที่ระเบียงห้องของตัวเอง
" ฉันบอกแค่ว่าให้เปิดผ้าม่านมาคุยกันดีๆไม่ใช่ให้ปีนมาหาแบบนี้ซักหน่อย
ไม่กลัวตกไปเหรอไง? "
คนตัวสูงยืนทำหน้านิ่งเฉยอยู่ที่ระเบียงพลางเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่สนใจคำบ่นของคนตัวเล็กนัก
" ตกลงว่าใคร "
"ใคร อะไรเหรอ? " ทำเป็นตีหน้าซื่อถามกลับอีกฝ่ายไปเพราะจงใจแกล้งให้อีกฝ่ายหงุดหงิดเล่น
ข้อมือเล็กโดนคว้าโดยมือหนา
และด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้คนตัวเล็กล้มลงไปทับอีกฝ่าย
เมื่อเงยหน้ามาระยะห่างช่างน้อย...น้อยจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอีกฝ่าย
คนตัวเล็กพยายามขืนตัวเพื่อที่จะลุกขึ้นแต่กลับถูกคนที่ตัวโตกว่าเอาแขนมาโอบรอบตัวเขาไว้
เสียงหัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินและรู้สึก
" แอนดี้... แค่บอกมาว่าเป็นใคร? " เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหู
" นาย.. ไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันชอบใคร?
"
" ไม่รู้สิ
แต่บางทีคงอยากให้แน่ใจว่าไม่ได้คิดอะไรไปเองมั้ง "
" คนที่ฉันชอบน่ะซื่อบื้อมากเลย ชอบทำหน้าไร้อารมณ์
จะแสดงความรู้สึกอะไรออกมาก็ทำไม่เป็น ไม่เคยทำอะไรให้มันชัดเจนด้วย
แต่ก็ไม่รู้ทำไม.. ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นฉันก็ยังคงชอบเขา "
คนตัวใหญ่ฟังคนตัวเล็กพูดไปก็แอบอมยิ้มไปพลางกระชับวงแขนให้คนตัวเล็กเข้ามาใกล้มากขึ้น
จะให้ไม่ยิ้มได้อย่างไรก็ที่อีกฝ่ายพูดมาทั้งหมดมันคือตัวเขาทั้งนั้นล่ะ
" แอนดี้..
ตั้งให้ฟังให้ดีนะ ฉันจะพูดแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะ"
" ............. "
" อันที่จริง
ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไรกับสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกนาย
ที่ไม่แน่ใจไม่ใช่เรื่องความรู้สึกของฉันนะ แต่ฉันแค่กลัวว่านายอาจจะไม่เหมือนเดิม
"
" ..............."
" ทุกครั้งที่เราได้ใกล้ชิดกัน
ความรู้สึกที่ฉันมีต่อนายมันค่อยๆมากขึ้นทุกที
เวลาที่มีคนมาถามถึงความสัมพันธ์ของฉันกับนาย
ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกทีเพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบเขาไปยังไง แต่ที่ฉันรู้คือ
ฉันหวง.. ไม่อยากให้ใครได้ใกล้นายเหมือนฉัน "
คนตัวเล็กยังคงนั่งนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูง
เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังพูดอยู่ด้วยซ้ำ
เอริคค่อยๆผละออกจากแอนดี้ช้าๆ มือหนาประคองแก้มนุ่ม
ริมฝีปากหนาค่อยๆขยับเข้าใกล้เพื่อสัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผากของอีกฝ่าย
" ทีนี้รู้หรือยังว่าฉันชอบใคร? "
E N D
No comments:
Post a Comment