SF : Day after day (2) : byungchan
5 ทุ่มครึ่งแล้ว แต่บยองฮอนยังคงปักหลักอยู่บนที่นอนนุ่มในท่าเดิม ... หนังสือบันทึกเล่มเดิมยังคงอยู่ในมือ ร่างโปร่งอ่านเน้นทุกตัวอักษรในหนังสือเหมือนต้องการย้ำลึกลงไปในรายละเอียดที่เขายังไม่รู้ เพื่อให้รู้ลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม มือหนาพลิกเปิดหน้าต่อไปช้าๆ สูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้ง ก่อนเริ่มต้นอ่านมันต่อ
1 สิงหาคม 2556
ฉันบอกกับแม่ว่าไม่ว่ายังไงก็อยากจะเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้ โชคดีที่แม่มีเพื่อนที่มีเส้นสายและรู้จักกับท่านผอ. ของโรงเรียน ท่านจึงสามารถจัดการให้ฉันเข้าเรียนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ยิ่งเป็นการเข้าเรียนกลางเทอมแบบนี้ด้วยแล้ว ความจริงฉันก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมายนะ เพราะด้วยความที่ฉันก็ไม่ได้ไปวุ่นวายกับใครมากนักด้วยล่ะ เพื่อนที่นี่ก็โอเคนะ ฉันรู้สึกชอบที่นี่ซะแล้วสิ ฉันอยากอยู่ที่นี่นานๆ จัง อย่างน้อยก็นานที่สุด...เท่าที่ฉันจะสามารถทำได้...
ฉันเจอคนๆนั้นแล้วล่ะ หลังจากลองตระเวนมองหาอยู่ค่อนวัน เขา.... อยู่ห้องดังซะด้วย ห้องนี้มีทั้งประธานนักเรียน พี่เขาชื่อ ชางฮยอน พี่คนนี้อาจารย์ใหญ่ฝากฝังให้มาดูแลฉัน แต่ครั้งแรกที่เจอกัน ฉันนึกว่าเขาอยู่รุ่นเดียวกับฉันซะอีก ทั้งหน้าตารูปร่างและการพูดคุย และพี่มินซู หัวหน้าวงดนตรีของโรงเรียน เป็นทั้งคนแต่งเพลงและร้อง หน้าตาหล่อมากแบบขั้นสุด ห้องๆ นี้จึงมักเต็มไปด้วยเด็กๆ ปี 1 ที่ชอบมาแอบมองพี่มินซูทางประตู ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ฉันจะมาด้อม ๆ มองๆ อยู่ตรงนี้ มันน่าตลกตรงไหนรู้ไหม ฉันเดินชนเขาเข้าขณะที่แอบชะเง้อมองหาเขา แต่เขาดันคิดว่าฉันเป็นแฟนคลับคนนึงของพี่มินซูไปซะอีก แถมมองหน้าฉันพลางส่ายหัวแสดงอาการหงุดหงิดใส่อีกต่างหากให้ตายเหอะ คนๆนี้นี่นะ เคยเจอกันที่โรงพยาบาลก็สองสามครั้งแล้ว นี่ไม่คิดว่าคุ้นๆหน้าบ้างเลยเหรอไงเนี่ย เฮ้อ!!! ...เขาคงไม่รู้สินะ ว่าคนที่ฉันเฝ้ามองอยู่น่ะ คือคนที่นั่งข้างๆ พี่มินซูต่างหาก ...
" บยองฮอน "
ในที่สุดก็ได้รู้ชื่อของเขาแล้ว
" บยองฮอน ... บยองฮอน ... บยองฮอน "
ฉันเพิ่งรู้นะว่าแค่การได้เรียกชื่อเขาแบบนี้ มันทำให้ข้างในใจฟูฟ่องได้ขนาดนี้ได้ด้วย >____<
2 สิงหาคม 2556
เมื่อวานให้แม่สอนทำข้าวกล่อง หน้าตาน่าทานสุดๆอ่ะ แม่ก็ไม่ถามซักคำว่าจะเอาไปให้ใคร ... ก็แค่ยิ้มๆแล้วบอกว่า คนที่จะได้กินข้าวกล่องฝีมือชานนี่นี่โชคดีจังนะ เฮ้อ.... แม่น่ารักอย่างนี้เสมอ... เจ้าไดอารี่ ถ้าเป็นไปได้... ฉันอยากเกิดเป็นลูกของแม่อีกจัง
วันนี้ตั้งใจจะเอาข้าวกล่องไปให้เขา แต่ไม่รู้จะบอกกับเขายังไงดีน่ะสิ ทำใจรวบรวมความกล้าอยู่นานที่เรียกชื่อเขาออกไป
" บยอง...ฮอน "
แต่พอเขาหันมา สีหน้านิ่งๆ แบบนั้นมันทำเอาฉันไปไม่เป็นเลย สุดท้ายก็เลยต้อง ....
" ฝากกล่องข้าวให้พี่มินซูหน่อยสิ "
ชานฮีเอ๊ยยยยยย นายนี่มันช่าง... เฮ้อ!! เอาวะ เลยตามเลยไปละกัน
หน้าของเขาตลกมากอ่ะตอนที่ฉันยื่นกล่องข้าวให้ แต่ฉันก็ชอบนะ หน้าเหวอๆ งงๆแบบนั้น ทำไมถึงชอบน่ะเหรอ ? ก็ปกติเขาเอาแต่ทำหน้าเก๊กขรึมน่ะสิ อิอิ
หน้าของเขาตลกมากอ่ะตอนที่ฉันยื่นกล่องข้าวให้ แต่ฉันก็ชอบนะ หน้าเหวอๆ งงๆแบบนั้น ทำไมถึงชอบน่ะเหรอ ? ก็ปกติเขาเอาแต่ทำหน้าเก๊กขรึมน่ะสิ อิอิ
แต่เขาคงไม่พอใจฉันอีกแล้วล่ะดูจากท่าทางวันนี้ แต่ก็ยังดีนะที่เขายังยื่นมือมารับข้าวกล่องจากฉันน่ะ มือเขาแตะโดนมือฉันนิดหน่อยด้วย ตอนนั้นมือของฉันนะมันชุ่มไปด้วยเหงื่อเลยล่ะ หัวใจก็ทำงานหนักมากกกกก มันเต้นโคมครามจนแทบจะออกมาข้างนอกเลย หวังว่าเขาจะไม่สังเกตเห็นนะ
ถึงพี่มินซูจะหล่อมาก แต่ฉันว่าบยองฮอนก็ดูดีไม่น้อยนะ ก็ดีเหมือนกันที่ไม่มีคนมารุมชอบเขา ฉันอาจจะได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดเขาบ้าง >_<
ถึงพี่มินซูจะหล่อมาก แต่ฉันว่าบยองฮอนก็ดูดีไม่น้อยนะ ก็ดีเหมือนกันที่ไม่มีคนมารุมชอบเขา ฉันอาจจะได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดเขาบ้าง >_<
ริมฝีปากเรียวที่เคยนิ่งสนิท ตอนนี้กลับถูกฉาบด้วยรอยยิ้มบางๆ บยองฮอนเหมือนถูกดึงให้จมอยู่กับตัวอักษรของชานฮี ...
ภาพเด็กผู้ชายช่างพูด ช่างยิ้ม ช่างเอาแต่ใจลอยวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา ภาพแล้วภาพเล่า ... หน้าแต่ละหน้าของสมุดบันทึกมีแต่เรื่องของตัวเขาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ชานฮีไหว้วานเขาให้ทำนู่นทำนี่ หรือเรื่องที่ชานฮีแอบมองเขาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะที่ไหน ... ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ... และความลับข้อนี้ มันทำให้ตัวเขาเองก่อเกิดความรู้สึกยินดีเล็กๆ อยู่ลึกๆ ข้างใน...
....และคืนนั้น เขาก็เผลอหลับไปทั้งรอยยิ้ม พร้อมกับเสียงใส ๆของเจ้าของสมุดบันทึกที่ดังก้องอยู่ในหูตลอดทั้งคืน ....
บยองฮอน ... บยองฮอน ... บยองฮอน ...
บยองฮอน ... บยองฮอน ... บยองฮอน ...
ติ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~~~~
เสียงนาฬิกาปลุกเริ่มทำงานตามหน้าที่ที่มันได้รับมอบหมาย เมื่อเวลาเช้าตรู่ของอีกวันมาเยือน
บยองฮอนงัวเงียอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดมัน เป็นเพราะเมื่อคืนเขานั่งอ่านไดอะรี่เล่มนั้นจนดึก และเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทันทีที่นึกได้ เขารีบลุกจากเตียง อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนทันที
ถนนที่ทอดยาวสู่โรงเรียนสายเดิม แต่วันนี้มันกลับดูยาวไกลกว่าปกติ มือที่เคยถือหนังสือการ์ตูนกลับกลายเป็นไดอะรี่เล่มเล็กๆ และหูฟังเอ็มพีที่ปกติต้องถูกใช้งานเป็นประจำในทุกเช้าระหว่างการเดินทางมาโรงเรียนก็ถูกถอดออกเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเป้ เพราะเขาต้องการเว้นว่างไว้เพื่อฟังเสียงเรียกจากใครคนหนึ่ง ซึ่งปกติเขาเคยคิดว่ามันน่ารำคาญ แต่วันนี้... วันที่เขาต้องการได้ยินจับใจ มันกลับไม่มี ...
เสียงนาฬิกาปลุกเริ่มทำงานตามหน้าที่ที่มันได้รับมอบหมาย เมื่อเวลาเช้าตรู่ของอีกวันมาเยือน
บยองฮอนงัวเงียอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดมัน เป็นเพราะเมื่อคืนเขานั่งอ่านไดอะรี่เล่มนั้นจนดึก และเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทันทีที่นึกได้ เขารีบลุกจากเตียง อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนทันที
ถนนที่ทอดยาวสู่โรงเรียนสายเดิม แต่วันนี้มันกลับดูยาวไกลกว่าปกติ มือที่เคยถือหนังสือการ์ตูนกลับกลายเป็นไดอะรี่เล่มเล็กๆ และหูฟังเอ็มพีที่ปกติต้องถูกใช้งานเป็นประจำในทุกเช้าระหว่างการเดินทางมาโรงเรียนก็ถูกถอดออกเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเป้ เพราะเขาต้องการเว้นว่างไว้เพื่อฟังเสียงเรียกจากใครคนหนึ่ง ซึ่งปกติเขาเคยคิดว่ามันน่ารำคาญ แต่วันนี้... วันที่เขาต้องการได้ยินจับใจ มันกลับไม่มี ...
ทำไมกันนะ .. ทำไม .. มันเหมือนอะไรบางอย่างในชีวิตของเขาต้องหล่นหายไปอีกหน...
1 กันยายน 2556
1 กันยายน 2556
แม่บอกว่าฉันดูสดใสขึ้น ฉันเคยได้ยินมาว่า คนป่วยมักจะอาการดีขึ้นมาช่วงหนึ่ง ก่อนจะทรุดฮวบและเสียชีวิตในที่สุด หรืออาจเป็นเพราะว่าตอนนี้หัวใจของฉันมันเต้นสม่ำเสมอขึ้นเพราะเจอเขากันแน่นะ ขอให้เป็นอย่างหลังเถอะ ..
ที่จริงแล้วฉันก็พยายามทำใจให้ยอมรับกับสิ่งต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองไว้แล้วนะ แต่ตอนนี้... ฉัน... ฉันอยากมีชีวิตยืนยาวเหมือนคนทั่วๆ ไป หรืออย่างน้อยที่สุด ฉันแค่อยากขอยืดเวลาออกไปอีกหน่อย
.... 1 วัน 1 ชั่วโมง 1 นาที หรือ 1 วินาที .... มันก็มีค่าเสมอสำหรับฉัน
ใครบางคนที่ใช้เวลาให้หมดไปเฉยๆ ใครบางคนฆ่าเวลาที่ตัวเองมีด้วยการทำอะไรก็แล้วแต่เพื่อรอสิ่ง ๆ หนึ่งให้ผ่านเข้ามาในชีวิต ฉันอิจฉาผู้คนเหล่านั้น... เพราะฉันไม่สามารถทำแบบนั้นได้
เวลาของฉันมันไม่แน่ไม่นอน...
ฉันจะมีโอกาสมั้ย ... ฉันจะได้เอ่ยคำๆนั้นกับเขาก่อนที่เวลาของฉันจะหมดลงไปมั้ย? ...
... พี่บยองฮอน ชานฮี รัก พี่นะ ...
น้ำหยดเล็ก ๆ จากดวงตาเรียวของบยองฮอน หยดลงบนตัวหนังสือในสมุดบันทึกโดยที่เขาแทบไม่รู้สึกตัวเองว่ากำลังร้องไห้ ชายหนุ่มรีบใช้ชายเสื้อเช็ดหยดน้ำตาหยดนั้นออกอย่างเบามือ ทะนุถนอมเหมือนตัวหนังสือเหล่านั้นเป็นสิ่งที่อ่อนไหวง่าย และเขาก็หวงแหนมันเหลือเกิน หัวใจเริ่มบีบตัวด้วยจังหวะที่กระชั้นถี่ขึ้น จนเขาอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเข้าไปทุกที หัวสมองเริ่มวุ่นวายอยู่กับความคิดอันสับสน
15 กันยายน 2556
ถึงแม้บยองฮอนจะชอบแสดงสีหน้าท่าทางรำคาญ และทำเป็นบ่นนั่นบ่นนี่ แต่ฉันรู้ว่าเขาน่ะใจดี เพราะสุดท้ายเขาก็ยอมฉันเสมอล่ะ ...
ฉันจะเข้าข้างตัวเองได้มั้ยนะ ว่าเขาก็ไม่ได้ไม่ชอบฉันหรอก...
ฉัน... ไม่อยากทำได้แค่เพียงแอบมองเขา หึหึ ... ฉันเริ่มมีความต้องการมากขึ้นแล้วสินะ เฮ้อ......
วันนี้ฉันเห็นเขาโดนทำโทษอยู่กลางสนาม พี่ชางฮยอนบอกว่า เป็นเพราะเขาแอบหลับในห้องกับพี่มินซู แต่พี่มินซูรอดเพราะไม่ได้ฟุบกับโต๊ะ และด้วยความที่ตาพี่มินซูยิ่งตี่ๆอยู่แล้วด้วย อาจารย์เลยจับไม่ได้คึคึคึ ฉันนึกท่าทางเขาออกเลยล่ะว่าหน้าตาของเขาตอนนั้นมันจะเป็นแบบไหนตอนทึ่โดนคุณครูเรียกน่ะ เขาคงจะทำหน้าเอ๋อๆ หัวยุ่งๆ แล้วก็เดินออกไปแบบงงๆแน่ๆอ่ะ
กิจกรรมที่บยองฮอนทำแต่ละอย่าง มันช่างไม่สัมพันธ์กับบุคลิกของเขาเอาซะเลย เขาวาดรูปสวยและถ่ายภาพเก่ง แต่บุคลิกภายนอกที่เขาแสดงออกมากลับดูเคร่งขรึมและแข็งกร้าวไปหน่อย แทบไม่มีความละเอียดอ่อนเอาซะเลย เขาชอบอ่านการตูน และหนังสือแนวสืบสวนทุกประเภท แต่เขากลับไม่ยักสนใจกับความรู้สึกของคนรอบข้าง ถ้าเขามีจิตวิญญาณของนักสืบแบบในการ์ตูนที่เขาอ่านสักหน่อย เขาอาจจะรู้ว่าความรู้สึกของฉันบ้างก็ได้ ว่าจริงๆแล้วใครกันที่ฉันเฝ้ามองอยู่ ...
...แต่นั่นก็คงถือเป็นเรื่องดีสำหรับฉันสินะ ที่เขาไม่รู้อะไรซักอย่าง เพราะถ้าเขารู้ ฉันอาจไม่ได้อยู่ใกล้ชิดพูดคุยกับเขาแบบนี้ก็ได้...
15 ตุลาคม 2556
เค้กช็อคโกแลตชิ้นนี้ ฉันตั้งใจทำให้เขาเลยนะ แต่โบว์ในลิ้นชักห้องครัวดันมีแต่สีชมพูซะนี่ ... เอาน่าโบว์สีชมพูกับแว่นตากรอบหนา ๆ นั่น มันก็เหมาะกันดีอยู่นะ (ล่ะมั้ง) ถึงแม้เขาจะไม่เคยรู้เลยว่ารสชาติมันจะเป็นยังไง แต่ฉันก็ยังได้ส่งผ่านกล่องเค้กสีขาวนั้นให้กับมือเขาเอง ... ได้แต่หวังว่าสักวัน ฉันจะได้ให้เค้กกับเขาโดยตรงโดยไม่ต้องอ้างชื่อพี่มินซูแบบนี้อีกแล้ว
ฉันทำตัวไม่น่ารักกับบยองฮอนเท่าไหร่ บางทีเขาคงจะเบื่อฉันเหมือนกันนะ เขาถามฉันเป็นรอบที่เท่าไรฉันก็ลืมไปแล้วล่ะ ว่าทำไมฉันถึงไม่เรียกเขาว่าพี่บยองฮอน
ฉันจะบอกเขาได้ยังไงว่าตัวฉันไม่อยากเป็นแค่น้องชายของเขา ... ฉันอยากเป็นใครสักคนที่เขาจะคอยมองหา อยากเป็นคนที่ทำให้เขาคิดถึงทีไรก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ฉันอยากให้เขาเป็นเหมือนฉันบ้าง ... รู้สึกแบบเดียวกับฉันบ้าง นี่ฉันเริ่มต้องการมากขึ้นอีกแล้วสินะ
ฉันจะบอกเขาได้ยังไงว่าตัวฉันไม่อยากเป็นแค่น้องชายของเขา ... ฉันอยากเป็นใครสักคนที่เขาจะคอยมองหา อยากเป็นคนที่ทำให้เขาคิดถึงทีไรก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ฉันอยากให้เขาเป็นเหมือนฉันบ้าง ... รู้สึกแบบเดียวกับฉันบ้าง นี่ฉันเริ่มต้องการมากขึ้นอีกแล้วสินะ
บางทีฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนักหรอก ฉัน... อยากใกล้ชิดเขา ... อยากให้เขารู้สึกดีๆกับฉัน แต่อีกใจก็กลัว คนอย่างฉันไม่ควรต้องมีใครมารักหรอก แค่แม่ที่ต้องมาเจ็บปวดและร้องไห้เพราะฉันมันก็มากพอแล้ว ... ทั้งๆที่รู้นะ ... ทั้งๆที่รู้ดี ... แต่ตอนนี้ ... ฉันกลับอยากได้รับสิ่งที่เรียกว่าความรักจากเขาบ้าง ...
สิ่งนี้มันคือความเห็นแก่ตัวใช่มั้ย ?
ฉันทรมานจังเลย เหมือนว่าอาการแบบนั้นมันเริ่มกลับมาอีกแล้ว แต่ฉันจะอดทนนะ ขอเวลาให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาอีกนิดเถอะนะ
ฉันอยากได้รับความรักกลับมาบ้าง ...........
ฉันควรรักเขาต่อไปมั้ย?
เพราะหัวใจของฉัน.... มันเป็นแบบนี้....
เจ้าไดอารี่ ฉันเจ็บจัง ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บปวดและทรมานแบบนี้?
ฉันควรทำยังไงดี .........
" ทรมานเหรอ ? "
หน้าต่อไปของสมุดบันทึกถูกฉีกขาดออกไป และสิ่งนั้นมันก่ออารมณ์หงุดหงิดให้บยองฮอนได้มากทีเดียว มือเรียวปิดไดอารี่ นั่งจมอยู่กับความคิดบางอย่างของตนอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะลุกขึ้นสะพายเป้ขึ้นหลัง และเดินเข้าห้องเรียน อารมณ์ตอนนี้แม้ไม่มีกะจิตกะใจจดจ่อกับการเรียนเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยเขาก็หวังที่จะได้เห็นใครบางคนผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่หน้าประตูห้องเขาเหมือนบ่อยครั้งที่ผ่านมา ...
แต่แล้วเขาก็ต้องลิ้มรสชาติของความผิดหวังอีกจนได้ ...
หนึ่งวันอันแสนอึดอัดกำลังจะผ่านพ้นไปโดยที่ไม่มีอะไรคืบหน้าซักอย่าง เบอร์โทรศัพท์ที่ไร้คนรับจากทางปลายทาง โรงอาหารที่ไม่มีเสียงกวนประสาทที่คอยตะโกนเรียกเฉกเช่นทุกวัน ม้าหินอ่อนที่ไม่มีใครมาคอยนั่งกวนใจข้างๆเวลาอ่านหนังสือการ์ตูน ทำไมทุกอย่างมันชวนให้เขารู้สึกว้าวุ่นได้ขนาดนี้นะ
" ชางฮยอน ออกมาคุยอะไรกันหน่อยสิ"
" มีไรด่วนมั้ย ? เราต้องไปพบอาจารย์ใหญ่อ่ะ "
" แค่ห้านาทีน่า "
" ให้สามนาที"
" เออ ๆ สามนาทีก็ได้ "
" แค่ห้านาทีน่า "
" ให้สามนาที"
" เออ ๆ สามนาทีก็ได้ "
ชางฮยอนจำใจต้องวางมือจากการเก็บสัมภาระใส่กระเป๋า แล้วเดินตามบยองฮอนออกมานอกห้องเรียน
" นายรู้มั้ยว่าทำไมชานฮีไม่มาเรียน?"
" นายถามเราทำไมวะ เราเห็นนายคุยกับชานฮีบ่อยๆ นายน่าจะรู้มากกว่าเรานะ "
" ก็นายเป็นคนดูแลเขาไม่ใช่เหรอ? "
" หืมม์ !! รู้ได้ไงอ่ะ เรื่องนี้มันเป็นความลับระหว่างเรากับอาจารย์ใหญ่เลยนะ" ชางฮยอนมองหน้าบยองฮอนอย่างประหลาดใจ
" เออ รู้และกันน่า" (ก็ดูแลเอาใจซะขนาดนั้น นี่ถ้าไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรกับไอเด็กจงฮยอนนี่คงคิดไปแล้วว่ามันจะเต๊าะชานฮี )
" นายบอกฉันได้มั้ยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ?โทรไปก็ไม่รับ"
" ไม่รู้สิ ไม่เห็นตั้งแต่วันงานโรงเรียนแล้ว นายลองไปหาเขาที่บ้านยัง รู้จักบ้านชานฮีป่ะ? "
" ที่บ้านเหรอ เออใช่ ลืมไปได้ไงวะ ... ไม่รู้จักอ่ะ บ้านเขาอยู่ไหนล่ะ?"
หลังจากรู้ที่อยู่ของชานฮีจากชางฮยอนแล้ว บยองฮอนก็ขอบใจอีกฝ่ายแต่ยังไม่ทันจะหันหลังกลับ
" เดี๋ยว บยองฮอน "
" ทำไม? "
" ชานฮีไม่มาเรียน แล้วทำไมนายต้องเดือดร้อนขนาดนี้ล่ะ? "
" นายอย่ารู้เลย มันเป็นเรื่องของฉันกับเขา" ชางฮยอนยังทำหน้างง บยองฮอนเห็นอย่างนั้นเลยก้าวเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ชางฮยอนหน้าเหวอได้อีก
" เรื่องของหัวใจน่ะ ทีนี้เข้าใจแล้วนะ แล้วเรื่องนายกับไอเด็กจงฮยอนที่บนดาดฟ้าน่ะ ฉันจะเก็บไว้เป็นความลับ ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่นายบอกที่อยู่ของชานฮีให้ฉันละกันนะ " ว่าแล้วก็วิ่งกลับเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเอง แล้ววิ่งหายลับตาไป ปล่อยให้ชางฮยอนมองตามอย่างงุนงงอยู่ที่เดิม
"ไหงงั้นวะ บยองฮอน!!! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเฮ้ย! เดี๋ยวก่อน !!! นาย !!! นายแอบดูเราเหรอ นี่! ปัดโธ่! "
" เดี๋ยว บยองฮอน "
" ทำไม? "
" ชานฮีไม่มาเรียน แล้วทำไมนายต้องเดือดร้อนขนาดนี้ล่ะ? "
" นายอย่ารู้เลย มันเป็นเรื่องของฉันกับเขา" ชางฮยอนยังทำหน้างง บยองฮอนเห็นอย่างนั้นเลยก้าวเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ชางฮยอนหน้าเหวอได้อีก
" เรื่องของหัวใจน่ะ ทีนี้เข้าใจแล้วนะ แล้วเรื่องนายกับไอเด็กจงฮยอนที่บนดาดฟ้าน่ะ ฉันจะเก็บไว้เป็นความลับ ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่นายบอกที่อยู่ของชานฮีให้ฉันละกันนะ " ว่าแล้วก็วิ่งกลับเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเอง แล้ววิ่งหายลับตาไป ปล่อยให้ชางฮยอนมองตามอย่างงุนงงอยู่ที่เดิม
"ไหงงั้นวะ บยองฮอน!!! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเฮ้ย! เดี๋ยวก่อน !!! นาย !!! นายแอบดูเราเหรอ นี่! ปัดโธ่! "
บยองฮอนวิ่งโดยไม่รู้จักเหนื่อย แม้ระยะทางนั้นจะไกลมากแล้วก็ตามจากโรงเรียนจนถึงบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งถ้าความจำเค้ายังไม่เลือนไปซะก่อนตามที่ชางฮยอนบอกมา ร่างโปร่งวิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านขนาดกลางสีขาวที่อยู่ท้ายซอย แต่ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจนักว่ามาถูกบ้านมั้ย เพราะบ้านเหมือนจะเงียบจนผิดปกติ เขารวบรวมความกล้า กดกริ่งหน้าประตูบ้านไปสองครั้ง หัวใจเต้นรัวเร็วทุกขณะที่รอคอยใครซักคนให้เดินมาเปิดประตู แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ความหวังยิ่งเหมือนริบหรี่เข้าไปทุกที
ชายหนุ่มยืนรออยู่หน้าบ้านเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เขาลองกดกริ่งซ้ำอีกสองสามรอบแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครมาเปิดประตู คงไม่มีคนอยู่บ้าน เขาได้แต่ถอนหายใจ แล้วตัดสินใจหันหลังเดินออกมา
จากวันแรก ก้าวสู่วันที่ 2 วันที่ 3 และตอนนี้แทบจะครบสัปดาห์แล้วที่ชานฮีหายตัวไป เขาฝากชางฮยอนให้ไปสืบก็รู้แค่รู้ว่า คุณแม่ของชานฮีโทรมาแจ้งทางโรงเรียนว่าขอพักการเรียน ซึ่งทางอาจารย์ใหญ่ก็ไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่เจ้าตัวขอพักซะด้วย
เวลาแต่ละนาทีที่เดินผ่านตัวเขาไปในตอนนี้ มันดูไร้ค่าไร้ความหมาย... ชั่วโมงที่เคยโปรดปราน การ์ตูนที่เคยชื่นชอบ เพลงที่เคยฟังแล้วเพราะ สิ่งต่างๆเหล่านี้กลับกลายดูเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย ถ้าวันนี้ต้องเป็นอีกวัน ที่เขาไม่สามารถจะทำอะไรให้ตัวเองคลายความอึดอัดลงบ้าง มีหวังร่างเขาต้องระเบิดเป็นแน่
ตอนนี้เป็นเวลาเย็นมากแล้ว บยองฮอนเก็บของใส่กระเป๋า เดินลากขาของตัวเองเรื่อย ๆ มาหยุดตรงหอประชุมกว้างได้ไงก็แทบไม่รู้ตัว เวลานี้หอประชุมโล่งเพราะไร้ผู้คน ตาเรียวเหม่อมองไปมุมด้านหน้าของเวที ที่ตรงนั้น... ที่เคยมีชานฮีและเขาช่วยกันวาดภาพ
ดวงตากลมโตของชานฮีที่คอยมองตอนเขาวาดภาพอย่างตั้งใจ น้ำหนักยามที่ทิ้งตัวลงมาที่ตักของเขา กลิ่นหอมจางๆที่ทำให้เขารู้สึกดีแบบแปลกๆ ใบหน้าแดง ๆ ยามที่คิดถึงเรื่องจูบระหว่างมินซูและนีแอล ใบหน้าเล็กยามหลับตาพริ้ม กลีบปากบางสีชมพูนั่นอีกที่เกือบทำให้เขาห้ามใจไม่ให้กดปากเรียวลงไปประทับที่ไม่ได้ทำอะไรลงไป อาจเป็นเพราะเขากลัวว่ามันอาจไม่เหมือนเดิม
ภาพในวันงานยังคงเด่นชัดอยู่ในความทรงจำของเขา เหมือนเรื่องราวเหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
" จูบ " อ่า~~ ใช่แล้ว เขาลืมมันไปได้ยังไงนะ ..
เท้ายาว ๆ ของบยองฮอนก้าวเร็ว ๆ ไปยังตึกด้านหลัง ลัดเลาะไปยังที่ที่หนึ่งด้วยหัวใจระทึก...
ประตูบานเดิม ยังคงอยู่ในสภาพเดิม เขาจับลูกบิดเบาๆ ด้วยเหงื่อที่เริ่มชื่นเต็มมือไปหมด เขาไม่ได้หวังว่าเปิดมาแล้วจะได้เจอชานฮี แต่สิ่งที่เขาแอบหวังอยู่ลึกๆ กลับเป็นบางสิ่งบางอย่าง ห้องๆ นี้อาจมีความทรงจำบางอย่างของชานฮีซ่อนอยู่ ...
หลังเฟรมผ้าใบอันเก่า เก้าอี้ยังคงวางไว้ที่เดิมแต่เริ่มมีฝุ่นจับบ้างแล้ว บ่งบอกให้รู้ว่า บางทีมินซูและนีแอลคงเลิกใช้ห้องนี้เป็นห้องสวีทชั่วคราวไปแล้ว
บยองฮอนหย่อนตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้โดยไม่คิดจะปัดหรือกลัวว่ากางเกงตัวเองจะเปื้อนฝุ่นซักนิด ชายหนุ่มฝังตัวเองให้จมอยู่กับกลิ่นเก่าๆ และฝุ่นจางๆ หันมองรอบตัวก็มีแต่สิ่งของที่หมดอายุใช้งานแล้ว
" นายเคยบอกว่าชอบแอบมานั่งเล่นที่นี่บ่อยๆ ฮึๆ มันจะมีอะไรให้นั่งเล่นในห้องนี้ได้ล่ะเนี่ย รกซะขนาดนี้"
ดวงตาเรียวสอดส่ายมองโน่นนี่ไปเรื่อย สมองก็คิดถึงใครบางคนไปด้วย ... มือเรียวหยิบเอาไดอะรี่เล่มเล็กจากในกระเป๋าขึ้นมาอ่านอีกครั้ง จริงๆแล้วเขาอ่านมันบ่อยจนแทบซึมซับทุกตัวอักษรเข้าสู่เนื้อเยื่อของความทรงจำได้หมดแล้ว .. หวังเพียงว่าวันใดวันหนึ่ง เจ้าของตัวจริง จะมายืนทำหน้างอนๆ ปากยื่นๆตอนบ่น พร้อมกับแบมือขอมันคืนกลับไปจากเขาซักที
...แล้ววันนั้น เมื่อไหร่จะมาถึงนะ...
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน บยองฮอนขยับตัวไล่ความเมื่อยนิดหน่อย เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ถูกปล่อยออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืน หมดเวลาสำหรับการเฝ้ารออย่างหมดหวังของวันนี้แล้ว .. และก่อนที่ร่างโปร่งจะขยับตัว ตาเรียวเล็กกลับมองเห็นอะไรบางอย่างตรงมุมโต๊ะหนังสือเก่าๆ ด้านใน
ถึงแม้ห้องนี้จะดูไม่ใหญ่นักเนื่องเพราะสิ่งของที่วางระเกะระกะกระจายไปทั่วห้อง แต่หากก้ม ๆ ตัวลงและเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย มันก็ยังมีที่เก็บของกว้างออกไปอีกนิด
โต๊ะนักเรียนสภาพเก่าวางเรียงกันเหมือนจงใจ หรือชานฮีจะใช้โต๊ะเหล่านี้มาใช้แทนเตียงในการงีบหลับ เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิด หัวใจของบยองฮอนก็พองโตกับสิ่งที่เห็น ลายมือที่เหมือนกันกับไดอะรี่ถูกเขียนลงบนโต๊ะเต็มไปหมด
โต๊ะนักเรียนสภาพเก่าวางเรียงกันเหมือนจงใจ หรือชานฮีจะใช้โต๊ะเหล่านี้มาใช้แทนเตียงในการงีบหลับ เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิด หัวใจของบยองฮอนก็พองโตกับสิ่งที่เห็น ลายมือที่เหมือนกันกับไดอะรี่ถูกเขียนลงบนโต๊ะเต็มไปหมด
บยองฮอน บยองฮอน บยองฮอน
บยองฮอน ♡ ชานฮี
บยองฮอน บยองฮอน บยองฮอน
" นายเล่นไสยศาสตร์หรือไงนะชานฮี" นิ้วเรียวค่อยๆลูบไล้ตัวอักษรบนโต๊ะนั้นเบาๆ ด้วยสีหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แม้จะไม่เจอใครที่ต้องการเจอ แต่แค่เศษส่วนหรือเสี้ยวหนึ่งของตัวตนที่เขาพบ มันก็สร้างแรงกระตุ้นเล็กๆ ให้หัวใจสูบฉีดเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงความหวังได้นิดหน่อย ที่บริเวณใกล้ๆ กันมีกระดาษแผ่นบางที่ถูกขยำจบยับและทิ้งไว้อยู่ตรงมุมห้อง ชายหนุ่มมองมันด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเดินไปหยิบมันขึ้นมาคลี่อ่าน
ลายกระดาษเป็นลายเดียวกับไดอารี่เลย หรือว่ามันคือ...
" หน้าที่ถูกฉีกไปงั้นเหรอ? " แสงสว่างในห้องไม่เพียงพอให้เขาเพ่งอ่านออกได้มากนัก เพราะตัวหนังสือที่ถูกเขียนด้วยดินสอและรอยยับของกระดาษ บยองฮอนรีบเดินออกมาพร้อมเศษกระดาษในมือ เพื่อออกไปหาแสงสว่างที่มากพอแทน ขาเรียวมาหยุดที่โรงยิม เขาหย่อนตัวนั่งลงบนอัฒจันทร์ ที่ตอนนี้มีเพียงนักกีฬาบางคนที่ยังคงซ้อมชู้ตลูกบาสอยู่ แต่สายตาของเขาตอนนี้หยุดอยู่เพียงแค่ข้อความในแผ่นกระดาษเท่านั้น
ข้อความที่เขาตามหามาหลายวันด้วยหัวใจที่เต้นรัวอีกครั้ง ...
16 ตุลาคม 2556
เวลาทั้งวันของวันนี้หมดไปกับการอยู่กับเขาได้มากเท่าที่ฉันต้องการเลย จริงๆก็อยากจะยืดเวลาออกไปให้นานกว่านี้... แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี ... ฉันอยากใช้เวลาทั้งวันหัวเราะและมีความสุขกับเขา ... ได้กวนเขา เถียงกับเขา ...
17 ตุลาคม 2556
วันนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย อาจเป็นเพราะว่าเมื่อคืนนอนดึกมาก ฉันทำให้แม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ฉันมันแย่จริง ๆ
วันดีๆ ของโรงเรียนอย่างวันนี้ก็อดไป แต่ฉันดีใจมากเลยนะที่บยองฮอนส่งข้อความมาหา เขาเป็นห่วงฉันหรือเปล่านะ ... เพราะเขาเป็นห่วงฉันใช่มั้ย? .
..............................................................
มือเรียวพับกระดาษในมือแล้วเก็บมันสอดไว้ในไดอารี่อีกที ดวงตามองออกไปยังสนามบาสที่ตอนนี้ไม่เหลือผู้เล่นอีกแล้ว
" จากที่อ่านในไดอารี่ดูเหมือนว่าหัวใจของนายมันไม่ปกติสินะชานฮี ... ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หัวใจฉันมันก็ไม่แตกต่างจากนายหรอก... ความรู้สึกเป็นหลุมเป็นบ่อที่อยู่ข้างในตอนนี้ มันเกิดขึ้นเพราะนายนะ "
.......
...
..
16 ตุลาคม 2556
... วันนี้มีความสุขจังเลยยยยยย ขนาดฉันแกล้งให้เขามาช่วยวาดรูปตกแต่งเวที แต่เขาก็ยังยอมช่วยฉันอยู่ดี ฉันชอบภาพวาดของเขานะ ดอกไม้หลากสีขนาดต่างๆเหล่านั้น ชอบมากเลย ♡♡♡♡♡♡♡
แอบแซวเขาด้วยล่ะว่าเขาน่ะเหมือนไก่ เขาก็ว่าฉันเหมือนกระรอกด้วยนะ ฉันเลยจัดรูปลูกเจี๊ยบกับกระรอกนั่งแอบอิงซะเลย ถ้าพรุ่งนี้เขามาเห็นเขาคงชอบมันนะ ชอบหรือเปล่าไม่รู้หรอกแต่บยองฮอนต้องยิ้มออกมาแน่ๆฉันมั่นใจ เพราะมันคือโค้ทลับระหว่างเราสองคน
เวลาทั้งวันของวันนี้หมดไปกับการอยู่กับเขาได้มากเท่าที่ฉันต้องการเลย จริงๆก็อยากจะยืดเวลาออกไปให้นานกว่านี้... แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี ... ฉันอยากใช้เวลาทั้งวันหัวเราะและมีความสุขกับเขา ... ได้กวนเขา เถียงกับเขา ...
ฉันเริ่มจะเพ้อฝันอีกแล้วสินะ ....
ฉันทำสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำลงไปด้วยนะวันนี้ ฉันนั่งตักบยองฮอน แกได้ยินไม่ผิดหรอกเจ้าไดอารี่ ใช่!!!
ฉัน นั่ง ตัก บ ยอง ฮอน
มันอบอุ่นมากเลยนะแม้จะเป็นแค่เวลาเพียงเสี้ยวก็ตามที กลิ่นของเขา ... เสียงของเขาที่กระซิบข้างหู และ... -/////- ช่างมันเถอะ
เออ!! ฉันเห็นคนจูบกันด้วยล่ะ ไม่ใช่จูบแบบปากแตะๆอย่างในละครที่แม่ดูนะ แต่เป็นจูบแบบ.. ฉันจะบอกแกยังไงดีล่ะเจ้าไดอารี่ มันน่าจะเรียกว่าจูบแบบดูดดื่มล่ะมั้ง ...
จูบ... รสชาติของจูบมันจะเป็นยังไงนะ มันจะหวานเหมือนเราอมอมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รี่มั้ย? ดูเหมือนพี่มินซูและนีแอลเขามีความสุขมาก ภาพนั้นมันยังติดอยู่ในหัวฉันจนยากจะลบ ยิ่งเวลาเห็นหน้าบยองฮอน เวลาที่อยู่ใกล้เขาลำพังแบบคืนนี้ มันก็ยิ่งควบคุมตัวเองได้ยากเหลือเกิน ...
รอยสัมผัสจากมือเขาที่แตะใบหน้าของฉันมันยังคงทิ้งร่องรอยให้รู้สึกวาบหวามแปลกๆอยู่เลย จริงๆฉันก็แอบหวังนะ ว่าเขาจะทำแบบนั้นกับฉัน มันคงรู้สึกดีมากกกก ... นี่ฉันเริ่มเป็นเด็กแก่แดดแล้วใช่มั้ย ~\\\~
เวลาที่ได้อยู่กับบยองฮอน ฉันลืมทุกทีเลย ลืมว่าตัวเองเป็นใคร และกำลังเป็นอะไร … หน้าฉันเอาแต่แดง ซึ่งหวังว่าเขาจะไม่สังเกตเห็นมันนะ และหัวใจของฉันก็สั่น ... หวังว่ามันยังคงเต้นต่อไปอย่างปกตินะ ...
เจ้าไดอารี่... อวยพรให้ฉันหน่อย อีกไม่กี่วันแล้วล่ะ ...
17 ตุลาคม 2556
วันนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย อาจเป็นเพราะว่าเมื่อคืนนอนดึกมาก ฉันทำให้แม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ฉันมันแย่จริง ๆ
วันดีๆ ของโรงเรียนอย่างวันนี้ก็อดไป แต่ฉันดีใจมากเลยนะที่บยองฮอนส่งข้อความมาหา เขาเป็นห่วงฉันหรือเปล่านะ ... เพราะเขาเป็นห่วงฉันใช่มั้ย? .
...บยองฮอน... พี่บยองฮอน ... พี่จะคิดอะไรกับชานฮีบ้างมั้ย?...
ฉันกลัว ... ฉันเริ่มรู้สึกตัวเองว่าความต้องการของฉันมันมาก... มากขึ้นทุกทีๆ... มันมากจนเจ็บปวดไปหมด ...
ฉันควรทำไงดี หัวใจดวงนี้ของฉัน ...
.... คงใกล้ได้เวลาสำหรับฉันแล้วใช่มั้ย ....
18 ตุลาคม 2556
วันนี้ฉันอุตส่าห์มาแต่เช้าเพราะอยากเห็นหน้าเขา แต่ยังไม่ทันได้ทักทายก็ต้องเจอกับเรื่องบางเรื่องให้ประหลาดใจซะก่อน พี่มินซูมาทักทายกับฉัน ถามไถ่เรื่องที่ฉันไม่สบายแล้วก็ขอบใจสำหรับขนมต่างๆที่ฉันฝากบยองฮอนเอาไปให้
ทำไมเขาต้องบอกพี่มินซูด้วยล่ะ? ฮึ อยากช่วยฉันงั้นสินะ... อยากให้พี่มินซูมองฉันบ้างอย่างนั้นเหรอ ?
อีบยองฮอน นายมัน...ช่างงี่เง่าจริงๆ
บางทีฉันอาจจะคิดอะไรไปเอง จริงๆก็ไม่น่าจะหวังอะไร แค่มองดูเขาอย่างที่เคยทำ อยู่ตรงที่ๆเคยอยู่ ... มันก็ดีอยู่แล้ว
ชานฮี... นายมันก็บ้าเหมือนกันล่ะ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรหวั่นไหว เขา...ไม่มีทางหันมามองหรือคิดอะไรกับนายหรอก
บยองฮอน ... เราสองคนอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง ...
แค่เอื้อมมือไปฉันก็สามารถสัมผัสนายได้ด้วยซ้ำ
ความรู้สึกของฉันมันไม่ถึงนายบ้างเลยเหรอ
บยองฮอนนายมันยุ่งไม่เข้าเรื่อง
พักกลางวันนี้ฉันจะไปคุยกับเขาให้มันรู้เรื่อง อยากรู้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ขอให้ฉันได้รับคำตอบดีๆ กลับมาด้วยเถอะ เอาใจช่วยฉันด้วยนะเจ้าไดอารี่
..............................................................
มือเรียวพับกระดาษในมือแล้วเก็บมันสอดไว้ในไดอารี่อีกที ดวงตามองออกไปยังสนามบาสที่ตอนนี้ไม่เหลือผู้เล่นอีกแล้ว
ร่างโปร่งเดินออกมาจากโรงยิม ภาพของใครบางคนในวันที่เดินกลับบ้านด้วยกันค่อยๆชัดขึ้น ถ้อยคำต่างๆระหว่างเขาสองคนที่บยองฮอนไม่ได้ใส่ใจนักในวันนั้นกลับดังก้องอยู่ในหู
เขาไม่เคยคิดเลยว่าการคิดถึงใครสักคนมันจะทำให้เขารู้สึกแบบนี้ ... มันรู้สึกดีแต่ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกเคว้งคว้างด้วย
" จากที่อ่านในไดอารี่ดูเหมือนว่าหัวใจของนายมันไม่ปกติสินะชานฮี ... ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หัวใจฉันมันก็ไม่แตกต่างจากนายหรอก... ความรู้สึกเป็นหลุมเป็นบ่อที่อยู่ข้างในตอนนี้ มันเกิดขึ้นเพราะนายนะ "
.......
...
..
.
..........TBC..........
พยายามเข็นให้จบภายในสองตอน แต่ก็ไม่สามารถจนได้ ตอนหน้าจบแน่ๆแล้วค่า ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ
เริ่มมาแบบยิ้มแก้มแทบแตก:)แล้วมันก็เศร้าลงๆจนน้ำตาจะไหลㅠㅠ งื้ออออออออเกิดอะไรขึ้นกับชานฮี
ReplyDeleteชอบการเล่าเรื่องผ่านไดอารี่ เป็นมุมมองใหม่ๆดีทีเดียว และไม่สับสนด้วย
ReplyDeleteชอบที่ชานฮียังเป็นเด็กน้อยใสๆ รวมถึงความรักบริสุทธิ์ของเด็กน้อยชานฮี
ชอบการเล่าเรื่องของตัวละครบยองฮอน รายละเอียดทุกๆอย่างรวมถึงคำที่ใช้ทำให้รับรู้และเข้าถึงตัวละครได้ดี
อ่านแล้วเพลินดีค่ะ
มาต่อไวๆนะคะไรท์เตอร์
ขอบคุณค่า☺️
หลายอารมณ์มากเลยค่ะ ทั้งสุขทั้งเศร้า ยิ้มไปกับความไร้เดียงสาของชานฮีแต่ก็เศร้าไปกับการหายตัวไปของชานฮี บยองฮอนเริ่มมีความรู้สึกเดียวกับชานฮีแล้ว >_<
ReplyDelete