Tuesday, October 06, 2015

I Miss You [Byunghun x Chanhee]




แก้วเตกิล่าถูกยกซดรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้วตามด้วยซีกมะนาวเล็กๆทั้งชิ้น ชายหนุ่มดูด เคี้ยว และปลิ้นเปลือกมันออกทิ้งพร้อมเปิดปากระบายแรงๆไปตามความแรงและร้อนของเหล้า

ท่าทีอย่างนั้น... น้ำเสียงอย่างนั้น...
มันช่างเซ็กซี่นัก

ร่างเล็กแกล้งเบือนหน้าแสร้งทำเป็นมองทะเล น้ำทะเลตอนกลางวันเป็นสีฟ้าใสกระจ่าง และสะท้อนกับเปลวแดดวิบวับจนตาพร่า

" ผมจะสั่งอีกแก้ว คุณต้องการอีกสักแก้วมั้ย ?" ร่างสูงถามเสียงเรียบ และไม่มีคำพูดอะไรนอกจากการส่ายหน้าของอีกฝ่ายกลับมา

ชายหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมยกยิ้มน้อยๆ 

" ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย "

" ไม่ล่ะ นี่มันเพิ่งเที่ยงวันเองนะ "

" ปีก่อน คุณดื่มเบียร์ตั้งแต่หลังมื้อเช้า " รอยยิ้มบางๆแต่ใบหน้าเรียบนิ่งตามสไตล์เด็กนอก ทำให้ร่างเล็กหัวเราะเขินๆ แล้วยอมรับ

" เออ... จริงสินะ ดื่มกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า คุณจำได้"

ก็แค่ต้องการจบประโยคสนทนาไว้แค่นั้นไม่ได้คาดหวังอะไร แต่คำตอบที่อีกฝ่ายตอบกลับมากลับทำให้ใจของตัวเองต้องสั่นไหว

" แน่นอนสิ ผมจำได้ทุกอย่าง "

สิ่งที่พูดมาความหมายตามนั้น หรือแฝงความนัยอย่างอื่นเป็นพิเศษ?

เผลอมองตาอีกฝ่ายก็พบว่าดวงตาคู่คมหวานกำลังมองจับจ้องมาที่เขา อีกแล้ว ชอบมองตรงๆเหมือนมีบางคำพูด .....  แต่ก็ไม่พูด

..... ท่าทีแบบนี้ไงที่ทำให้ใจสั่นไหวระรัวเสมอ ....

ภาพคืนฝนพรำของเมื่อปีที่แล้วก็ย้อนกลับมาฉายชัดอยู่ในใจ

รสสัมผัสของจูบนั้นยังคงอยู่ รสเหล้าแรงซ่านที่ปลายลิ้น รสเค็มของเกลือที่เคล้าอยู่ที่ริมฝีปาก ได้กลิ่นมะนาวอวลอยู่กลายๆ แรงสัมผัสจากปากเรียวที่เผาร่างเล็กจนร้อนวูบวาบไปทั้งตัว พาหัวใจให้หวามไหวจนแทบละลาย 

" ชางฮยอนชวนผมไปว่ายน้ำ เดี๋ยวเล่นน้ำเสร็จผมอาจจะดื่มเบียร์ " เขาพูดแก้เขินพลางจิบน้ำส้มดับความคิดร้อนๆของตนเอง 

ร่างสูงเงียบไม่ตอบอะไร แต่ยังคงมองหน้า

เกลียดนักล่ะ ... กับท่าทีแบบนี้ที่มันทำให้ร่างบางรู้สึกเคอะเขิน ทำอะไรไม่ถูก ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตูมตาม มารู้ตัวอีกทีว่าเอาแต่คิดถึงอีกฝ่ายก็ตอนที่ช่วงวันหยุดของเขาใกล้จะหมดแล้ว

มาแน่ใจอีกทีว่าตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว ก็เมื่อถูกเขาจูบในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะกลับ

ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อว่าแค่เพียงจูบเดียวจะตรึงใจได้แน่นหนาเพียงนี้ เพียงจูบเดียวที่ทำให้เขาแอบรอคอยผ่านเดือนแล้วเดือนเล่าเพื่อจะให้ถึงฤดู ร้อนอีกครั้ง

...และจูบนั้นทำให้เขามิอาจตกหลุมรักใครได้อีก...

ตลอดเกือบหนึ่งปีที่อยู่ไกลกันคนละฟากฟ้า อีกฝ่ายติดต่อกลับมาถามไถ่สุข-ทุกข์ในน้ำเสียงของเพื่อน ไม่มีประโยคใดบอกความนัยเป็นพิเศษ นอกจากคำลงท้ายว่า "คิดถึง" ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้หัวใจมันพองโตและอิ่มเอิบ ก็ไม่มีอะไรนอกจากแอบยิ้มหวานคนเดียวไปตลอดทั้งวัน

แต่มันก็ไม่ได้มากมายพอที่จะทำให้กล้าทำอะไรเพื่อสานต่อไปมากกว่านี้ เหมือนสายสัมพันธ์ที่ว่างเปล่าผ่านตัวอักษรทางอีเมล์ และเป็นเขาเองที่ค่อยๆตอบน้อยลงและไม่ตอบเสียมากกว่า จนในที่สุดอีกฝ่ายเองก็ค่อยๆเงียบหายไป

"ที่จริงซัมเมอร์นี้ผมต้องไปอังกฤษกับเพื่อนๆ... "

น้ำเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นมา แล้วหยุดอยู่แค่นั้น ทำให้ร่างบางเป็นฝ่ายสบตาอีกฝ่ายตรงๆบ้าง

ใจมันแอบหวังว่าอาจจะมีประโยคอื่นตามมา...

พูดออกมาสิ พูดออกมาว่าคุณก็คิดถึงผม 

พูดอะไรก็ได้ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าระหว่างเรามันมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างในใจ 

ผมไม่สนหรอกว่ามันจะจริงจังหรือสั้นแค่ไหน ผมแค่อยากรู้สึกอุ่นใจ ว่าจูบนั่นไม่ใช่เพียงแค่ความเมามายหรือแค่ความเผลอไปด้วยเพราะความใกล้ชิด 

แค่พูดมันออกมาได้โปรด ....

" แต่ผม .... " แล้วก็เงียบไป

แบบนี้ล่ะที่ทำให้รู้สึกอึดอัดเสมอแต่ทว่าก็แอบละเมอเพ้อหา เหมือนกับพึงพอใจที่จะรู้สึกว่าทำตัวเองหายไปในแต่ละนาทีที่ได้อยู่กับอีกฝ่าย 

ตาเรียวสบตากลมไม่มีใครพูดอะไรออกมาคล้ายจะหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน 

" ชานฮี ไปว่ายน้ำกันเถอะ "

เสียงใสๆของชางฮยอนทำให้ทั้งสองคนเกือบสะดุ้ง 

น้ำทะเลตอนกลางวันอุ่นสบาย เพื่อนบางคนมีลูกบอลพลาสติกสีเหลืองสดมาด้วย มันก็ช่วยให้เพลิดเพลินดีกับการโยนรับลูกบอลนั้นให้กันไปมา 

สักพักก็ชวนกันว่ายไกลออกไปเพื่อเล่นคลื่น ร่างบางเริ่มรู้สึกเหนื่อยจึงว่ายกลับมาแถวใกล้บริเวณชายฝั่ง เขานอนลอยตัวคล้ายๆจะให้น้ำทะเลโอบอุ้ม แหงนหน้ามองเมฆขาวที่ลอยละล่องกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองบนชายหาด  เมื่อไม่เห็นคนที่คิดว่าจะเห็นจึงตัดสินใจขึ้นจากทะเล 

มือบางหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า ตัดสินใจนอนลงผ้าปูลายดอกผืนโตบนทรายขาวนุ่มที่อยู่ใต้เงาไม้ใกล้ๆที่พัก สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่จึงเอื้อมมือไปหยิบ น่าจะเป็นของใครสักคนในกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันนี่แหละ  ยังไม่ทันได้เปิดอ่านร่างสูงที่คุ้นตาก็เดินมานั่งข้างๆ มือเรียวส่งเบียร์ขวดเล็กมาให้  มือเล็กรับขวดสีอำพันตรงหน้ามา ไม่มีใครพูดอะไรแค่นั่งเงียบๆอยู่ใกล้ๆกัน

ระหว่างเขาสองคนไม่ค่อยมีถ้อยคำใดให้กันมากมายนัก แต่ไม่รู้ทำไมในความเงียบงันนั้นมันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง... บางอย่างที่ทำให้รู้สึกดี ... 

อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ หรือมันอาจเป็นแค่บางสิ่งที่ร่างเล็กอาจจะแค่ฝันเพ้อไปเองข้างเดียว และไม่เคยมีอยู่ก็เป็นได้

เมื่อปีที่แล้วก็อย่างนี้ ชอบมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ส่งเบียร์ให้ดื่มเป็นเพื่อน หยิบบุหรี่จากปลายนิ้วเขาไปสูบบ้างล่ะ ชอบมานั่งเงียบๆไม่พูดอะไร แล้วก็มองหน้า...

มองสบตากันตรงๆเหมือนจะค้นหาความรู้สึกอะไร... หรือเปล่า ?... ไม่กล้าเดา

ดวงตากลมทอดสายตาอยู่บนบรรทัดของหนังสือ แสร้งทำเป็นอ่านไปอย่างนั้นล่ะ ทั้งที่ความจริงมองไม่เห็นถ้อยคำใดๆสักนิด อีกฝ่ายคงไม่รู้หรอก ว่าเขาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย

" ผมไปอาบน้ำดีกว่า เริ่มรู้สึกเหนียวตัวแล้ว ขอตัวนะ"

ตัดบทง่ายๆเพื่อจะได้หนีจากบรรยากาศตรงนั้นออกมา ไม่ใช่อะไร  เขารู้สึกเขินอายตัวเอง มันรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้กับอีกฝ่ายจนกลัว...

กลัวว่าตัวเองจะเก็บซ่อนความในใจไม่ได้แล้วเผลอบอกออกไปผ่านทางสายตาว่าที่ผ่านมาคิดถึงเขาแค่ไหน อยากโอบกอดเขามากเพียงใด และรสสัมผัสนั้น... อยากได้รับจากเขาอีก.. 

พอถึงที่พักร่างบางนั่งนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง ขอบตาร้อนผ่าวไปเต็มไปด้วยความรู้สึกข้างในที่มันอึดอัด ถึงแม้เขาพยายามฝืนและอดกลั้น แต่แล้วน้ำตาหยดแรกก็ร่วงรินออกมา พร้อมกับเสียงประตูห้องที่เปิดเข้ามา 

" เกิดอะไรขึ้น คุณเป็นอะไรหรือ ? "

ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง เห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นพร้อมปาดน้ำตาไม่ยอมตอบคำถาม ระยะห่างของทั้งสองค่อยๆหายไปเมื่ออีกฝ่ายเดินสวนออกมา 

ชายหนุ่มไม่รอช้าเอื้อมมือหนาคว้าข้อมือบางไว้ แล้วดึงเข้ามากอด พอคนในอ้อมกอดได้สติเงยหน้าขึ้นมา เขาก็แนบริมฝีปากเบียดชิดทันที

ร่างเล็กจูบตอบ ต่างฝ่ายต่างบดเคล้าริมฝีปาก ทั้งรุนแรงและเร่าร้อนคล้ายจะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งปวงจากในใจสู่จูบนั้น

ไม่ทันรู้ตัวว่าล้มตัวลงบนเตียงได้ยังไง แต่เมื่ออีกฝ่ายถอนจูบออกไป แล้วค่อยๆจูบแผ่วเบาตามซอกคอและริมหู มือค่อยๆลูบไล้ผ่านตามเนื้อผ้า 

เสียงลมหายใจของคนข้างล่างเริ่มติดขัด สติสัมปชัญญะที่มีค่อยๆหายไป

" บยอง... บยองฮอน ... เดี๋ยวก่อน"

ตาเรียวมองตากลมพร้อมยิ้มมุมปาก 

" อีชานฮี คุณคิดถึงผมมั้ย" เขาถามเหมือนกระซิบ

ชานฮีพยักหน้า แล้วดันตัวขึ้นจูบอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง

แดดยามบ่ายส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา ในห้องมีไอแดดอุ่นๆส่องประกาย แต่สองร่างยังคงกอดกัน.. และแลกรสของริมฝีปากซึ่งกันและกันอย่างโหยหา

ก็แค่อยากให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าความรู้สึกที่มีให้กันนั้น.... 

...... มันไม่ได้ต่างกันเลย



E N D .




3 comments:

  1. เง้ออออออ จบ!! >_______<
    กำลังอ่านเพลินๆเลยค่า5555
    กว่าจะรู้ตัวว่าต่างฝ่ายต่างคิดถึงกัน เล่นเอาคนอ่านลุ้นตาม
    รู้ตัวอีกที อ้าว จบ?? 5555
    ค้างเบาๆ แต่เดี๋ยวมโนต่อเองได้ค่า 55555
    ขอบคุณนะค้า เรื่องนี้แอบเปลี่ยนแนว เซะซี่เบาๆ >,<

    ReplyDelete
  2. ฟินตั้งแต่เริ่มจนจบเรื่องเลยค่ะ><
    อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ยิ้มแบบคนบ้ามากเลย:D555555
    จบแบบค้างมากคนอ่านนี่มโนไปไกลแสนไกลแล้วค่ะ^^
    อาจหวังจะมีภาคต่อ55554>______<

    ReplyDelete
  3. ชอบอารมณ์ฟิคหน่วงๆแบบนี้นะ แต่เสียดายสั้นจัง เหมือนมันยังไม่สุดอ่ะค่ะ รีบตัดตอนเข้าห้อง แล้วก็รีบภาพเข้าโคมไฟ 5555 / แต่ก็ฟินเบาๆค่ะ ชอบอารมณ์บยองชานแบบนี้ ^~^

    ReplyDelete