Friday, August 05, 2016

SF : Since you loved me (1) : Byungchan

SF : Since you loved me (1) : Byungchan






          " นาย!!!" 


          อากาศยามเช้าที่ค่อนข้างเย็นเนื่องมาจากอุณหภูมิที่ลดลง สายลมเย็นพัดผ่านเศษใบไม้ที่หล่นตามทางไปยังร่างบางที่เดินลัดเลาะอยู่ข้างสนามฟุตบอล เขาสวมเสื้อฮู้ดสีเทาทับชุดนักเรียน ดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัว มีแมสปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเห็นเพียงแค่ดวงตากลมที่มองไปเรื่อยเปื่อยเพราะกำลังเพลิดเพลินอยู่กับเสียงดนตรีที่ดังมาจากเครื่องเอ็มพีผ่านหูฟังอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง 


         " นาย !!!!!! "


          เสียงตะโกนดังมาเพื่อเรียกความสนใจจากร่างบาง แต่เสียงนั้นไม่สามารถทำให้ใครอีกคนหันกลับมาได้เพราะเขาไม่ได้ยินอะไรและยังคงเดินต่อไป

      



         " เฮ้ย ... นายคนนั้นน่ะ !!!! " 


          " ....... "    เหมือนเดิมไม่มีการตอบรับ แถมอีกฝ่ายยังฮัมเพลงอย่างสบายใจอีกด้วย



          เมื่อเห็นว่าเสียงเรียกของตัวเองนั้นไร้ความหมาย ชายร่างโปร่งจึงรีบเดินเพื่อมาดักหน้าผู้ที่ตนมั่นใจว่าต้องเป็นนักเรียนโรงเรียนนี้แน่ๆล่ะ เพราะดูจากเครื่องแต่งกาย ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะสวมเสื้อฮู้ดทับไว้อยู่ก็ตาม แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวผ่านคนที่อยู่ตรงหน้าพ้น ขาเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวเข้ากับขาเรียวของร่างบางแทน


          โครมมมมมม !!!

          " โอ๊ยยยย!!! " ทันทีที่สองร่างชนกัน ร่างบางของอีกคนล้มลงกับพื้น

   
           " เฮ้ย!! นายมาดักหน้าฉันทำไมเนี่ย ? ดวงตากลมเงยหน้ามองคนที่เป็นต้นเหตุที่ยังคงยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ พอเห็นแถบสีเสื้อของเครื่องแบบจึงรู้ว่าเป็นเด็กปี1

           " อ้าว ! ใส่หูฟังอยู่หรอกเหรอ ?  ถึงว่าฉันตะโกนเรียกนายไม่เห็นหันมาซะที ฉันก็
นึกอยู่ว่านายหูหนวกหรือเปล่า? " 

           สีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกวนและความยียวนทางสายตานั้นทำให้ร่างบางรู้สึกหงุดหงิดไม่ใช่น้อย มือบางดึงแมสที่ปิดหน้าของตัวเองออก 


          " ไอ้บ้า !!!!!!!!! นายเป็นเด็กปีหนึ่งใช่มั้ย  ฉันเป็นรุ่นพี่นายนะ หัดพูดจาให้มันดีๆหน่อย แล้วไม่มีใครสอนเหรอไง เวลาทำคนอื่นเขาเจ็บก็ต้องพูดขอโทษสิ "


          คำพูดที่พร้อมจะสวนกลับไปดันติดอยู่ในลำคอเพียงแค่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย 

        
          " เอ่อ... "

         " ขอโทษครับ คือ .. ผมจะถามว่า โรงยิมอยู่ที่ไหนน่ะครับ ... รุ่นพี่"

         " นี่มันเปิดเทอมมาสองเดือนแล้วโรงยิมอยู่ไหนนายยังไม่รู้อีกเหรอไง ?!! " ชานฮีตะโกนใส่เพราะความโมโห

          " ให้ผมช่วยมั้ย? " มือเรียวถูกยื่นมาตรงใบหน้าหวาน

          " ไม่ต้อง ลุกเองได้ " มือบางปัดมือที่ยื่นมาตรงหน้าออกไปพลางยันตัวเพื่อลุกขึ้น

          " แล้วตกลงโรงยิมอยู่ไหนครับ? "

         " ไม่บอก ไปหาเอาเอง " ให้คำตอบห้วนๆพร้อมกับยักคิ้วให้อีกฝ่ายแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้อีกคนยืนทำหน้างงอยู่กับที่ ก่อนจะเผลอยิ้มมุมปากออกมา

          
           " กวนว่ะ ... แต่ก็น่ารักดี"

..
.
    



            หลายวันต่อมาที่ม้านั่งข้างโรงยิมของโรงเรียน

           " มินซู!!!!!!  " เสียงตะโกนสิบแปดหลอดดังมาจากด้านหลังของคนที่กำลังนอนฟุบอยู่

           " มีไร? "
           " เย็นนี้ไปเล่นคีย์บอร์ดให้หน่อยนะ จะลองซ้อมเพลงใหม่อ่ะ เพิ่งเขียนเนื้อเสร็จเมื่อคืน "


          " เย็นนี้ไม่ว่างว่ะ "

          " ไปไหนวะ? เลื่อนไปก่อนได้ป่ะ วันนี้จงฮยอนก็ไม่อยู่อ่ะ ช่วยหน่อยน่า แล้วเดี๋ยววันหลังฉันจะยอมเป็นแบบให้นายถ่ายรูปเอาไปขายพวกเด็กๆเลย "


          มินซูเป็นเพื่อนร่วมห้องที่อยู่ชมรมดนตรีด้วยกันกับชานฮี มีงานอดิเรกคือถ่ายรูปนักเรียนที่หน้าตาดีในโรงเรียนเพื่อเอาไปขาย

         
         " ............. "

         " จะยอมให้ถ่ายเวอร์ชั่นแบบยิ้มหวานชูสองนิ้วด้วยเลยนะเว้ย โอเคป่ะวะ?"

     

        " เออ ! ก็ได้ งั้นฉันเอานายไปเป็นแบบคู่กับไอเด็กปี 1 คนนั้นดีกว่า ภาพต้องขายได้ราคาดีแน่ๆ"

        " เด็กปี 1?? ใคร ???"

        "  ที่เป็นนักกีฬาบาสอ่ะ เหมือนจะเพิ่งย้ายเข้ามาตอนกลางเทอมนะ กลับมาจากต่างประเทศมั้งถ้าจำไม่ผิด เขากรี๊ดกันทั้งโรงเรียน  นายมัวแต่ร้องเพลงเลยไม่ได้สนใจอะไรเลยล่ะสิ หน้าตาก็หล่ออยู่นะถึงจะเตี้ยไปหน่อยก็เหอะ "

        " เป็นนักกีฬาบาสแต่เตี้ยเนี่ยนะ ? เข้าชมรมได้ไงวะ ใช้เส้นอ่ะดิ เออ !!! ช่างไอเด็กนี่เถอะ ตกลงว่าเย็นนี้นายโอเคใช่มั้ย " 

      
        "อืม ก็ได้ แต่อย่าลืมที่สัญญาว่าจะเป็นแบบถ่ายรูปให้ละกัน " พูดเสร็จมินซูก็ทำท่าจะฟุบที่โต๊ะเพื่อนอนต่อ

       " เห้ย!! อย่าเพิ่งนอนดิ "

      " มีไรอีก? " น้ำเสียงทุ้มต่ำที่สัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดเจือปนอยู่ แต่ชานฮีก็เลือกที่จะไม่สนใจ

      " นายไม่เห็นเหรอว่าวันนี้ฉันมีอะไรเปลี่ยนไป"


        " เปลี่ยน?  "

       " วันนี้ฉันทำผมทรงใหม่มา หล่อป่ะ? "

 
       " อืม หล่อดี สวยด้วย ฉันนอนต่อนะ "

        " ระวัง!!!!!!!!!!! "
 
         ชานฮีหันไปหาเสียงที่ตะโกนดังมาจากทางด้านหลัง

       

        " โอ้ยยยย !!!!!!!!!! " ลูกบาสเด้งกะดอนกลับไปยังทิศทางเดิมจากที่มันมาหลังจากที่ปะทะเข้ากับหน้าผากขาวๆของร่างบาง

   

       " ขอโทษครับ เป็นอะไรมั้ย?"  ผู้ชายรูปร่างเล็กแต่มีกล้ามเนื้อสมส่วนวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา


       มือบางคลำบริเวณหน้าผากของตัวเองด้วยความงงๆ พอสายตาโฟกัสได้ว่าคนที่เข้ามาหาคือคนเดียวกับที่เคยทำให้เขาล้มเมื่อหลายวันก่อนโน้น ก็ตะโกนใส่อีกฝ่ายทันที



      " นาย?! ไอเด็กบ้านี่อีกแล้วเหรอ อ๊ากกกกกกกกก แกตั้งใจใช่มั้ย ? " 


          "  รุ่นพี่นี่เอง เปล่านะพี่ พอดีผมกับเพื่อนๆซ้อมช่วงเช้าเสร็จ เลยเล่นโยนลูกบาสกันแล้วมันก็มาโดนพี่ มันเป็นอุบัติเหตุน่ะพี่ "


           " แล้วทำไมไม่ไปโยนกันในโรงยิม มาโยนเล่นกันข้างนอกทำบ้าอะไร  "


           " โธ่พี่ ผมขอโทษนะ เจ็บมากมั้ย? หน้าผากเป็นรอยเลย เดี๋ยวผมเป่าให้นะ " ไม่พูดเปล่าแต่ก้าวเข้าไปหาคนที่ยืนบ่นตรงหน้า ยื่นมือไปแตะที่หน้าผากเบาๆ พร้อมกับขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ทำท่าจะเป่าลมใส่แต่ชานฮีกลับเอามือผลักใบหน้าเรียวออก

           " ไม่ต้องเลย ฉันไม่ใช่เด็กนะ นายเนี่ยลามปามจริงๆเลย " 

           " เฮ้ย! มินซู ฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกันที่ห้องซ้อมตอนเย็นอีกที " 

           ก่อนหันหลังเดินออกไป ตากลมมองค้อนไปยังคนร่างเล็กที่ยืนทำหน้ากลั้นยิ้มอยู่    


          " ชริ เจอนายนี่มีแต่เรื่องเจ็บตัว"



            หลังจากที่ร่างบางเดินลับตาไปแล้ว เสียงต่ำๆของมินซูผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็พูดแทรกขึ้นมาเบาๆ 

           " มองตามขนาดนั้นไม่เดินตามเขาไปเลยล่ะ? "

           " อ้าว! พี่มินซู ! มานั่งตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร? " 


           บยองฮอนจำรุ่นพี่มินซูได้เพราะเพื่อนในห้องเคยแนะนำให้รู้จัก และเขาก็เคยเห็นพี่มินซูมาถ่ายรูปนักกีฬาบาสตอนซ้อมอยู่บ้าง รวมถึงตัวเขาก็ด้วย

           " ก็นานพอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอ่ะ สนใจไอชานฮีเหรอ?" มินซูถามเพราะในสมองดันคิดแผนการบางอย่างขึ้นมา

            " ชานฮี? ชื่อของพี่เขาเหรอครับ ? ก็... แค่คิดว่าพี่เขาหน้าตาน่ารักดีถึงจะขี้โวยวายไปหน่อยก็เหอะ " 


            " บยองฮอน!!!  เอาลูกบาสมาเก็บได้แล้ว มัวทำอะไรอยู่?! " เสียงตะโกนจากรุ่นพี่ร่วมชมรมดังมาจากหน้าโรงยิมเพื่อเรียกร่างโปร่งดังขึ้น

            " ผมไปก่อนนะพี่ "

            "เออ!  เย็นนี้ถ้าเลิกซ้อมบาสเร็ว ก็ลองแวะมาที่ชมรมดนตรีสิ ชานฮีก็อยู่ที่ชมรมนะ" มินซูตะโกนบอกอีกฝ่ายก่อนจะฟุบหน้าลงที่โต๊ะเพื่องีบต่อ


...
..
.
          

             หลังเลิกเรียน ชานฮีเดินผ่านโรงยิมเพื่อที่จะไปชมรมดนตรีเหมือนทุกวัน

           เสียงเอะอะ กรี๊ดกร๊าดของเด็กผู้หญิงตรงหน้าโรงยิมทำให้เขาที่กำลังฮัมเพลงอยู่ถึงกับต้องหันไปมอง



           " บยองฮอน !!!! กรี๊ดดดดดดดดด "

            กรี๊ดอะไรกันนักหนาแค่ดูบาสเนี่ย?! แต่เฮ้ย!!!   นั่นมันน้องโบมีที่วันก่อนยังส่งกล่องช็อคโกแลตมาให้อยู่เลยนี่หว่า วันนี้ดันไปยืนกรี๊ดให้นักบาสซะงั้น  คราวหน้าถ้ามาขอถ่ายรูป จะเชิดใส่เลย น้องยูริก็ด้วย?! นี่มันแฟนคลับตัวแม่ของฉันเลยนะ โอ๊ยยย หงุดหงิดโว้ย!!!


            เขาได้แต่คิดและโวยวายอยู่กับตัวเองคนเดียว

          " ชานฮีมองไรอยู่วะ ไม่ไปชมรมเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำของมินซูดังขึ้นจากด้านหลังของร่างบาง
 

          " กำลังจะไป เออ! มินซูถามไรหน่อย แกรู้จักคนเยอะอ่ะ ใครคือบยองฮอนวะ? เห็นผู้หญิงพวกนี้กรี๊ดๆแล้วก็เอาแต่เรียกชื่อนี้อ่ะ"

 

          " บยองฮอน!? "


           มินซูมองหน้าร่างบางด้วยความงง นี่ชานฮีไม่รู้เหรอว่าบยองฮอนกับเด็กที่โยนลูกบาสมาโดนเมื่อตอนเช้าคือคนเดียวกัน? งั้นปล่อยให้ไม่รู้แบบนี้ไปก่อนดีกว่า น่าจะสนุกดี


          " อ้อ! ก็เด็กปี1ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ที่เล่าให้ฟังตอนเช้าไง ทำไม???  หงุดหงิดดิ ที่ตอนนี้มีคนมาแย่งตำแหน่งหนุ่มป๊อบจากสาวๆในโรงเรียน" มินซูพูดแซวพลางหัวเราะตาหยี

     
      "
 ถามจริงระหว่างฉันกับเด็กนั่น ใครหล่อกว่ากัน? " 

           
      " บยองฮอน" 

           " เฮ้ย!!!! หยุดคิดก่อนตอบซักนิดซิวะ พูดแบบนี้ งั้นนายก็ไปถ่ายรูปไอเด็กนั่นคนเดียวเลยไป!!! " ร่างบางปรับสีหน้าไม่ทันเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้จากเพื่อนของตนเอง

            " ไม่เห็นต้องคิดเลย 
ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า เอาหล่อแบบดูแบดสาวกรี๊ดต้องยกให้บยองฮอนมัน ส่วนหน้าหวานๆอย่างนายมองยังไงก็สะ ... เอ้ย!! ดูเท่ดูคูลดูอบอุ่นมากกกก พอใจยัง? " ปรับคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาสุดเหวี่ยงเหล่มาที่เขา

           " ชริ เข้าใจแถนะเพื่อน ... แล้วนี่จะเดินเอื่อยเฉื่อยอีกนานมะ รีบๆเดินได้แล้ว เดี๋ยวซ้อมเลิกดึกกันพอดี" ชานฮีเร่งฝีเท้าเดินนำหน้ามินซูไปโดยไม่สนใจคนที่เดินตามอยู่ข้างหลัง


            " มาทำเป็นรีบ ทีเมื่อก่อนล่ะเห็นเดินทอดน่องโฉบไปเฉี่ยวมาให้สาว ๆ กรี๊ดเล่นอยู่เลย " มินซูตะโกนแซวตามหลัง 




           " บยองฮอนเหรอ? จะหล่อขนาดไหนกันเชียว " ร่างบางบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่สบอารมณ์นัก เขารู้สึกไม่ถูกชะตากับคนชื่อบยองฮอนเลยถึงแม้จะยังไม่เคยได้พบกันก็ตามที





...
..
.




           บยองฮอนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากที่ซ้อมบาสเสร็จ เขาหยิบนาฬิกาข้อมือมาดูเวลาก่อนที่จะใส่มันเข้าไปที่ข้อมือเรียว 


         " ทุ่มสิบห้า ... ลองไปดูก็ไม่เสียหายนี่หว่า "


          ร่างโปร่งค่อยๆเดินมายังตึกชมรมที่อยู่ข้างๆโรงยิมตามคำที่เพื่อนของเขาบอกมา ดวงตาเรียวไล่มองป้ายชื่อที่แปะอยู่หน้าห้องของแต่ละชมรม เป้าหมายของเขาคือ ชมรมดนตรี ตามคำชักชวนของรุ่นพี่มินซู


         .... ก็แค่อยากเห็นหน้าใครบางคนล่ะมั้ง ....



          ขณะที่กำลังเดินหาห้องของชมรมดนตรี บยองฮอนได้ยินเสียงจากเครื่องดนตรีดังมาจากทางด้านในสุดของทางเดิน ชายหนุ่มเลยคิดว่าชมรมดนตรีอาจจะอยู่ที่ห้องริมสุด  เขาจึงเร่งฝีเท้ามาจนหยุดที่หน้าห้องที่มีป้ายชื่อติดตรงตามที่ๆเขาหาอยู่ มือเรียวตั้งท่ากำลังจะเคาะประตูหน้าห้องเพื่อเป็นการรักษามารยาท แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องเพลงของใครคนหนึ่งที่ดังออกมา ร่างโปร่งก็เปลี่ยนใจ  เขาค่อยๆเลื่อนบานประตูช้าๆ เพราะกลัวจะไปขัดจังหวะของคนที่อยู่ด้านในห้อง 


            น้ำเสียงที่กำลังไล่เสียงให้สูงขึ้นเพื่อให้เข้ากับจังหวะท่วงทำนองของคีย์บอร์ดที่มีรุ่นพี่มินซูนั่งเล่นอยู่ทางด้านข้างๆ ใบหน้าหวานและเส้นเสียงเล็กบางแต่มีความกังวานนั้นคล้ายมีพลังดึงดูดบางอย่างสะกดให้ร่างโปร่งที่ยืนดูอยู่ดำดิ่งสู่ภวังค์ 



                       "   Loving can hurt, 

                 loving can hurt sometimes

            But it’s the only thing that I know

                        When it gets hard, 

         you know it can get hard sometimes

     It is the only thing that makes us feel alive "



[ บางครั้งความรักมันทำให้เจ็บปวด

แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมรู้จัก

เมื่อความรักกำลังพบเจออุปสรรค 

บางครั้งคุณก็จะรู้ว่ามันทำให้ยุ่งยากได้

รักก็เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ ]



            ดวงตาเรียวของบยองฮอนที่กำลังจ้องมองคนตรงหน้า แว่บหนึ่งเขาเหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง 


           ใบหน้าหวานยามที่ร้องเพลงของร่างบางนั้น... 

           เขาแอบเห็นความเศร้าซ่อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น...  

           ที่กำลังแอบมองคนข้างๆซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มคีย์บอร์ดอยู่นั้นเอง



           นาย !!!!!!!!!




TBC ....



หายไปสักพักได้sf มาอีกเรื่อง ไม่รู้จะเข็นได้กี่ตอน มาลุ้นไปด้วยกันค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ #sinceulm

ปล. ขอบคุณคุณป้าแอนนี่สำหรับชื่อฟิคด้วยค่ะ^^

            

Wednesday, June 22, 2016

OS : Spring Call : BYUNGCHAN

OS :  Spring Call : BYUNGCHAN 

       

        

        ดวงตากลมของชานฮีกำลังค่อยๆไล่อ่านบทละครที่ได้รับมาด้วยความตั้งใจกระทั่งตัวอักษรสุดท้าย ปากบางคลี่ยิ้มให้คนตรงหน้าพร้อมเอ่ยชม

       " ดีมากเลยล่ะ " 

        รอยยิ้มจากปากเรียวของชายร่างโปร่งตรงหน้าถึงกับปริออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่

        " จริงเหรอครับ ? "

        " อื้ม โดยเฉพาะฉากจบที่ให้เสียงโทรศัพท์ดังในในห้องพระเอก2หน ตอนเที่ยงคืนตรง ดังครั้งเดียวแล้ววางหู คือ NO ดังสองครั้งแล้ววางหูคือ YES นี่คือคำตอบของนางเอก ฉันชอบนะ"

         

        " ...  แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งมากกว่านี้จะดีกว่ามั้ยครับ ? " มือเรียวเกาหัวเบาๆด้วยความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในบทละครที่ตัวเองแต่งนัก ยิ่งต้องมาอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่ชานฮีแล้วยิ่งทำเอาบยองฮอนรู้สึกเกร็งไปหมด 


        บยองฮอนเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสองของโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งในกรุงโซล เขาอยู่ชมรมการแสดง ซึ่งทุกปีจะมีงานแสดงละครเพื่อต้อนรับเด็กปีหนึ่งที่จะเข้ามาใหม่ 

         


        ยังจำได้ดีตอนที่เข้าปี1มา ครั้งแรกที่ได้ดูชมรมการแสดงละคร บทของคนที่เล่นเป็นนางเอกนั้น... คนๆนั้นเป็นผู้ชาย ผู้ชายร่างบางที่มีใบหน้าหวานคล้ายผู้หญิง...  รอยยิ้มนั้น...  รู้ตัวอีกที สายตาก็เอาแต่จับจ้องอยู่ที่คนๆนั้น ... 


        " แค่นี้แหละโอเคแล้ว " รอยยิ้มหวานถูกส่งมาพร้อมมือเล็กที่ตบบนไหล่หนาเป็นเชิงให้กำลังใจ

        " ชานฮีอยู่ที่นี่เอง กำลังตามหาอยู่เลย " เสียงทุ้มต่ำตะโกนมาจากทางด้านหลังของคนทั้งคู่ 

        บยองฮอนมองหน้ารุ่นพี่อีกฝ่าย พร้อมผงกหัวให้ 

        

       " เอ่อ พี่มินซูครับ ผมเขียนบทเสร็จแล้วครับ " มือเรียวยื่นบทให้ประธานชมรมละครตรงหน้า มินซูรับมาทำเป็นอ่านผ่านๆ แล้วบอกว่า

      " ไม่อยากจะพูดเลย บทละครของนายมันไม่ค่อยได้เรื่อง จำเรื่องที่เล่นครั้งที่แล้วได้มั้ย? แค่มีชื่อประธานอย่างฉันอยู่ร่วมในการเขียนบท แล้วผลเป็นไงมีแต่คนชอบ"

     " ....................... "

     " เนื่องจากเราจะจัดงานรับน้องใหม่ที่จะมาในเดือนเมษายนนี้ ในฐานะประธานฉันเลยตั้งใจว่า คราวนี้ฉันจะเป็นคนเขียนบทเอง ก็.. อยากบอกแค่นี้ล่ะ " มือหนาโยนบทละครลงตรงหน้าบยองฮอน

  

    "  ยังไงตอนนี้นายก็ว่างแล้ว งั้นนายไปช่วยรุ่นน้องจัดทำอุปกรณ์การแสดงจะดีกว่านะ ที่ห้องงานช่างน่ะ "

     " ครับ พี่มินซู" 

     ทันทีที่ขาเรียวก้าวออกไปเสียงทุ้มต่ำของประธานชมรมละครก็เปลี่ยนเป็นเสียงหวานเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มทันที

     

       ชมรมการแสดงมีรุ่นพี่มินซูเป็นประธานชมรม และรองประธานคือรุ่นพี่ชานฮี ผู้ชายตัวบางหน้าหวานที่ใครๆในโรงเรียนต่างก็ให้ชื่นชอบ ส่วนตัวบยองฮอนรับหน้าที่เกี่ยวกับบทละครอีกครั้ง เนื่องจากปีที่แล้วบทที่เขาเขียนเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน ปีนี้เขาจึงได้รับหน้าที่นี้อีกครั้ง
         

       ใบหน้าคมที่กำลังตอกตะปูลงบนแผ่นไม้ที่ห้องงานช่างอย่างตั้งอกตั้งใจในตอนนี้ถูกจัดจังหวะขึ้น

      " เอ่อ รุ่นพี่บยองฮอนครับ ช่วยกรุณาไปซื้อกาแฟกระป๋องให้พวกผมหน่อยได้มั้ยครับ สองกระป๋องนะครับ"


       " ก็ได้ สองกระป๋องนะ? " มือเรียวยื่นไปรับเงินจากรุ่นน้องจงฮยอน แล้วเดินออกจากห้องงานช่างไป


        เมื่อจงฮยอนเห็นว่าบยองฮอนเดินออกไปแล้วจึงตะโกนนออกมา

      " ไชโย ฉันชนะ ชางฮยอนนายเอาเลยมาเลย 5000 วอน ตามที่ตกลงกันไว้ "

      คนตัวเล็กกว่ายื่นเงินให้อีกฝ่ายพลางบ่น

     " บ้าจริง ไม่อยากจะเชื่อเลย "

    " ก็บอกแล้วไงว่ารุ่นพี่บยองฮอนน่ะใจดี "

    " แบบนี้มันดีไปอ่ะ ขนาดรุ่นน้องใช้ยังยอม? เฮอะ"




         หลังจากเสร็จสิ้นงานชมรมบยองฮอนรีบกลับมาที่บ้านของเขา

       " กลับมาแล้วครับ "


       " กลับมาแล้วเหรอบยองฮอน จะทานข้าวเลยมั้ย?"

       " ขอออกไปเอาเหงื่อที่บ้านคุณตาก่อนครับ ไปล่ะครับแม่ " ขาเรียวรีบวิ่งออกไปโดยแบกถุงเป้คู่กายคิดไปด้วย

      " เฮ้อ ลูกคนนี้นี่ไม่ว่าจะมีอะไรก็ไม่ยอมขาดเลยนะสำหรับรายการนี้ " เสียงบ่นกับตัวเองของผู้เป็นแม่เปรยขึ้นเบาๆ 

     " แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพื่อตัวของบยองฮอนเอง "


      




            เช้าวันรุ่งขึ้นบยองฮอนไปโรงเรียนตามปกติ จนถึงช่วงเวลาพักเที่ยง เพื่อนในห้องตะโกนเรียกว่ามีคนมาหา พอหันไปมองตามทิศทางที่เพื่อนชี้ เขารู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยเมื่อเห็นหน้าคนที่มาหาเขา


            ช่วงหัวค่ำชานฮีแยกย้ายกับเพื่อนในห้องหลังจากที่ไปซื้อของที่จะต้องมาใช้ทำรายงานด้วยกัน เขาเดินผ่านสวนสาธารณะที่ขณะนี้ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก แถมเสาไฟฟ้าเจ้ากรรมที่เคยมีไว้ส่องทางก็ดันมาเสียในวันนี้อีก 

           ถึงอย่างนั้นร่างบางก็ไม่ได้คิดอะไรยังคงเดินกลับบ้านไปทั้งๆที่ถนนมืดๆแบบนั้น

           อยู่ๆก็มีใครบางคนที่ด้านหลังเข้ามาสวมกอดร่างบางไว้ ด้วยความตกใจชานฮีถึงกับหลุดร้องออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนจากใครบางคนที่กำลังวิ่งเข้ามา 

          " หยุดนะ! " 


           หมัดหนาต่อยเข้าที่หน้าของคนที่เข้ามาทางด้านหลังทำให้ชายคนนั้นวิ่งหนีหายไปในความมืด 

           " ไม่เป็นไรนะ ชานฮี " คนที่เข้ามาช่วยเขาไว้คือประธานชมรมนั่นเอง

           " มินซู ! "


         ตัดภาพมาที่ร้านกาแฟไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก บยองฮอนกำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองถ้วยชาร้อนตรงหน้าอยู่คนเดียว ตาเรียวมาสะดุดที่แขนเสื้อนักเรียนของตัวเองเข้าว่ากระดุมนั้นหายไปเม็ดนึง เสียงกริ่งประตูดังขึ้นเนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาในร้าน ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาบยองฮอน

          " เป็นไงบ้าง ไอน้อง "

          " ตอนแรกไม่เห็นพี่บอกว่าจะมีการชกด้วย" มือเรียวแตะบริเวณแก้มที่มีรอยช้ำจางๆอยู่ 


         " โทษที ๆ บทมันพาไปน่ะ " มินซูนั่งลงตรงข้ามพร้อมยิ้มตาหยี


        " แล้ว... รุ่นพี่ชานฮีเป็นยังไงบ้างครับ? "


        " อย่างน้อยก็เหมือนเป็นหนี้ฉันล่ะ ต่อไปชวนไปไหนคงไม่กล้าปฏิเสธเหมือนทุกครั้งน่ะ ฮะฮะฮ่า"

        " เอ่อ พี่ไม่คิดว่ามันจะง่ายไปหน่อยเหรอครับ? "


        " ละครมันก็ต้องดูง่ายๆอย่างนี้แหละ เอ้า! นี่เป็นบทละครที่จะใช้คราวนี้ เมื่อคืนฉันนั่งเขียนปุ๊ปก็เสร็จปั๊บเลย ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า"

       มือเรียวยื่นไปหยิบบทละครที่วางตรงหน้าของตนมาพลิกอ่านที่ละหน้าๆ เนื้อหาบทละครที่ประธานมินซูเขียนนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง

      บทพระเอกถูกเหล่าสำนักคาราเต้คนร้ายไล่ล่าก็เลยไปฝึกวิชาต่อสู้กับพ่อที่เก่งกาจ 7วันต่อมาก็ถล่มสำนักขั่วร้ายนี้จนราบ 10วันต่อมาก็ชนะเลิศแข่งคาราเต้ระดับทั่วประเทศได้เงินรางวัลก้อนใหญ่กับรถนอกสุดแพง จึงพานางเอกขับรถท่องชายหาด 


     " เอ่อ...ผมว่าบทมันยิ่งกว่าง่ายเกินไปอีกนะครับเนี่ย" 

     " คนที่ต้องเล่นเป็นนางเอกคืออีชานฮี ส่วนพระเอกก็ต้องเป็นประธานผู้รูปหล่ออย่างฉัน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เพราะว่านายช่วยฉันในวันนี้ ดังนั้นฉันจะให้นายร่วมแสดงด้วย รับบทเป็นผู้ร้ายเหมือนที่นายแสดงเมื่อกี๊ไง ฮ่าฮ่าฮ่า! " 


       " .................................. "

       " แต่ขอถามอีกทีเถอะ นายไม่ได้คิดอะไรกับชานฮีแน่นะ?"

      " ครับ ... งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ "

    


        หลังจากที่ลากับประธานมินซู บยองฮอนรีบวิ่งกลับมาที่บ้านของเขา เสียงเปิดประตูดังขึ้นเมื่อผู้เป็นแม่เห็นว่าเป็นลูกชายตัวเองก็ถามว่ากินอะไรมาหรือยัง


          บยองฮอนคว้าเอากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ในมุมประจำตะโกนตอบแม่ของเขาเหมือนทุกครั้ง " ขอออกไปเอาเหงื่อที่บ้านคุณตาก่อนครับ "


           " ดึกขนาดนี้แล้วนี่นะ " เสียงบ่นของแม่ตามหลังมา แต่ชายหนุ่มยังคงวิ่งไปตามเส้นทางที่คุ้นชินอย่างไม่หยุด

   




           เช้าวันต่อมาที่ชมรมการแสดง สมาชิกชมรมการแสดงแต่ละฝ่ายยังคงวุ่นวายกับการจัดเตรียมงาน ทั้งเหล่านักเรียนที่จะต้องแสดงบนเวทีต่างก็กำลังทำความเข้าใจกับบทที่ได้และซ้อมท่องบทด้วยกัน

          มินซูเดินไปหยุดที่กองกระเบื้องที่ต้องใช้เข้าฉากด้วย มือหนาลองใช้สันมือตีเบาๆไปที่กองกระเบื้องกองเล็กๆที่ตั้งอยู่คู่กับกองใหญ่ ผลก็คือเขารู้สึกเจ็บที่มือ เขาเลยเดินไปหาจงฮยอนที่กำลังเลื่อยไม้เพื่อทำฉากอยู่

          " จงฮยอน กระเบื้องพวกนั้น? "

          " ครับ พี่มินซู เดี๋ยวตอนแสดงจริงผมจะทำให้มันแตกง่ายให้ครับ "

          " อย่าให้ฉันหน้าแตกก็แล้วกัน" 

          จากนั้นร่างสูงก็เดินไปหาชานฮีที่กำลังซ้อมบทกับ
ชางฮยอนที่เป็นรุ่นน้องปีหนึ่งอยู่

          " ชานฮี พอดีเราอยากปรึกษารายละเอียดเรื่องบทหน่อย ขากลับแวะไปคุยกันที่ร้านกาแฟหน่อยมั้ย?"
   
         " อ้อ ได้สิ " 

         บยองฮอนที่กำลังซ้อมบทผู้ร้ายกับเพื่อนรุ่นเดียวกันทางด้านหลังนั้นพอได้ยินคำชวนของรุ่นพี่มินซูก็ทำได้แค่แอบชำเลืองมองไปยังรุ่นพี่ชานฮี เมื่อเห็นสีหน้าที่ตกปากรับคำอย่างเป็นปกติก็ได้แต่ก้มหน้าแล้วยิ้มแห้งๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว


       ตอนนี้เขาอยากไปบ้านคุณตาทำกิจวัตรประจำวันของเขามากแต่เนื่องจากพื้นโรงฝึกผุพังไปหลายจุด ทำให้คุณตาต้องจักการซ่อมและงดใช้โรงฝึกเป็นเวลา  1อาทิตย์ ทำให้บยองทำได้แค่วิ่งกลับบ้านแทนเมื่อเสร็จสิ้นการซ้อมบทของวันนี้
     


        3 วันต่อมา ช่วงพักหลังจากที่ซ้อมคิวบทละครกันไป บยองฮอนนั่งพิงกำแพงพลางอ่านบทละครไปด้วย อยู่ดีๆมือซ้ายของบยองฮอนก็สั่น เขายกมันขึ้นมาดูแล้วใช้มือขวาจับข้อมือซ้ายไว้ เสียงหวานที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง 

       " ฉันว่าให้จบแบบโทรศัพท์ดังสองครั้งตามที่บยองฮอนแต่งดีกว่าอีกนะ"

       หน้าคมเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหวานด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกนัก จากนั้นก็รีบหลบสายตา

      " แต่มินซูก็ดูจะมั่นใจในบทที่เขาแต่งมาก บางทีเขาอาจมีพรสวรรค์ทางนี้จริงๆก็ได้มั้ง? " 

       " นั่นสินะครับ "

       ชานฮีมองหน้ารุ่นน้องที่ยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้นพลางถอนหายใจและเบ้ปากเล็กน้อย

       " บยองฮอนมานี่หน่อย " เสียงตะโกนจากมินซูดังแทรกขึ้นมา บยองฮอนรู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้อยู่พูดคุยกับรุ่นพี่ชานฮีต่อ และเดินไปหาคนที่ตะโกนเรียกเขาแทน


        นีแอลเพื่อนห้องเดียวกับบยองฮอนเป็นรุ่นน้องที่สนิทกับชานฮีเดินเข้ามาหาร่างบางที่ยังคงยืนมองบยองฮอนเดินออกไป
 
        " พี่ชานฮี จะไม่โต้แย้งอะไรเลยจริงๆเหรอกับบทที่พี่มินซูแต่งแบบนี้น่ะ ? ทำไมไม่ให้บยองฮองเขียนคนเดียวไปให้หมดเลยนะ ละครเรื่องก่อนบยองฮอนเขียนไว้ดีมากเลยแต่ถูกพี่มินซูเปลี่ยนซะเละเทะไปหมด คิดว่าเป็นประธานจะทำอะไรก็ได้เหรอไง "

       " มันไม่ใช่อยู่ที่มินซูหรอก" ร่างบางพูดพลางหยิบกระดุมเม็ดเล็กในกระเป๋ากางเกงขึ้นมามอง

       " มันอยู่ที่คนที่ยอมให้มินซูเปลี่ยนบทต่างหาก ยอมให้มินซูแสดงบทดีๆไปคนเดียว... "

        " พี่หมายถึงอะไรน่ะ ? แล้วนั่นกระดุมอะไร? " นีแอลทำหน้างงใส่อีกคน

         ชานฮียิ้มเล็กๆก่อนเดินออกไปโดนไม่ได้ตอบอะไร


         ทางด้านบยองฮอนกับมินซูที่เดินออกมาคุยกันนอกชมรม ผู้เป็นประธานชมรมยื่นบทละครให้รุ่นน้อง

        " วันพรุ่งนี้ก่อนจะเริ่มซ้อมกัน ฉันจะถามความเห็นผู้เขียนบท นั่นก็คือนาย ฉันขอให้นายเสนอให้มีฉากจูบกับชานฮีเพิ่มขึ้นมาและนายต้องยืนยันว่าต้องมีฉากนี้เพื่อละครจะได้เป็นที่ฮือฮาของผู้ชม"

        " จูบ... เหรอครับ? " บยองฮอนมองหน้าอีกฝ่ายคล้ายจะทวนคำถามว่าตนเองได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า

        " ใช่ ตอนแรกฉันกะจะเขียนลงไปแล้วล่ะ แต่กลัวคนอื่นหาว่าไม่ซื่อ ดังนั้นจึงต้องให้นายเป็นคนเสนอเองไงเล่า "

       " .......................... "


       " ตามบทที่ฉันตั้งใจไว้คือ ไฟจะค่อยๆดับมืดลงก่อนจะจูบกัน แต่ถึงไฟจะมืดแล้วฉันก็จะไม่หยุด อยู่บนเวทีแบบนั้น ชานฮีต้องตามน้ำไปแน่ๆอยู่แล้ว มันต้องสำเร็จแน่นอน ช่วยหน่อยนะไอ้น้อง! "


        " .......................... " 


      มือหนาวางบนไหล่ของบยองฮอนที่ยังคงเงียบไม่ตอบอะไร ซึ่งมันผิดวิสัยของคนตัวเล็กที่ปกติแล้วจะตอบรับคำขอร้องของคนอื่นอยู่เสมอ


         " เป็นอะไรไป? หรือจริงๆแล้วนายก็เล็งชานฮีไว้เหมือนกัน" มินซูจ้องเขม็งไปยังใบหน้าคมของบยองฮอน

        " ปะ.. เปล่าครับ เพียงแต่อยู่ดีๆมือมันก็สั่นขึ้นมาเฉยๆ น่ะครับ "

       " ไม่สบาย? "


       " มันหยุดสั่นแล้วครับ งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ ลาล่ะครับประธาน " ผงกหัวลงเล็กน้อยให้อีกฝ่ายแล้วรีบก้าวขาจากมา ร่างโปร่งรู้สึกถึงควาทอึดอัดแบบแปลกๆภายในร่างกายของตัวเขาเองอย่างบอกไม่ถูก


         เมื่อมาถึงที่บ้านด้วยความเคยชิน บยองฮอนรีบคว้าเอาเป้คู่ใจกำลังจะก้าวขาออกไป ผู้เป็นแม่เห็นเลยเอ่ยถามว่าจะไปไหน ? เพราะโรงฝึกของคุณตายังคงซ่อมไม่เสร็จ ร่างสูงนึกขึ้นได้จึงเดินกลับมาวางกระเป๋าเป้ไว้ที่เดิม และเดินไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรกินแทน

        หลังจากอาบน้ำเสร็จบยองฮอนกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง ตาเรียวเหลือบไปเห็นบทที่มินซูให้มาเมื่อตอนเย็น เขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ มือเรียวเอื้อมไปหยิบบทละครแล้วยัดใส่กระเป๋านักเรียนแล้ววางไว้บนโต๊ะนักเรียน จากนั้นก็เข้านอน

      

        วันรุ่งขึ้นขณะที่จงฮยอนกำลังทาสีฉากอยู่นั้นเมื่อเขาเห็นบยองฮอนกำลังเดินผ่านหน้าห้องอุปกรณ์เขาจึงตะโกนเรียก

       " พี่บยองฮอนเห็นประธานมินซูมั้ยครับ? "

       " ไม่เห็นเว้ย" เสียงแข็งๆของอีกฝ่ายที่ตอบกลับทำให้จงฮยอนไม่แน่ใจว่าหูฝาดไปหริอเปล่า

       " เอ่อ... พี่ว่าไงนะครับ? "

       " อะไรเหรอ? " 

       " เอ้อ เปล่าครับ " เมื่อเห็นว่าบยองฮอนก็เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นจงฮยอนจึงคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไปเอง 



         ณ ชมรมการแสดงวันนี้ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้งตามที่ประธานชมรมนัดหมาย ชานฮีเห็นบยองฮอนนั่งก้มหน้าเงียบๆอยู่คนเดียว เลยเดินเข้าไปหา

       " เป็นอะไร ? ดูหน้าซีดๆไม่สบายหรือเปล่า? " มือบางแตะลงบนบ่าของบยองฮอน

       " เอ่อ.. ปะ ... เปล่าครับพี่ชานฮี "
 
       ดวงตาคมมองใบหน้าหวานแล้วเสมองไปยังกลุ่มของกระเบื้องที่วางซ้อนๆกัน ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือภาพของกระเบื้องที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ เขาเริ่มรู้สึกตาลาย หูอื้อ และมือสั่น เสียงทุ้มต่ำของมินซูที่กำลังคุยถึงบทละครดังเข้ามาในหู

       "เรื่องแรกที่จะคุยวันนี้ คืออยากจะถามความคิดเห็นเรื่องบทที่พวกเราจะแสดงหน่อย ใครรู้สึกว่าบทมีอะไรควรเปลี่ยนแปลงบ้างล่ะก็ พูดออกมาได้เลย "

       " ผมครับ ผมอยากจะขอให้ ... " เสียงรุ่นน้องอย่างนีแอลยังพูดไม่ทันจบ มินซูก็รีบขัดขึ้นมาทันที

     " ว่าไงบยองฮอน? นายเป็นนักเขียนบทประจำชมรมของเรา อยากให้มีอะไรเพื่มเติมบ้างมั้ย? "

      " ..............  "

      " หืม? " มินซูขยิบตาให้กับบยองฮอนตามที่เตี๊ยมกันไว้ แต่บยองฮอนกลับเพียงแค่ยิ้มแห้งๆส่งมาให้เขา


      " เอ่อ... ขอโทษนะครับ " ขาเรียวลุกขึ้นทำท่าจะก้าวขาเดินออกไป แต่ถูกมินซูดึงคอเสื้อไว้จากทางด้านหลัง

      " นายจะไปไหน? ฉันกำลังถามความคิดเห็นของนายอยู่นะ! "

     " เดี๋ยวผมจะรีบกลับมาขอออกไปออกแรงเอาเหงื่อออกสักหน่อยครับ "


      " ตอบคำถามฉันก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยไป ตกลงจะให้แก้ตรงไหนบอกมาเลย !?" รู้สึกยังไงก็พูดออกมาตรงๆเลย" ดวงตาเรียวมองหน้าคนที่จับคอเสื้อเขาอยู่ สติค่อยๆพร่าเบลอ 

     " ใช่ " เสียงห้วนๆดังออกมาจากปากเรียว ทำให้มินซูรู้สึกแปลกใจ

     " ใช่อะไร? "

    " ที่รุ่นพี่พูดน่ะถูกแล้ว ผมชอบรุ่นพี่ชานฮี ชอบมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้ว " 

     " นี่แกพูดอะไร ฉันถามเกี่ยวกับบทนะ "

      บยองฮอนระเบิดเสียงหัวเราะใส่อีกฝ่ายทันที มือเรียวเอื้อมไปหยิบบทละครที่มินซูถืออยู่พลางฉีกทิ้ง

     " ละครของรุ่นพี่มันห่วย มันไม่มีอะไรแก้ไขได้เลย ฝึกอาทิตย์เดียวปราบผู้ร้ายได้ อีก10วันต่อมาได้เป็นแชมป์เกาหลี? พี่คิดว่าคาราเต้เป็นอะไรกัน!" ร่างโปร่งตรงเข้าไปทำลายฉากบางส่วนที่เสร็จแล้วรวมทั้งกองกระเบื้องที่ตั้งไว้จนพัง ท่ามกลางสายตาและความเงียบงันของคนในชมรมเพราะความประหลาดใจที่เห็นบยองฮอนด้านนี้ 

       "ฟู่.... " เสียงลมหายใจของบยองฮอนถูกปล่อยออกมาพร้อมสติที่ค่อยๆกลับมาด้วย ดวงตาเรียวมองไปยังสภาพห้องที่เละเทะ สีหน้าที่กำลังประมวลผลด้วยความงุนงงกับภาพที่เห็น


       " ออกไป! แกถูกไล่ออก!  " เสียงตะโกนจากผู้ที่เป็นประธานดังขึ้นพร้อมชี้นิ้วใส่เขา


        หลังจากที่บยองฮอนเดินออกไปจากห้องชมรมแล้ว มินซูก้มลงไปเก็บเศษกระเบื้องที่กระจายด้วยฝีมือของบยองฮอน


      " ไอบ้าเอ๊ย!! กระเบื้องที่อุตส่าห์ดัดแปลงอย่างยากเย็น!! "

      " เอ่อ ... ผมยังไม่ได้ดัดแปลงให้เลยครับ" เสียงจงฮยอนที่ช่วยเก็บกระเบื้องอยู่ข้างๆพูดขึ้น


     " ใช่แล้ว!! เอาอย่างนี้มั้ยทุกคน? ตอนจบใส่เลิฟซีนเข้าไปแทน ยังไงกระเบื้องพวกนี้ก็พังหมดแล้ว เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยใช่มั้ย?! "

      สายตาของสมาชิกชมรมต่างมองมาที่ประธานโดยไม่มีใครพูดอะไร 

     " เป็นอันว่าตกลงใช่มั้ย? " 


      นีแอลเดินตรงมายังที่มินซู พลางยิ้มหวานให้


     " ผมว่าพี่คงเหนื่อยเกินไป พี่ควรกลับไปพักได้แล้วครับ เดี๋ยวทางนี้พวกเราจะจัดเองครับ ใช่มั้ยพวกเรา? "


       สมาชิกพากันพยักหน้ากับข้อเสนอของนีแอล และมีบางคนช่วยกันดันมินซูออกจากห้องชมรม พลางย้ำว่าต้องการให้ไปพักผ่อน 


        ขาเรียวของบยองฮอนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงฝึกคาราเต้ ขณะนั้นมีชายสูงอายุเดินออกมาพอดี เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกพลางโบกไม้โบกมือให้

      " บยองฮอนพรุ่งนี้มาฝึกได้แล้วนะ โรงฝึกซ่อมเสร็จแล้วนะ " 


       " ครับ คุณตา " ปากเรียวตอบออกไปพร้อมรอยยิ้ม อยู่ๆคำพูดของแม่ก็แว่บเข้ามาในหัวของเขา


         ลูกน่ะเป็นคนอารมณ์ร้อนตั้งแต่เล็กแล้ว เพราะคุณตาทำให้อารมณ์ของลูกสงบลงได้ 

        " ฝึกซ้อมเอาเหงื่อก็เพื่อขจัดพลังที่เกินเลยออกไป.... 

         รอยยิ้มนั้น... คงไม่ได้เห็นอีกแล้วสินะ " เขาบ่นกับตัวเองเบาๆพลางนึกถึงใบหน้าหวานของรุ่นพี่ชานฮีตอนที่ส่งยิ้มมาให้เขา จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินเลยไปยังที่บ้านของเขาที่อยู่ใกล้ๆกับโรงฝึก





            " ที่รุ่นพี่พูดน่ะถูกแล้ว ผมชอบรุ่นพี่ชานฮี ชอบมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้ว " 


            คำพูดของคนที่เป็นรุ่นน้องยังก้องอยู่ในหูของชานฮี ร่างบางที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงอมยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา ดวงตากลมเหลือบดูนาฬิกาที่หัวเตียง อีก5นาทีก็จะถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขาทำท่าครุ่นคิดแล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงลุกจากเตียงไปยังชั้นหนังสือที่ตนวางโทรศัพท์มือถือไว้อยู่ มือเล็กไล่กดหารายชื่อหนึ่ง แล้วรอให้เวลาหน้าจอเป็น 00.00 จากนั้นก็กดโทรออกไปยังปลายทาง รอเสียงสัญญาณดังสองครั้ง จากนั้นก็กดวางสายไป 


           " นี่คือคำตอบของฉันนะ " เขาพูดเบาๆกับโทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้มีชื่อคนที่โทรออกไปล่าสุดว่าอี บยองฮอน




           เข้าสู่ปลายเดือนมีนาคม ณ ชมรมการแสดง ชางฮยอนที่กำลังเตรียมบทการแสดงเพื่อมี่จะแจกให้กับสมาชิกชมรม  ที่หน้าปกของบทละครมีรูปโทรศัพท์ และกลีบดอกซากุระสีชมพูประปราย หัวข้อเป็นตัวหนังสือสีดำขนาดใหญ่มีข้อความว่า 


ละครรับน้องใหม่จากชมรมการแสดง เรื่อง Spring Call  

ประพันธ์และนำแสดงฝ่ายชาย / อี บยองฮอน
นำแสดงเป็นฝ่ายหญิง / อี ชานฮี
และต่อจากนั้นก็เป็นรายชื่อของผู้เล่นละครและฝ่ายต่างๆ และรายชื่อสุดท้าย 

รายชื่อของผู้ประสานงาน / บัง มินซู