Sunday, January 31, 2016

SF : Day after day : Byungchan (1)



       ใบไม้หลากสีที่ร่วงหล่นเกลื่อนกลาดไปทั่วท้องถนน บ่งบอกให้รู้ว่านี่เป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว สายลมเย็นพัดผ่านร่างสูง กรอบแว่นหนาที่ปกปิดดวงตาคม  หูที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับเสียงดนตรีที่ดังมาจากเครื่องเอ็มพี ขายาวก้าวเดินไปตามทางเดินประจำมุ่งสู่โรงเรียนมัธยมปลายที่ตนเรียนอยู่นั่นเอง

        "บยองฮอนนนนน !!!!!! "

        เสียงตะโกนดังจากข้างหลังไม่ได้ทำให้ร่างสูงหยุดเดิน  ไม่ใช่ไม่ได้ยิน ที่จริงก็รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเสียงใคร กับเสียงคุ้นหูที่ได้ยินเป็นประจำทุกเช้า น่าจะเข้าเดือนที่สามได้แล้วล่ะมั้ง ทั้งๆที่เขาพยายามที่จะทำเป็นไม่ใส่ใจนัก แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ตัวเองคิดนัก

        มือเล็กจากคนข้างหลังเอื้อมมาจับคอเสื้อ พอร่างสูงหยุดเดิน ก็รู้สึกได้ถึงแขนเล็กที่พยายามเอื้อมมาโอบรอบคอของเขาจากด้านหลัง  บยองฮอนถอนหายใจ พยายามแกะมือที่เกาะรอบคอออก พลางถามกลับไปด้วยเสียงทุ้มต่ำโดยไม่หันกลับไปหาอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

      "  มีอะไร ชานฮี "

      " มีของมาฝาก "

       "อะไรอีกล่ะ?"
  
       " ขนมเค้กน่ะ ฝากด้วยนะ "

       ร่างเล็กพูดจบก็ยื่นกล่องขนมเค้กสีขาวผูกโบว์สีชมพูยื่นให้ตรงหน้า พลางทำหน้าทะเล้นใส่อีกฝ่าย

       " ถ้าฉันตอบว่า ... ไม่ ล่ะ"
  
       " ทำไมล่ะ นายไม่ใช่คนใจร้ายแบบนั้นหรอก ฉันรู้ดี นะ นะ นะ " ร่างเล็กพยายามอ้อนอีกฝ่ายให้ใจอ่อน

       ร่างสูงชั่งใจสักครู่แล้วก็เมินหน้าหนี พลางก้าวเท้ายาวเดินเลี่ยงอีกคนมาดื้อๆ แต่ขณะที่เดินไปหลายก้าว ก็รู้สึกแปลกใจ ปกติมันต้องมีเสียงโวยวายจากอีกฝ่ายใส่สิ แล้วทำไมคราวนี้กลับเงียบล่ะ เขาเลยตัดสินใจหันกลับไปดู ก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังเดินตามมาและแซงหน้าตนไปเพื่อที่จะข้ามฝั่งไปอีกด้านของถนน 

       " นายจะไปไหนน่ะ ?"

       " ก็จะเอานี่ไปทิ้งไง ก็บยองฮอนไม่ยอมเอาไปให้เขา มันก็ไม่มีความหมาย ของที่ไม่มีความหมายก็คือขยะไง ขยะก็ต้องเอาไปทิ้งสิ ใช่มั้ย?"

       " เฮ้ย !! จะทิ้งจริงๆอ่ะ? "

       " อืม ใช่ "

       " นายทำเองไม่ใช่เหรอ ไม่เสียดายเหรอไง? "

      " ก็เสียดายนะ แต่ก็... ทำไงได้ล่ะ"   ร่างเล็กแกล้งทำเป็นหน้าเศร้าใส่อีกฝ่าย พลางก้าวขาไปยังถังขยะที่อยู่ตรงหน้า  

       ในใจเริ่มนับ หนึ่ง .. สอง .. สาม ..

      " เดี๋ยวก่อน เออๆ เดี๋ยวเอาไปให้ก็ได้ " 

      รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉายออกมาทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดจบ 

      " จริงๆนะเห็นมั้ย บยองฮอนน่ะใจร้ายกับชานฮีไม่ลงหรอก เดี๋ยวชานฮีเลี้ยงข้าวกลางวันเป็นการตอบแทนนะ" 

        บยองฮอนได้แต่ถอนหายใจเฮีอกใหญ่  สุดท้ายก็ต้องตามใจอีกฝ่ายอีกแล้ว แล้วทำไมเขาต้องตามใจด้วยเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

        ร่างเล็กวิ่งข้ามถนนกลับมายื่นกล่องเค้กใส่มืออีกคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วทั้งคู่ก็เดินเคียงกันไปเรื่อยๆยังถนนที่ทอดยาวสู่โรงเรียน


            .................................................... 

        " บยองฮอนนนนนนน "

        ร่างสูงก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าอย่างไม่สนใจต่อเสียงตะโกนเรียกที่ดังขึ้น

       " ทำไมไม่รอ ก็บอกแล้วนี่นาว่าจะเลี้ยงข้าว" คนตัวเล็กนั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่าย

       " ฉันหิว "

      "นายให้เค้กพี่มินซูไปหรือยัง? พี่เขาว่ายังไงบ้าง? "

      " ก็เหมือนเดิม ไม่เห็นมันพูดอะไรนี่ " ตอบอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงแอบรำคาญ ไม่รู้ทำไม แต่มันหงุดหงิด

      " อ๊ะ ! กับข้าวน่ากินจัง ขอฉันกินด้วยนะ " ชานฮีทำเป็นไม่ใส่ใจกับท่าทางของบยองฮอน แถมยื่นมือไปดึงถาดของอีกฝ่ายมาวางไว้หน้าตัวเอง แล้วตักกินเอา กินเอา โดยไม่สนคนที่มองมาด้วยความระอาใจเลยซักนิด


      "มองไร ? ไม่กินต่อล่ะ อ่ะ... อ้ำ " ร่างเล็กตักข้าวพูนช้อนแล้วยื่นไปตรงหน้าของอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มหวาน


      " นาย.. " คนตัวสูงกว่าส่ายหน้าเบาๆ 

      " กินๆไปเหอะ แล้วเอาถาดไปเก็บให้ด้วยละกันนะ "

      " อ้าว! นายอิ่มแล้วเหรอ? " 

      " นี่!!! ชานฮี ฉันถามนายจริง ๆ นะ ทำไมนายถึงไม่เรียกฉันว่าพี่ล่ะ มินซูกับฉันก็รุ่นเดียวกันนะ"

 
    " นายอยากให้ฉันเรียกนายว่าพี่บยองฮอนงั้นเหรอ?" ตากลมโตช้อนมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย 

      " อืม .... " คนตัวเล็กทำท่าใช้ความคิดและทำแก้มป่องใส่อีกฝ่าย

      "ช่างเหอะ .... แล้วแต่นายละกัน จะเรียกอะไรก็เรื่องของนาย ฉันไปก่อนนะ "

      " นาย... ไม่พอใจเหรอ?"

      "เปล่า "

      " ขี้งอนแบบนี้ นิสัยเหมือนผู้หญิงเลยนะ"

      " ก็บอกว่าเปล่าไง " พูดจบบยองฮอนก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งยิ้มอยู่คนเดียว

       แบบนี้เรียกหึงได้หรือเปล่านะ ....


         .................................................


        พรุ่งนี้เป็นวันสถาปนาโรงเรียน ทำให้วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนในช่วงบ่าย นักเรียนทุกคนมาช่วยกันจัดเตรียมงานตามฝ่ายที่แต่ละคนได้ถูกแบ่งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานแสดงบนเวที และงานนิทรรศการต่างๆ ของแต่ละชมรม

        ชานฮีเดินลากเท้าช้า ๆ ในมือหอบอุปกรณ์ทึ่ใช้ตกแต่งป้ายที่จะใช้ติดบนเวที ทั้งแปรงและพู่กันหลากหลายขนาด ถังสีกระป๋องเล็กอีกสามกระป๋อง ขณะที่กำลังเดินอยู่ตรงขอบของสนามฟุตบอล ร่างเล็กฮัมเพลงเพลินๆทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมา

       " ชานฮี ระวัง!!! "

       ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะหันไปยังทิศทางที่มีคนเรียกชื่อ ก็รู้สึกเจ็บเข้าที่หัว ทำให้อุปกรณ์ในมือที่ถือมาร่วงหล่นกระจายบนพื้น


      " ชานฮีเป็นอะไรรึเปล่า ขอโทษนะ " 

       " เจ็บสิ ถามได้ มึนเลยนะเนี่ย " มือเล็กกุมหัวพลางบ่นใส่คนตรงหน้า จงฮยอนเพื่อนร่วมห้องนั่นเอง เพิ่งเข้ามาปี1ก็ได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียนแล้ว 

       " นายเลือดออกด้วยนี่ ไปห้องพยาบาลมั้ย ? เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน "

       " ไม่เป็นไรจงฮยอน แผลถลอกแค่นี้เอง นายซ้อมอยู่นี่นา ไปเถอะ " คนตัวเล็กพูดพลางก้มดูหัวเข่าตัวเองที่เลือดค่อยๆไหลตามรอยแผลถลอก

       "ไปเหอะน่า แล้วนี่แบกอะไรมาเยอะแยะ วางไว้นี่ก่อนละกันนะ เดี๋ยวค่อยย้อนกลับมาเอา "

       " ฉันรีบน่ะ เดี๋ยวเวทีจะเสร็จไม่ทันเอา ไม่เป็นไรหรอก  "

       " แป๊บเดียวเอง ไปทำแผลก่อน ถ้านายไม่ไป ฉันจะรู้สึกผิดนะ เดี๋ยวฉันไปช่วยนายแต่งเวทีด้วยก็ได้ "

       " อืม .. ไปก็ได้ " ชานฮีกับจงฮยอนช่วยกันเก็บอุปกรณ์ที่ตกกระจายบนพื้นมากองวางรวมกันตรงข้างทางของสนาม จงฮยอนเอื้อมแขนมาพยุงอีกฝ่าย


      " นายไม่ต้องพยุงก็ได้นะ แค่แผลถลอกอ่ะ ไม่ใช่ขาหัก เดินเองได้"

      " เอาน่า " คนตัวสูงกว่าไม่สนคำทักท้วงของอีกฝ่าย

       ชานฮีมองเห็นใครบางคนกำลังเดินสวนตัวเองกับจงฮยอนมาด้วยใบหน้านิ่งเฉย 

        ทำเป็นไม่รู้จักกัน?

        ร่างเล็กจึงหยุดเดินซะเฉย ๆ ทำให้คนข้างตัวหยุดเดินตามไปด้วย

        " บยองฮอน!! "  เรียกชื่ออีกฝ่ายออกไป แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำเป็นไม่ได้ยิน

        " บยองฮอน 
!!!!!!!!!" ร่างเล็กไม่ยอมแพ้ตะโกนเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม และได้ผล บยองฮอนหยุดฝีเท้าของเขาและหันกลับมามองด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความหงุดหงิดใส่

         " มีอะไร"

         " นายช่วยเอาแปรงกะสีที่ริมสนามฟุตบอลที่ฉันกองไว้ตรงนั้น เอาไปวางในหอประชุมให้หน่อยสิ"

         " ทำไมต้องทำด้วย? "

         " มันหนักน่ะ แล้วฉันก็บาดเจ็บด้วย เดี๋ยวฉันไปทำแผลที่ห้องพยาบาลเสร็จแล้วจะตามไป ขอบใจมากนะ แล้วเจอกัน" 
         เมื่อบอกอีกฝ่ายเสร็จก็หันหลังเดินต่อไปกับจงฮยอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้อีกคนอึ้งอยู่กับที่ หงุดหงิดก็หงุดหงิด อารมณ์เสีย โมโห มันจะมากไปมั้ยเป็นแค่รุ่นน้องแต่กลับมาสั่งให้ทำโน่นทำนี่


          ตอนแรกก็กะว่าจะเดินเลี่ยงสนามฟุตบอลไม่ใส่ใจกับคำสั่งบ้าบอของไอเด็กนั่น แต่ไหงตัวเขาเองกลับยืนอยู่ในหอประชุมพร้อมอุปกรณ์มากมายในมือก็ไม่รู้ บยองฮอนก็ยังคงงงตัวเองเหมือนกัน

         " ขอบคุณนะ" 
 เสียงใสแจ๋วดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เขาหันไปมองทั้งสีหน้าที่แสดงความบึ้งตึงให้อีกฝ่าย แต่คนตัวเล็กก็ยังคงส่งยิ้มสดใสมาให้

         " โดนอะไรมา " ถามออกไปพร้อมชี้ไปที่หัวเข่าของอีกฝ่าย

         " อ๋อ เนี่ยเหรอ อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ "


         " ทำเป็นอ้อนล่ะสิ แผลแค่นี้ถึงกับต้องให้เขาประคองไปห้องพยาบาลเชียว" 

           ร่างเล็กมองหน้าอีกฝ่ายพลางอมยิ้ม

           " ทำไม? พูดอย่างกับนาย....หึงฉัน? "  บยองฮอนได้แต่ถอนหายใจใส่อีกฝ่าย 

            ไอเด็กนี่ทำไมถึงได้กวนโอ๊ยขนาดนี้นะ

            " แล้วเพื่อนนายหายไปไหนหมด ไม่เห็นมีใครมาช่วยแต่งเวทีกับนายเลย? "


            " เปล่าทำคนเดียวสักหน่อย ก็นายไง "

            " ใครบอกนายว่าฉันจะช่วย "

            " ฉันขอแลกหน้าที่เอง จริงๆฉันต้องไปเต้นแอโรบิคน่ะ แต่ชุดแบบนั้น ไม่อยากใส่อ่ะ เลยขอเพื่อนตกแต่งป้ายเวทีให้เสร็จ แทนที่จะต้องไปยืนต้อนรับแขกพรุ่งนี้จะได้ดูพี่มินซูร้องเพลงกับนีแอลด้วยไง แล้วต้องไปขนเก้าอี้เดินไปเดินมาแบบนั้นเหนื่อยจะตาย สู้มานั่งระบายสีสบายๆแบบนี้ดีกว่าตั้งเยอะ"


            " แล้วทำคนเดียวนี่นะ มันใช่เรื่องเล่น ๆ มั้ยเนี่ย จะเสร็จทันหรือเปล่า? "

            " นายก็ช่วยฉันสิ งานจะได้เสร็จไวๆไง" พูดจบคนตัวเล็กก็ยื่นแปรงทาสีให้อีกฝ่าย
   
           มันใช่เรื่องมั้ยที่ต้องมานั่งช่วยงานของไอเด็กคนนี้เนี่ย  ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่บยองฮอนก็ยื่นมือไปรับแปรงจากอีกฝ่ายแล้วลงไปนั่งกับพื้น มือเรียวหยิบดินสอมาสเก็ตช์รูปลงกระดานคร่าวๆ คิดซะว่าทำบุญทำทานให้เด็กตาดๆมันละกันนะบยองฮอน

           ทั้งสองคนช่วยกันวาดรูปและระบายสีจนค่ำแต่ก็ยังไม่เสร็จ นักเรียนคนอื่นๆค่อยๆทะยอยกันกลับบ้าน เหลือนักเรียนอยู่เพียงไม่กี่คนที่กระจายกันทำงานกันตามแต่ละมุมอยู่ในห้องประชุม

          "โอ๊ยยยย เมื่อยจัง "ร่างเล็กลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา ร่างสูงมองมาที่คนตัวเล็กแล้วส่ายหน้าใส่อีกฝ่าย

          " รีบๆกลับมานั่งทำต่อให้เสร็จได้แล้ว จะได้กลับบ้านกันสักที "

          ชานฮียู่ปากใส่อีกฝ่าย 
        " นายไม่เมื่อยบ้างเหรอไง ? เรานั่งทำงานกันมาตั้งนานแล้วนะ มานี่เลย ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายมา" ร่างเล็กไม่พูดเปล่าแต่เดินไปดึงคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นมา

        " มัวแต่เล่นเดี๋ยวก็ไม่เสร็จหรอก " บยองฮอนทำหน้านิ่งใส่อีกคนพลางขืนตัวไม่ยอมลุกตามอีกฝ่าย

       " จริงๆนายไม่เคยออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อล่ะสิ มิน่าล่ะถึงได้ผอมแบบนี้ ฉันว่าฉันน่าจะแข็งแรงกว่านายด้วยซ้ำนะบยองฮอน "

      " อืม.. นะ แข็งแรงกว่าแต่ดึงฉันไม่ขึ้นเนี่ยนะ " ร่างสูงส่งยิ้มมุมปากคล้ายเยาะเย้ยอีกฝ่าย
       " ชริ " ปากแหลมๆยื่นออกมาด้วยความไม่พอใจ ตากลมมองไปที่อีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

       " ไม่อยากลุกใช่มั้ย? ก็ได้ งั้นก็นั่งด้วยกันไปแบบนี้แหละ" พูดจบก็หันหลังแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนตักของอีกฝ่ายดื้อๆ

       " เฮ้ย!!! ทำอะไร !!! " บยองฮอนตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย มือเรียวจับเข้าที่เอวบางของอีกฝ่ายพยายามยกตัวของอีกฝ่ายขึ้น แต่ชานฮีไม่ยอม มือเล็กสองมือจับมือหนาไว้ พลางกดตัวเองลงจนแผ่นหลังเล็กแนบไปกับอกของอีกฝ่าย ร่างสูงได้กลิ่นหอมจางๆจากบริเวณต้นคอเล็ก เกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้น เขาค่อยๆซุกจมูกลง ปากเรียวกระซิบเข้าที่ข้างหูของคนที่นั่งอยู่บนตัวเขา
         
       " นาย... รู้ตัวมั้ย ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ? "

       ร่างเล็กที่กำลังเบียดตัวไปมาบนตักของอีกฝ่ายหยุดขยับทันที เขารู้สึกถึงบางอย่างที่มันดันอยู่ที่สะโพกของเขา 

      " เอ่อ.... " ร่างเล็กรีบยันตัวเองขึ้นจากตักของอีกฝ่าย หันมาทำหน้าอึนๆใส่

     " นาย... หิวมั้ย ไปซื้ออะไรกินกันเหอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง รีบๆตามมาล่ะ" พูดจบปุ๊ปก็ก้าวขาเดินออกไปปั๊ป 

       มัน... ใช่มั้ยวะ เมื่อกี๊นี้ตรงสะโพก..มัน... ไอนั่นเหรอ? 

       บยองฮอนมองตามอีกฝ่าย ปากเรียวคลี่ยิ้มออกมา

       .... เด็กบ้านี่ ....


        
       หลังจากที่ทั้งสองคนไปร้านสะดวกซื้อเสร็จแล้ว ชานฮีบอกบยองฮอนว่าตัวเองลืมของไว้ที่ห้องเก็บของเก่าข้างๆโรงยิม ขอแวะไปหยิบก่อนที่จะกลับไปวาดรูปต่อ ห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาห้องเล็ก ๆนี้ถูกทิ้งร้างไว้ ไม่ค่อยมีคนมาใช้เพราะทางโรงเรียนสร้างห้องใหม่ที่ใหญ่กว่ามาแทน ตอนนี้ห้องนี้เลยมีแต่อุปกรณ์เก่าๆที่ทางโรงเรียนไม่ได้ใช้ เช่นโต๊ะ เก้าอี้ที่เสียหายและเฟรมวาดรูปที่ วางกองระเกะระกะไปทั่วห้อง

         ชานฮีผลักประตูเบา ๆ เข้าไป ปกติเขามาที่ห้องนี้บ่อย ๆ แม้มันจะมืดไปสักหน่อยเพราะไฟติดอยู่ดวงเดียวและเขาก็ชินกับมันแล้ว แต่ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป หลังเฟรมผ้าใบเก่าๆ กลับไม่ใช่ห้องโล่งอย่างที่ร่างเล็กคิด ภาพตรงหน้าที่เห็นทำเอาเขาอ้าปากค้าง  จนอีกคนที่อยู่ด้านข้างต้องเอื้อมมือมาปิดปากก่อนที่เสียงร้องเพราะอาการตกใจจะทำให้อีกสองชีวิตที่กำลังรื่นรมย์ในกันและกันอยู่ต้องหยุดชะงัก

         เก้าอี้ตัวที่เขาชอบเอามาวางเท้าตัวเอง กลับเป็นที่นั่งของคนสองคน แม้มันจะมืดนิดหน่อย แต่ชานฮีก็พอเดาได้ว่าคนที่หันหน้าให้เขาตอนนี้คือใคร พี่มินซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยมีนีแอลนั่งทับอยู่บนตัก ใบหน้าของทั้งคู่หันหน้าเข้าหากันและกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม โดยไม่ได้สังเกตหรือรับรู้การมาของเขากับบยองฮอนเลยสักนิด

         บยองฮอนดึงมือชานฮีให้เดินออกมาจากห้องอย่างเงียบๆ ชานฮีเดินตามร่างสูงออกมาโดยดี สีหน้าตอนนี้เหมือนเด็กเอ๋อ ในสมองประมวลผลภาพที่เห็นเมื่อครู่ 
   
          "............"
          " นี่ เป็นอะไร ทำไมถึงนิ่งไปล่ะ ? " หลังจากกลับมาทำงานต่อกันที่หัองประชุม บยองฮอนเห็นท่าทางของอีกฝ่ายที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา อาจจะเป็นเพราะตกใจกับภาพที่เห็น

          " ทำไมพี่มินซูกับนีแอลถึงได้ทำอะไรกันแบบนั้นล่ะ? "

          " ทำไมล่ะ รู้สึกเหมือนโดนหักอกเหรอไง? "

          " ไม่ใช่ คือเขาเป็นผู้ชายทั้งคู่นะ "

          " นี่มันโรงเรียนชายล้วน จะมีเรื่องแบบนี้บ้างมันก็ไม่แปลกหรอกนะ "

           " ก็รู้ .. แต่ว่า " พอคิดถึงภาพที่เห็นผ่านตามาเมื่อครู่ หน้ามันก็อดแดงขึ้นมาไม่ได้ 

          " ทำไม สองคนนั้นก็แค่จูบกัน หรือว่า... นายไม่เคยจูบเหรอ? "

          " ถามอะไรของนาย ฉันยังเด็กอยู่นะ " นิ้วเล็กเผลอแตะที่ริมฝีปากบาง ใบหน้าขาวยิ่งขึ้นสีด้วยความเขินอายมากขึ้นกว่าเดิม

          " นาย.. ไม่เคยจูบกับใครเลยจริงๆเหรอ? "

 
         
            ชานฮีส่ายหน้าไปมาเบาๆ ทำไมต้องมาคุยกันเรื่องจูบด้วยล่ะเนี่ย

           " แล้วนายไม่อยากลองดูบ้างเหรอ " ดวงตาคมจ้องมองไปยังอีกฝ่ายแถมยังทำหน้าเป็นเชิงท้าทายทำเอาอีกคนต้องรีบหลบสายตา

           " บ้า รีบๆวาดได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่เสร็จพอดี นี่มันดึกแล้วนะ "

            2 ชั่วโมงผ่านไป เวทีเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้าง ทั้งรูปภาพลายดอกไม้ที่ตกแต่งอยู่รอบๆข้อความสถาปนาที่อยู่ข้างใต้ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน บยองฮอนยืนดูพลางชื่นชมฝีมือตัวเองอยู่ซักพัก 
          " น่าจะวาดไก่ลงไปเนอะ "เสียงเล็กๆพูดขึ้นมา

          " มันเกี่ยวกับงานโรงเรียนตรงไหน ถึงจะให้ฉันวาดรูปไก่ลงไปน่ะ? "

          " เป็นตัวแทนนายไง คล้ายๆลงชื่อผู้วาดภาพน่ะ มีใครเคยบอกนายมั้ยว่านายอ่ะเหมือนไก่ " 
            มันแอบหลอกด่าแล้วทำเป็นตีหน้าซื่อแบบนี้อีกแล้ว

          " ถ้าฉันเป็นไก่นายก็เป็นกระรอกสินะ แก้มป่องๆนี่เก็บลูกโอ๊คไว้กี่ผลล่ะ " 
     
           มือเรียวจิ้มแก้มกลมของร่างเล็ก ตากลมมองอีกฝ่าย ไม่มีใครพูดอะไร นิ้วมือที่จิ้มแก้มค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นจับที่ใบหน้า ตาคมมองไล่ตั้งแต่หน้าผากมน ดวงตาจมูก และสายตามาหยุดลงที่กลับปากบางสีชมพูของคนตรงหน้า ระยะห่างค่อยๆใกล้เข้ามา ชานฮีไม่กล้าขยับตัวหรือแม้แต่จะพูดอะไรออกมา เขาเลยหลับตาลงแทน 

         " หลับตาทำไม ? คิดว่าฉันจะจูบนายเหรอไง? " 

          นิ้วเรียวดีดเบาๆเข้าที่หน้าผากของคนตัวเล็ก

         " เปล่าสักหน่อย ฉันก็แค่... อยากหลับตาอ่ะ"

          " รีบกลับไปทำงานต่อไป อีกนิดก็จะเสร็จแล้ว จะได้กลับบ้านกัน" 

           และแล้วทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งสองคนช่วยกันล้างและขนอุปกรณ์ไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของ

          " ขอบใจนะที่วันนี้มาช่วยน่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่บ้านละกัน " พูดจบก็ฉีกยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

          " ไม่ต้องอ่ะ ฉันกลับเองได้ นายน่ะระวังตัวเองเถอะ ตัวก็เล็กหน้าก็หวานเหมือนผู้หญิง แล้วบ้านนายอยู่ทางไหนล่ะ เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง "

        " อืม งั้นก็เดินไปด้วยกัน ถึงตรงไหนที่ต้องแยกกันก็ค่อยแยกละกันเนอะ "  แล้วชานฮีก็สะพายกระเป๋าเป้สีดำเดินนำออกไป

        ระหว่างทางที่เดินกลับด้วยกันไม่มีเสียงพูดคุยใดๆจากทั้งคู่ เหมือนต่างคนก็ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บยองฮอนแอบเหลือบมองไปยังคนที่เดืนอยู่ข้างๆเขา

        " ยังคิดเรื่องนั้นอีกเหรอ? "

        " เรื่องอะไร? "

        " นายก็บอกมินซูไปสิว่านายชอบมัน รู้มั้ยว่าตอนนี้มันน่ะคิดว่าฉันน่ะแอบชอบมันอยู่"

        " ทำไมล่ะ?"

        " ก็เพราะอาหาร ขนม ช้อคโกแลต เค้กต่างๆที่นายวานให้ฉันเอาไปให้มันทุกวันไง เอาไปให้ก็ไม่ให้บอกชื่อ แล้วมันจะมีประโยชน์ตรงไหน เสียเวลาเปล่าๆ"

        " แต่พี่มินซูเขาก็มีแฟนแล้วนี่นา  ดูๆไปสองคนนั้นเขาก็เหมาะกันดี " ชานฮีนิ่งเงียบไปอีกครั้ง สีหน้าแดงเรื่ออีกครั้ง เมื่อนึกถึงฉากสวีทในห้องเก็บของนั่น 

        " นายหน้าแดงอีกแล้ว นึกถึงเรื่องนั้นอีกล่ะซิ"

         " ........... "

         " ฉันสอนให้เอามั้ย เผื่อนายจะไปสู้กับเด็กคนนั้นได้บัาง"

         " สอนอะไร จูบอ่ะนะ ? กับนายน่ะเหรอ .. ไม่เอาหรอก " ว่าแล้วชานฮีก็จงใจสะบัดกระเป๋าเป้ไปกระแทกร่างของอีกฝ่าย แถมหันไปแลบลิ้นให้ด้วย 

           บยองเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็อดขำไม่ได้

          เวลาเด็กนี่เขินก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ


          ระหว่างทางที่เดินกลับด้วยกันทั้งสองคนก็มีบทสนทนากันไปตลอดทาง พูดในเรื่องเดียวกันบ้าง คนละเรื่องกันบ้างจนมาถึงหน้าบ้านของร่างโปร่ง

         " ถึงบ้านฉันแล้ว แล้วบ้านนายอยู่ไหนล่ะ?"

         "  อ้อ มันต้องไปอีกทางน่ะ พอดีคุยเพลินไปหน่อย  นายเข้าบ้านไปเหอะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ บาย"


          บยองฮอนส่ายหน้าเบาๆ เขายืนมองคนที่โบกมือให้แล้วหันหลังกระโดดโลดเต้นเดินไปตามทางที่มืดมิดนั่นจนลับตา  


             ................................. 


           วันนี้บรรยากาศภายในโรงเรียนค่อนข้างวุ่นวายกว่าทุกวัน เนื่องจากมีทั้งผู้ปกครอง และนักเรียนต่างโรงเรียนมากมาย 

           บยองฮอนเดินไปหย่อนตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ วันนี้เค้ารู้สึกแปลก ๆ เหมือนชีวิตขาดอะไรไปซักอย่าง ว่าแล้วด้วยความเบื่อ ๆ ก็หยิบหูฟังเอ็มพีขึ้นมายัดใส่หู มือเรียวหยิบการ์ตูนในกระเป๋าออกมาอ่าน และเข้าสู่โหมดโลกส่วนตัวอีกครั้ง

         " บยองฮอน ว่างมั้ย? "เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเดินเข้ามาหา มือเรียวดึงหูฟังออก

         "มีไรเหรอ? "

         " นายช่วยไปถ่ายรูปแทนเราที วงของมินซูกำลังจะขึ้นเล่นแล้ว พอดีอาจารย์ใช้เราให้ไปช่วยตรงซุ้มเล่นเกมส์น่ะ "

         " เออ ก็ได้ เอากล้องมาสิ "

 
         บยองฮอนลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋าแล้วเดินไปยังหอประชุมที่มีการแสดงและวงดนตรีของโรงเรียน เมื่อมาถึงบริเวณหอประชุม ดวงตาคู่คมหยุดชะงัก เขายืนจ้องภาพบนเวทีอยู่นาน ชายหนุ่มถึงกับหลุดยิ้มกับภาพที่ปรากฏตรงมุมขวาด้านล่างของฉากบนเวที ภาพลูกเจี๊ยบกับกระรอกที่กำลังนั่งอิงแอบกันอยู่ มันเป็นภาพที่ไม่ได้ใหญ่สะดุดตาแต่ก็ใช่ว่าจะเล็กจนมองไม่เห็น

         ชานฮีสินะ แอบมาวาดตอนไหนล่ะเนี่ย?

        ชายหนุ่มหันมองซ้ายทีขวาที ตั้งแต่เช้าแล้วเขาก็ยังไม่เห็นหน้าของอีกฝ่ายเลย บยองฮอนล้วงเอามือถือเครื่องบางในกระเป๋ากางเกงตัวเองขึ้นมา นิ้วเรียวกดส่งข้อความยึกยักอยู่นานสองนาน 

        - อยู่ไหน? วงของมินซูจะขึ้นแสดงแล้วนะ -

        - ไม่สบายอ่ะ ไปไม่ไหว -

        - งั้นเดี๋ยวถ่ายรูปไปฝาก
 -
        - ขอบใจ เจอกันพรุ่งนี้นะ -
    
         บยองฮอนเก็บมือถือไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม และยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปในงานไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาที่วงของมึนซูขึ้นมาทำการแสดง มืเรียวยกกล้องขึ้นมา ตาคมโฟกัสภาพไปที่กึ่งกลางของเวทีที่มีบุคคลสองคนยืนร้องเพลงและแร็พคู่กันอยู่ข้างหน้าของวงดนตรี 
         มือเรียวขยับกล้องตามทิศทางที่คนสองคนเดินไปทางด้านข้างของเวทีจนทั้งคู่เดินกลับมาที่ตรงกลางเวทีแล้ว แต่จุดโฟกัสของบยองฮอนยังคงอยู่ที่เดิม หยุดตรงที่รูปภาพของลูกเจี๊ยบกับกระรอกอยู่อย่างนั้น หัวสมองเริ่มคิดถึงใครอีกคน ที่ป่านนี้คงนอนจับไข้อยู่ที่บ้าน ทั้งที่ไม่ได้อยากสนใจ แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูกซะงั้น 

         หงุดหงิด ทำไมต้องคิดถึงเด็กนั่นด้วย

              ................................................       







          เช้าวันถัดมาชานฮีเดินหน้าหงอยๆเข้ามาภายในบริเวณโรงเรียน ดวงตากลมเหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างที่คุ้นตา
ใครบางคนเข้า รอยยิ้มบนหน้าก็ปรากฏขึ้นทันที 


          "ชานฮี !!! " ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวไปหาใครคนนั้น ก็มีเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเรียกไว้ซะก่อน ร่างบางหันหน้าไปมองก็รู้สึกประหลาดใจ

          " เอ่อ...  พี่มินซู สวัสดีครับ " ผงกหัวเล็กน้อยให้คนตรงหน้า

           " ได้ข่าวว่าป่วยนี่ หายดีแล้วเหรอ?"

           " ฮะ หายแล้ว พี่รู้ได้ไงฮะ"
 
            " มีคนบอกน่ะ เมื่อวานนายเลยอดดูฉันกับนีแอลร้องเพลงเลยสิ" 

            " เอ่อ ฮะ ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมไปดูพี่กับนีแอลซ้อมเพลงกันบ่อยๆฮะ "

            " งานประกวดดนตรีสิ้นเดือนหน้าวงฉันก็จะขึ้นเล่นด้วยนะ คราวนี้นายอย่าลืมไปดูแล้วกัน "

            " แน่นอนฮะ "ชานฮีพูดตอบพลางยิ้มตอบด้วยความงงๆ ให้อีกฝ่าย 
             ทำไมอยู่ๆ พี่มินซูถึงได้เข้ามาทักทายพูดคุยกับเขานะ? 

           มินซูเดินไปได้สองก้าวก็หันกลับมา

          " เออ ลืมบอก ขอบใจนะ สำหรับอาหารและขนมต่างๆที่ฝากไอบยองฮอนเอามาให้น่ะ อร่อยดีนะ ก็เดาอยู่นานว่าเป็นใคร นึกเอาว่าไอบยองฮอนมันแอบชอบฉันซะอีก" 

         " เอ่อ .. คือ ... เอ่อออ...  คือว่าบยองฮอนเขาบอกกับพี่เหรอฮะเรื่องขนม? "


        " ใช่ มีอะไรหรือเปล่า? "

        " เปล่าฮะ แล้วเจอกันนะฮะ " ผงกศีรษะเล็กน้อยให้อีกฝ่าย รอยยิ้มบนสีหน้าเมื่อครู่นี้กลับถูกความบึ้งตึงเข้ามาทดแทน

               ............................................



        " บยองฮอน!! " เสียงคุ้นหูเสียงนี้ทำให้ร่างโปร่งต้องลดหนังสือการ์ตูนในมือลง เงยหน้ามองอีกคนที่บัดนี้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นปมจนยุ่งไปหมด

        " เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเป็นตูดแบบนั้น ? หายดียังเนี่ย ? "


          " ทำไมต้องบอกพี่มินซูด้วย บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูด"

          " ก็อยากช่วยนายไง เผื่อนายจะมีหวังกับเขาบ้างไง นายน่าจะขอบใจฉันมากกว่านะ "
   
          " จะมีหวังหรือไม่มันก็เรื่องของฉัน นายมันยุ่งไม่เข้าเรื่อง" เสียงของคนตัวเล็กเริ่มดังขึ้นด้วยความไม่พอใจอีกฝ่าย
        " ต่อไปนายจะได้เลิกใช้ฉันให้เอาข้าวกล่องกะขนมไปให้มันไง มันน่ารำคาญ ฉันไม่ชอบที่นายใช้ฉันเป็นเครื่องมือเข้าหามินซูแบบนี้ เข้าใจไว้ซะ" บยองฮอนยืนขึ้นแล้วส่งเสียงดังกลับไปบ้าง ทำเอาอีกคนสะดุ้งไปเล็กน้อย

        " รำคาญเหรอ งั้นต่อไปจะไม่ใช้อีกแล้ว ขอโทษนะที่ทำให้รำคาญ " ชานฮีเขวี้ยงกระเป๋าเป้ในมือใส่หน้าบยองฮอนอย่างแรง 
แล้วคนตัวเล็กก็หมุนตัววิ่งออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้อีกคนยืนงงอยู่ที่เดิม 

  " ไอเด็กบ้านั่น คนเขาอยากช่วย ไม่ขอบคุณแล้วยังจะมาว่าเขาอีก " บยองฮอนหยิบกระเป๋าที่อีกฝ่ายปาใส่เขาขึ้นมา ภาพดวงตาแดงๆที่เหมือนอีกคนจะร้องไห้ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง

         กับเรื่องแค่นี้ ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย 

 
         แล้ววันนั้นทั้งวัน กระเป๋าเป้ใบใหญ่ก็ติดอยู่กับตัวบยองฮอน เพราะเจ้าของได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย 

                   .....................................


         คืนนี้ทั้งคืนบยองฮอนพยายามส่งข้อความและโทรเข้าหาเบอร์ของชานฮี แต่ปลายสายกลับเงียบเสียง ไม่มีการตอบรับใดๆจากอีกฝ่ายทั้งสิ้น เมื่อความอดทนเริ่มใกล้จะหมดลง ร่างโปร่งก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางโยนโทรศัพท์เบาๆไว้ด้านข้างลำตัว 
         ไม่รับก็ไม่โทรแล้ว คนเขาอุตส่าห์จะโทรไปขอโทษ

         บยองฮอนนอนพลิกตัวไปมาอยู่นาน ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าอะไรที่มันคอยวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้เขานอนไม่หลับอยู่แบบนี้ ตาเรียวเหลือบมองไปเห็นเป้สีดำที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือ เขาชั่งใจอยู่สักครู่ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบมาวางไว้บนตักตัวเอง 


      "ทำไมกระเป๋าเบาจัง พกอะไรมาเรียนบ้างล่ะเนี่ย? "

        มือเรียวเปิดซิปกระเป๋าออกช้าๆ ค่อยๆล้วงของข้างในออกมาดู  แต่ในกระเป๋าของชานฮีกลับไม่มีตำราซักเล่ม มีเพียงแค่ถุงยาจำนวนหนึ่ง และสมุดจดบันทึกอีก 1เล่ม "

       
          สมุดจดบันทึก? 

          เด็กนั่นเขียนไดอารี่ด้วยงั้นเหรอ  ? 

          แอบอ่านสักนิดคงไม่เป็นไรมั้ง 


           มือเรียวเปิดหน้ากระดาษแต่ละหน้าออกด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร





           ... xx มีนาคม 2556 ...
 

           หลังจากที่ซื้อไดอารี่เล่มนี้มานาน สุดท้ายก็ได้ใช้แกสักทีนะ ฉันมีความในใจที่ไม่รู้จะไปคุยกับใครได้น่ะ                   ฉัน
เจอใครบางคนเข้าน่ะ ... แม่ของคนๆนั้นพักอยู่ห้องถัดไปนี่เอง ...ทั้งๆที่เพิ่งเคยพบกัน แต่ไม่รู้ทำไม ภาพของคนๆนั้น... ถึงไม่หายไปจากหัวสักที

           ทำไมต้องรู้สึกประหม่ายามที่ได้สบตากับเขาด้วยนะ?

           อืม.. แค่นี้ล่ะ สบายใจแล้ว ขอบใจนะเจ้าไดอารี่ ขอบใจที่แกรับฟังฉัน ^___^


            ... xx มิถุนายน 2556 ...


            วันนี้ก็ได้เจอเขาอีกแล้วล่ะ วันนี้ใส่ชุดนักเรียน มาด้วย เขาเดินผ่านฉันไปด้วยสีหน้าเฉยชา .. ก็แน่ล่ะ คนไม่รู้จักกันนี่นะ ฉันต้องทำไง? ... ถึงจะได้รู้จักกับเขานะ ...

            เหนื่อยจัง วันนี้ต้องตรวจอีกแล้ว T_T


               ................................................


           " ตรวจ ? " ตอนนี้สีหน้าที่เคยอมยิ้มกลับเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด  


           มือเรียวพลิกหน้าถัดมา เป็นเดือน กรกฎาคม 

           ทำไมถึงเขียนแค่เดือนละครั้งนะ?  



           ... xx กรกฎาคม 2550 ...


           วันนี้เขาใส่ชุดนักเรียนมาอีกแล้วล่ะ ถึงหน้าตาเขาจะดูนิ่งๆไม่ค่อยรับแขก แต่ตอนเขายิ้มให้กับแม่ของเขากับน้องจุนนะ ดวงตาของเขาภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะนั่นมัน... อ่อนโยนจัง ฉันอยากได้รอยยิ้มแบบนั้นจากเขาบ้างจัง


            วันนี้แอบได้ยินคุณหมอคุยกับแม่ว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ดีใจจัง อยากจะกลับบ้านใจจะขาดแล้ว ฉันจะพยายามเข้มแข็งเพื่อแม่นะ


                ................................................


            โรงพยาบาล?

            1 เดือน เขียน 1 หน้า ?

             น้องจุน? จะใช่จุนโฮที่แม่ของเขาชอบแวะเอาขนมไปให้กินทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลหรือเปล่า?
  
         หรือว่าคนๆนั้นของชานฮีคือตัวเขาเอง เพราะวันที่ชานฮีเขียนถึงคนๆนั้นมันเป็นวันที่ร่างสูงไปรับแม่ของเขาที่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลซังวอนทุกเดือน 

         ภาพรอยยิ้มสดใส เสียงหัวเราะที่ร่าเริง ท่าทียียวนที่อีกฝ่ายคอยกวนใจเขาอยู่เสมอเริ่มปรากฏขึ้นในหัว


            " ชานฮี นายป่วยเป็นอะไรกันแน่? "


........TBC........


      ฟิคแก้บนค่า สองถ้วยแล้วววววว🎉🎉🎉


  

6 comments:

  1. บนองฮยอนจ๋าช่วยฉลาดกว่านี้หน่อยได้ไหม อีกคนก็อ่อยแต่ช่างไร้เดียงสาอีกคนก็พาโบ

    ReplyDelete
  2. น่ารักจังเลยอ่าชานฮี

    ReplyDelete
  3. ชานฮีป่วยเป็นโรคอะไรอ่า TT แล้วสรุปว่าจี้ชอบพี่มินซูหรือบยองกันแน่???

    ReplyDelete
  4. ชานฮีป่วยเป็นโรคอะไรอ่า TT แล้วสรุปว่าจี้ชอบพี่มินซูหรือบยองกันแน่???

    ReplyDelete
  5. รอตอนต่อไปนะคะ ชอบๆ T_____T

    ReplyDelete
  6. ชานฮีป่วยเป็นโรคอะไรค้า ฮืออยากรู้ ㅠㅠㅠㅠ บยองฮอนเริ่มจะเป็นห่วงเค้าแล้วล่ะสิ >_<

    ReplyDelete