Friday, August 05, 2016

SF : Since you loved me (1) : Byungchan

SF : Since you loved me (1) : Byungchan






          " นาย!!!" 


          อากาศยามเช้าที่ค่อนข้างเย็นเนื่องมาจากอุณหภูมิที่ลดลง สายลมเย็นพัดผ่านเศษใบไม้ที่หล่นตามทางไปยังร่างบางที่เดินลัดเลาะอยู่ข้างสนามฟุตบอล เขาสวมเสื้อฮู้ดสีเทาทับชุดนักเรียน ดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัว มีแมสปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเห็นเพียงแค่ดวงตากลมที่มองไปเรื่อยเปื่อยเพราะกำลังเพลิดเพลินอยู่กับเสียงดนตรีที่ดังมาจากเครื่องเอ็มพีผ่านหูฟังอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง 


         " นาย !!!!!! "


          เสียงตะโกนดังมาเพื่อเรียกความสนใจจากร่างบาง แต่เสียงนั้นไม่สามารถทำให้ใครอีกคนหันกลับมาได้เพราะเขาไม่ได้ยินอะไรและยังคงเดินต่อไป

      



         " เฮ้ย ... นายคนนั้นน่ะ !!!! " 


          " ....... "    เหมือนเดิมไม่มีการตอบรับ แถมอีกฝ่ายยังฮัมเพลงอย่างสบายใจอีกด้วย



          เมื่อเห็นว่าเสียงเรียกของตัวเองนั้นไร้ความหมาย ชายร่างโปร่งจึงรีบเดินเพื่อมาดักหน้าผู้ที่ตนมั่นใจว่าต้องเป็นนักเรียนโรงเรียนนี้แน่ๆล่ะ เพราะดูจากเครื่องแต่งกาย ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะสวมเสื้อฮู้ดทับไว้อยู่ก็ตาม แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวผ่านคนที่อยู่ตรงหน้าพ้น ขาเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวเข้ากับขาเรียวของร่างบางแทน


          โครมมมมมม !!!

          " โอ๊ยยยย!!! " ทันทีที่สองร่างชนกัน ร่างบางของอีกคนล้มลงกับพื้น

   
           " เฮ้ย!! นายมาดักหน้าฉันทำไมเนี่ย ? ดวงตากลมเงยหน้ามองคนที่เป็นต้นเหตุที่ยังคงยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ พอเห็นแถบสีเสื้อของเครื่องแบบจึงรู้ว่าเป็นเด็กปี1

           " อ้าว ! ใส่หูฟังอยู่หรอกเหรอ ?  ถึงว่าฉันตะโกนเรียกนายไม่เห็นหันมาซะที ฉันก็
นึกอยู่ว่านายหูหนวกหรือเปล่า? " 

           สีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกวนและความยียวนทางสายตานั้นทำให้ร่างบางรู้สึกหงุดหงิดไม่ใช่น้อย มือบางดึงแมสที่ปิดหน้าของตัวเองออก 


          " ไอ้บ้า !!!!!!!!! นายเป็นเด็กปีหนึ่งใช่มั้ย  ฉันเป็นรุ่นพี่นายนะ หัดพูดจาให้มันดีๆหน่อย แล้วไม่มีใครสอนเหรอไง เวลาทำคนอื่นเขาเจ็บก็ต้องพูดขอโทษสิ "


          คำพูดที่พร้อมจะสวนกลับไปดันติดอยู่ในลำคอเพียงแค่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย 

        
          " เอ่อ... "

         " ขอโทษครับ คือ .. ผมจะถามว่า โรงยิมอยู่ที่ไหนน่ะครับ ... รุ่นพี่"

         " นี่มันเปิดเทอมมาสองเดือนแล้วโรงยิมอยู่ไหนนายยังไม่รู้อีกเหรอไง ?!! " ชานฮีตะโกนใส่เพราะความโมโห

          " ให้ผมช่วยมั้ย? " มือเรียวถูกยื่นมาตรงใบหน้าหวาน

          " ไม่ต้อง ลุกเองได้ " มือบางปัดมือที่ยื่นมาตรงหน้าออกไปพลางยันตัวเพื่อลุกขึ้น

          " แล้วตกลงโรงยิมอยู่ไหนครับ? "

         " ไม่บอก ไปหาเอาเอง " ให้คำตอบห้วนๆพร้อมกับยักคิ้วให้อีกฝ่ายแล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้อีกคนยืนทำหน้างงอยู่กับที่ ก่อนจะเผลอยิ้มมุมปากออกมา

          
           " กวนว่ะ ... แต่ก็น่ารักดี"

..
.
    



            หลายวันต่อมาที่ม้านั่งข้างโรงยิมของโรงเรียน

           " มินซู!!!!!!  " เสียงตะโกนสิบแปดหลอดดังมาจากด้านหลังของคนที่กำลังนอนฟุบอยู่

           " มีไร? "
           " เย็นนี้ไปเล่นคีย์บอร์ดให้หน่อยนะ จะลองซ้อมเพลงใหม่อ่ะ เพิ่งเขียนเนื้อเสร็จเมื่อคืน "


          " เย็นนี้ไม่ว่างว่ะ "

          " ไปไหนวะ? เลื่อนไปก่อนได้ป่ะ วันนี้จงฮยอนก็ไม่อยู่อ่ะ ช่วยหน่อยน่า แล้วเดี๋ยววันหลังฉันจะยอมเป็นแบบให้นายถ่ายรูปเอาไปขายพวกเด็กๆเลย "


          มินซูเป็นเพื่อนร่วมห้องที่อยู่ชมรมดนตรีด้วยกันกับชานฮี มีงานอดิเรกคือถ่ายรูปนักเรียนที่หน้าตาดีในโรงเรียนเพื่อเอาไปขาย

         
         " ............. "

         " จะยอมให้ถ่ายเวอร์ชั่นแบบยิ้มหวานชูสองนิ้วด้วยเลยนะเว้ย โอเคป่ะวะ?"

     

        " เออ ! ก็ได้ งั้นฉันเอานายไปเป็นแบบคู่กับไอเด็กปี 1 คนนั้นดีกว่า ภาพต้องขายได้ราคาดีแน่ๆ"

        " เด็กปี 1?? ใคร ???"

        "  ที่เป็นนักกีฬาบาสอ่ะ เหมือนจะเพิ่งย้ายเข้ามาตอนกลางเทอมนะ กลับมาจากต่างประเทศมั้งถ้าจำไม่ผิด เขากรี๊ดกันทั้งโรงเรียน  นายมัวแต่ร้องเพลงเลยไม่ได้สนใจอะไรเลยล่ะสิ หน้าตาก็หล่ออยู่นะถึงจะเตี้ยไปหน่อยก็เหอะ "

        " เป็นนักกีฬาบาสแต่เตี้ยเนี่ยนะ ? เข้าชมรมได้ไงวะ ใช้เส้นอ่ะดิ เออ !!! ช่างไอเด็กนี่เถอะ ตกลงว่าเย็นนี้นายโอเคใช่มั้ย " 

      
        "อืม ก็ได้ แต่อย่าลืมที่สัญญาว่าจะเป็นแบบถ่ายรูปให้ละกัน " พูดเสร็จมินซูก็ทำท่าจะฟุบที่โต๊ะเพื่อนอนต่อ

       " เห้ย!! อย่าเพิ่งนอนดิ "

      " มีไรอีก? " น้ำเสียงทุ้มต่ำที่สัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดเจือปนอยู่ แต่ชานฮีก็เลือกที่จะไม่สนใจ

      " นายไม่เห็นเหรอว่าวันนี้ฉันมีอะไรเปลี่ยนไป"


        " เปลี่ยน?  "

       " วันนี้ฉันทำผมทรงใหม่มา หล่อป่ะ? "

 
       " อืม หล่อดี สวยด้วย ฉันนอนต่อนะ "

        " ระวัง!!!!!!!!!!! "
 
         ชานฮีหันไปหาเสียงที่ตะโกนดังมาจากทางด้านหลัง

       

        " โอ้ยยยย !!!!!!!!!! " ลูกบาสเด้งกะดอนกลับไปยังทิศทางเดิมจากที่มันมาหลังจากที่ปะทะเข้ากับหน้าผากขาวๆของร่างบาง

   

       " ขอโทษครับ เป็นอะไรมั้ย?"  ผู้ชายรูปร่างเล็กแต่มีกล้ามเนื้อสมส่วนวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา


       มือบางคลำบริเวณหน้าผากของตัวเองด้วยความงงๆ พอสายตาโฟกัสได้ว่าคนที่เข้ามาหาคือคนเดียวกับที่เคยทำให้เขาล้มเมื่อหลายวันก่อนโน้น ก็ตะโกนใส่อีกฝ่ายทันที



      " นาย?! ไอเด็กบ้านี่อีกแล้วเหรอ อ๊ากกกกกกกกก แกตั้งใจใช่มั้ย ? " 


          "  รุ่นพี่นี่เอง เปล่านะพี่ พอดีผมกับเพื่อนๆซ้อมช่วงเช้าเสร็จ เลยเล่นโยนลูกบาสกันแล้วมันก็มาโดนพี่ มันเป็นอุบัติเหตุน่ะพี่ "


           " แล้วทำไมไม่ไปโยนกันในโรงยิม มาโยนเล่นกันข้างนอกทำบ้าอะไร  "


           " โธ่พี่ ผมขอโทษนะ เจ็บมากมั้ย? หน้าผากเป็นรอยเลย เดี๋ยวผมเป่าให้นะ " ไม่พูดเปล่าแต่ก้าวเข้าไปหาคนที่ยืนบ่นตรงหน้า ยื่นมือไปแตะที่หน้าผากเบาๆ พร้อมกับขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ทำท่าจะเป่าลมใส่แต่ชานฮีกลับเอามือผลักใบหน้าเรียวออก

           " ไม่ต้องเลย ฉันไม่ใช่เด็กนะ นายเนี่ยลามปามจริงๆเลย " 

           " เฮ้ย! มินซู ฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกันที่ห้องซ้อมตอนเย็นอีกที " 

           ก่อนหันหลังเดินออกไป ตากลมมองค้อนไปยังคนร่างเล็กที่ยืนทำหน้ากลั้นยิ้มอยู่    


          " ชริ เจอนายนี่มีแต่เรื่องเจ็บตัว"



            หลังจากที่ร่างบางเดินลับตาไปแล้ว เสียงต่ำๆของมินซูผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็พูดแทรกขึ้นมาเบาๆ 

           " มองตามขนาดนั้นไม่เดินตามเขาไปเลยล่ะ? "

           " อ้าว! พี่มินซู ! มานั่งตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร? " 


           บยองฮอนจำรุ่นพี่มินซูได้เพราะเพื่อนในห้องเคยแนะนำให้รู้จัก และเขาก็เคยเห็นพี่มินซูมาถ่ายรูปนักกีฬาบาสตอนซ้อมอยู่บ้าง รวมถึงตัวเขาก็ด้วย

           " ก็นานพอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอ่ะ สนใจไอชานฮีเหรอ?" มินซูถามเพราะในสมองดันคิดแผนการบางอย่างขึ้นมา

            " ชานฮี? ชื่อของพี่เขาเหรอครับ ? ก็... แค่คิดว่าพี่เขาหน้าตาน่ารักดีถึงจะขี้โวยวายไปหน่อยก็เหอะ " 


            " บยองฮอน!!!  เอาลูกบาสมาเก็บได้แล้ว มัวทำอะไรอยู่?! " เสียงตะโกนจากรุ่นพี่ร่วมชมรมดังมาจากหน้าโรงยิมเพื่อเรียกร่างโปร่งดังขึ้น

            " ผมไปก่อนนะพี่ "

            "เออ!  เย็นนี้ถ้าเลิกซ้อมบาสเร็ว ก็ลองแวะมาที่ชมรมดนตรีสิ ชานฮีก็อยู่ที่ชมรมนะ" มินซูตะโกนบอกอีกฝ่ายก่อนจะฟุบหน้าลงที่โต๊ะเพื่องีบต่อ


...
..
.
          

             หลังเลิกเรียน ชานฮีเดินผ่านโรงยิมเพื่อที่จะไปชมรมดนตรีเหมือนทุกวัน

           เสียงเอะอะ กรี๊ดกร๊าดของเด็กผู้หญิงตรงหน้าโรงยิมทำให้เขาที่กำลังฮัมเพลงอยู่ถึงกับต้องหันไปมอง



           " บยองฮอน !!!! กรี๊ดดดดดดดดด "

            กรี๊ดอะไรกันนักหนาแค่ดูบาสเนี่ย?! แต่เฮ้ย!!!   นั่นมันน้องโบมีที่วันก่อนยังส่งกล่องช็อคโกแลตมาให้อยู่เลยนี่หว่า วันนี้ดันไปยืนกรี๊ดให้นักบาสซะงั้น  คราวหน้าถ้ามาขอถ่ายรูป จะเชิดใส่เลย น้องยูริก็ด้วย?! นี่มันแฟนคลับตัวแม่ของฉันเลยนะ โอ๊ยยย หงุดหงิดโว้ย!!!


            เขาได้แต่คิดและโวยวายอยู่กับตัวเองคนเดียว

          " ชานฮีมองไรอยู่วะ ไม่ไปชมรมเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำของมินซูดังขึ้นจากด้านหลังของร่างบาง
 

          " กำลังจะไป เออ! มินซูถามไรหน่อย แกรู้จักคนเยอะอ่ะ ใครคือบยองฮอนวะ? เห็นผู้หญิงพวกนี้กรี๊ดๆแล้วก็เอาแต่เรียกชื่อนี้อ่ะ"

 

          " บยองฮอน!? "


           มินซูมองหน้าร่างบางด้วยความงง นี่ชานฮีไม่รู้เหรอว่าบยองฮอนกับเด็กที่โยนลูกบาสมาโดนเมื่อตอนเช้าคือคนเดียวกัน? งั้นปล่อยให้ไม่รู้แบบนี้ไปก่อนดีกว่า น่าจะสนุกดี


          " อ้อ! ก็เด็กปี1ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ที่เล่าให้ฟังตอนเช้าไง ทำไม???  หงุดหงิดดิ ที่ตอนนี้มีคนมาแย่งตำแหน่งหนุ่มป๊อบจากสาวๆในโรงเรียน" มินซูพูดแซวพลางหัวเราะตาหยี

     
      "
 ถามจริงระหว่างฉันกับเด็กนั่น ใครหล่อกว่ากัน? " 

           
      " บยองฮอน" 

           " เฮ้ย!!!! หยุดคิดก่อนตอบซักนิดซิวะ พูดแบบนี้ งั้นนายก็ไปถ่ายรูปไอเด็กนั่นคนเดียวเลยไป!!! " ร่างบางปรับสีหน้าไม่ทันเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้จากเพื่อนของตนเอง

            " ไม่เห็นต้องคิดเลย 
ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า เอาหล่อแบบดูแบดสาวกรี๊ดต้องยกให้บยองฮอนมัน ส่วนหน้าหวานๆอย่างนายมองยังไงก็สะ ... เอ้ย!! ดูเท่ดูคูลดูอบอุ่นมากกกก พอใจยัง? " ปรับคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาสุดเหวี่ยงเหล่มาที่เขา

           " ชริ เข้าใจแถนะเพื่อน ... แล้วนี่จะเดินเอื่อยเฉื่อยอีกนานมะ รีบๆเดินได้แล้ว เดี๋ยวซ้อมเลิกดึกกันพอดี" ชานฮีเร่งฝีเท้าเดินนำหน้ามินซูไปโดยไม่สนใจคนที่เดินตามอยู่ข้างหลัง


            " มาทำเป็นรีบ ทีเมื่อก่อนล่ะเห็นเดินทอดน่องโฉบไปเฉี่ยวมาให้สาว ๆ กรี๊ดเล่นอยู่เลย " มินซูตะโกนแซวตามหลัง 




           " บยองฮอนเหรอ? จะหล่อขนาดไหนกันเชียว " ร่างบางบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความไม่สบอารมณ์นัก เขารู้สึกไม่ถูกชะตากับคนชื่อบยองฮอนเลยถึงแม้จะยังไม่เคยได้พบกันก็ตามที





...
..
.




           บยองฮอนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากที่ซ้อมบาสเสร็จ เขาหยิบนาฬิกาข้อมือมาดูเวลาก่อนที่จะใส่มันเข้าไปที่ข้อมือเรียว 


         " ทุ่มสิบห้า ... ลองไปดูก็ไม่เสียหายนี่หว่า "


          ร่างโปร่งค่อยๆเดินมายังตึกชมรมที่อยู่ข้างๆโรงยิมตามคำที่เพื่อนของเขาบอกมา ดวงตาเรียวไล่มองป้ายชื่อที่แปะอยู่หน้าห้องของแต่ละชมรม เป้าหมายของเขาคือ ชมรมดนตรี ตามคำชักชวนของรุ่นพี่มินซู


         .... ก็แค่อยากเห็นหน้าใครบางคนล่ะมั้ง ....



          ขณะที่กำลังเดินหาห้องของชมรมดนตรี บยองฮอนได้ยินเสียงจากเครื่องดนตรีดังมาจากทางด้านในสุดของทางเดิน ชายหนุ่มเลยคิดว่าชมรมดนตรีอาจจะอยู่ที่ห้องริมสุด  เขาจึงเร่งฝีเท้ามาจนหยุดที่หน้าห้องที่มีป้ายชื่อติดตรงตามที่ๆเขาหาอยู่ มือเรียวตั้งท่ากำลังจะเคาะประตูหน้าห้องเพื่อเป็นการรักษามารยาท แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องเพลงของใครคนหนึ่งที่ดังออกมา ร่างโปร่งก็เปลี่ยนใจ  เขาค่อยๆเลื่อนบานประตูช้าๆ เพราะกลัวจะไปขัดจังหวะของคนที่อยู่ด้านในห้อง 


            น้ำเสียงที่กำลังไล่เสียงให้สูงขึ้นเพื่อให้เข้ากับจังหวะท่วงทำนองของคีย์บอร์ดที่มีรุ่นพี่มินซูนั่งเล่นอยู่ทางด้านข้างๆ ใบหน้าหวานและเส้นเสียงเล็กบางแต่มีความกังวานนั้นคล้ายมีพลังดึงดูดบางอย่างสะกดให้ร่างโปร่งที่ยืนดูอยู่ดำดิ่งสู่ภวังค์ 



                       "   Loving can hurt, 

                 loving can hurt sometimes

            But it’s the only thing that I know

                        When it gets hard, 

         you know it can get hard sometimes

     It is the only thing that makes us feel alive "



[ บางครั้งความรักมันทำให้เจ็บปวด

แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมรู้จัก

เมื่อความรักกำลังพบเจออุปสรรค 

บางครั้งคุณก็จะรู้ว่ามันทำให้ยุ่งยากได้

รักก็เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ ]



            ดวงตาเรียวของบยองฮอนที่กำลังจ้องมองคนตรงหน้า แว่บหนึ่งเขาเหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง 


           ใบหน้าหวานยามที่ร้องเพลงของร่างบางนั้น... 

           เขาแอบเห็นความเศร้าซ่อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น...  

           ที่กำลังแอบมองคนข้างๆซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มคีย์บอร์ดอยู่นั้นเอง



           นาย !!!!!!!!!




TBC ....



หายไปสักพักได้sf มาอีกเรื่อง ไม่รู้จะเข็นได้กี่ตอน มาลุ้นไปด้วยกันค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ #sinceulm

ปล. ขอบคุณคุณป้าแอนนี่สำหรับชื่อฟิคด้วยค่ะ^^

            

3 comments:

  1. บยองที่กล้าต่อปากต่อคำกับชานฮีหาไม่ได้ในชีวิตจริงอีกแล้วววววว>< ชอบล่ะสิ แค่เริ่มเรื่องก็ฟินแล้ววค่ะ^^

    ReplyDelete
  2. เริ่มเรื่องก็มันส์แล้ว��ว่าแต่อย่าบอกว่าจี้หลงรัก....��W

    ReplyDelete
  3. อร้ายยยย ตอนสุดท้ายนี่พีคมากค่ะ ฮื่อออออออออ บยองฮอนเดินมาหาถึงที่แบบนี้ก็แสดงว่าชอบรุ่นพี่ชานฮีแล้วล่ะสิ >_< ติดตามค่าไรท์

    ReplyDelete