SF : Day after day ( end ) : Byungchan
ในที่สุดก็ผ่านฤดูแห่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างยากลำบากพอดูสำหรับบยองฮอน และฤดูแห่งการสอบไล่กำลังจะมาเยือน..ชีวิตในรั้วโรงเรียนมัธยมกำลังจะหมดไปแล้วสินะ
เป็นเวลา3 เดือนแล้วที่ร่างโปร่งอยู่กับความว่างเปล่า ภายนอกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ข้างในหัวใจนั้นกลับตรงกันข้าม ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นข้าง ๆ หู เขาก็จะคอยหันรีหันขวางมองหาเจ้าของเสียงหัวเราะนั่น หวังเพียงว่าคงมีสักวันที่เขาจะหันไป แล้วเจอกับรอยยิ้มที่สดใสของผู้ชายที่ชื่อชานฮี และทุกคืนก่อนหลับตาลง จากคนที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องของพระเจ้าก็กลับสวดภาวนา ....
เป็นเวลา3 เดือนแล้วที่ร่างโปร่งอยู่กับความว่างเปล่า ภายนอกที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ข้างในหัวใจนั้นกลับตรงกันข้าม ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นข้าง ๆ หู เขาก็จะคอยหันรีหันขวางมองหาเจ้าของเสียงหัวเราะนั่น หวังเพียงว่าคงมีสักวันที่เขาจะหันไป แล้วเจอกับรอยยิ้มที่สดใสของผู้ชายที่ชื่อชานฮี และทุกคืนก่อนหลับตาลง จากคนที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องของพระเจ้าก็กลับสวดภาวนา ....
ขอให้บางสิ่งที่หายไป กลับคืนมายังที่ของมัน ...
แต่ทว่า บยองฮอนก็ต้องพบกับความผิดหวังเสมอ
จนหัวใจตัวเอง ก็เริ่มชินชาลงไปทุกที
หรือเขาควรจะเลิกหวังได้แล้ว
.....................................................
วันนี้ครบกำหนดที่บยองฮอนต้องพาแม่ของเขาไปตรวจร่างกายอีกแล้ว บ่อยครั้งที่ระหว่างรอการตรวจ เขาก็จะเดินไปเรื่อยเปื่อย พร้อมกับมองหาใครบางคนที่เขาหวังเหลือเกินว่าจะได้เจอ และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาทำเหมือนเดิม... ขาเรียวเดินมาหยุดที่ห้องของจุนโฮ เด็กน้อยที่อยู่ในไดอารี่ของชานฮี ซึ่งยังคงอยู่ที่ห้องเดิม ปกติแล้วเวลาเจอกันร่างโปร่งก็จะแค่ยิ้ม ยื่นขนมให้ หรือไม่ก็เอื้อมมือมาขยี้หัวกลมๆ นั่นเล่นแล้วก็ชวนคุยเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านไป
วันนี้ครบกำหนดที่บยองฮอนต้องพาแม่ของเขาไปตรวจร่างกายอีกแล้ว บ่อยครั้งที่ระหว่างรอการตรวจ เขาก็จะเดินไปเรื่อยเปื่อย พร้อมกับมองหาใครบางคนที่เขาหวังเหลือเกินว่าจะได้เจอ และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาทำเหมือนเดิม... ขาเรียวเดินมาหยุดที่ห้องของจุนโฮ เด็กน้อยที่อยู่ในไดอารี่ของชานฮี ซึ่งยังคงอยู่ที่ห้องเดิม ปกติแล้วเวลาเจอกันร่างโปร่งก็จะแค่ยิ้ม ยื่นขนมให้ หรือไม่ก็เอื้อมมือมาขยี้หัวกลมๆ นั่นเล่นแล้วก็ชวนคุยเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านไป
แต่วันนี้... มือเรียวกลับผลักบานประตูเข้าไปหาคนในห้อง เมื่อจุนโฮเห็นว่าใครมาก็ยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความดีใจ เพราะคิดว่าพี่ชายต้องเอาขนมมาฝากอีกแน่ๆ บยองฮอนเห็นรอยยิ้มของเด็กชายตัวน้อยกลับยิ่งทำให้เขาคิดถึงใครบางคนมากยิ่งขึ้น ใครบางคนที่ยังฝังตัวจมลึกอยู่ภายในใจ และเวลาก็ไม่เคยทำให้ความทรมานจากการคิดถึงนั้นลดลงไปได้เลย
" ทำอะไรอยู่จุนโฮ ? "
" วาดรูปฮะ พี่ชายพาคุณป้ามาหาหมอเหรอฮะ? "
" ใช่ วาดรูปอะไรอยู่ ขอดูหน่อยสิ พี่ชายก็วาดรูปเก่งนะ อยากให้พี่ชายวาดรูปให้มั้ย? " น้ำเสียงอบอุ่นบวกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนนั้น เรียกรอยยิ้มใสบนใบหน้ากลม ๆ ของเด็กน้อยได้ดีทีเดียว
" จะวาดเก่งเท่าพี่คนนั้นรึเปล่านะ?"
" หืม! คนไหนล่ะ ? "
" ก็พี่คนที่หน้าหวานๆ คนนั้นไง คนที่ชอบเรียกผมว่าน้องจุนไงฮะ พี่ชายไม่รู้จักเหรอ? เมื่อวานพี่เขาวาดรูปลูกเจี๊ยบให้จุนโฮด้วยล่ะ "
" ก็ไม่รู้จักน่ะสิ แต่พี่ชายก็วาดลูกเจี๊ยบเป็นนะ "
" งั้นพี่ชายวาดรูปกระรอกแทนละกัน เมื่อวานพี่เขาวาดลูกเจี๊ยบให้จุนโฮแล้ว ทึ่จริงพี่เขาสัญญาว่าวันนี้จะมาวาดรูปกระรอกให้แต่พี่เขาก็ยังไม่มาหาจุนโฮสักที "
เด็กน้อยเดินไปหยิบกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะมาให้บยองฮอนดู
" นี่ไงฮะ รูปที่พี่ชายเขาวาดให้ พี่บยองฮอนวาดให้สวยๆเหมือนพี่เขาเลยนะฮะ "
ภาพที่เด็กน้อยยื่นให้ทำเอาบยองฮอนนิ่งอึ้ง โสตประสาทตื่นตัวอย่างกะทันหัน หัวใจเต้นแรงและสมองเริ่มทำงาน ความคิดในหัววุ่นวายไปหมด
... ภาพนี้มัน ...
" เอ่อ จุนโฮ พี่คนที่วาดรูปนี้ ... ตอน... ตอนนี้เขา... อยู่ที่ไหน?"
... ภาพนี้มัน ...
" เอ่อ จุนโฮ พี่คนที่วาดรูปนี้ ... ตอน... ตอนนี้เขา... อยู่ที่ไหน?"
จากน้ำเสียงราบเรียบเมื่อครู่ ตอนนี้ลิ้นและปากกลับทำงานได้ไม่ดีนัก มันสั่นและประหม่าชอบกล ภาพลูกเจี๊ยบที่อิงแอบกับกระรอกบนผนังเวทีที่โรงเรียนเมื่อหลายเดือนก่อนวิ่งแทรกเข้ามาในหัวสมองของเขาทันที
" พี่หน้าหวานน่ะเหรอฮะ? เขาอยู่ห้องข้างๆนี่ไงฮะ "
" พี่หน้าหวานน่ะเหรอฮะ? เขาอยู่ห้องข้างๆนี่ไงฮะ "
ปลายนิ้วของเด็กน้อยชี้ไปยังห้องที่ติดกัน บยองฮอนเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไปจากห้อง เสียงเด็กน้อยก็ดังขึ้นมา
" พี่ชายจะไปไหนฮะ ไหนว่าจะวาดรูปกระรอกให้จุนโฮไง ?"
" พี่ชายจะไปไหนฮะ ไหนว่าจะวาดรูปกระรอกให้จุนโฮไง ?"
" เดี๋ยวพี่ชายมานะ พี่ชายจะไปชวนพี่หน้าหวานของจุนโฮมาวาดรูปด้วยกันน่ะ "
ชานฮี นายอยู่ใกล้แค่นี้เองเหรอ ?
ทุกครั้งที่พาแม่มาตรวจบยองฮอนไม่เคยเดินเลยมายังห้องนี้เลยทั้งๆที่มันอยู่ติดกับห้องของจุนโฮและแม่ของเขา และชานฮีก็เคยเขียนไว้ในไดอารี่ด้วย เขาลืมนึกถึงมันได้ยังไงกันนะ
" บยองฮอน นายมันพาโบ " ชายหนุ่มบ่นกับตัวเอง ขาเรียวหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง ดวงตาเรียวอ่านชื่อที่อยู่หน้าประตูห้อง
.... อี ชานฮี ....
หัวใจเริ่มเต้นถี่จนน่ากลัวว่ามันอาจจะระเบิดตัวเองออกมาก็เป็นได้ มือเรียวเคาะเบาๆ ที่ประตูสองสามครั้งเพื่อเป็นการขออนุญาต แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน เขายืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไปจับลูกบิด ประตู ร่างโปร่งค่อยๆ บิดลูกบิดและผลักบานประตูเบาๆเพื่อแทรกตัวเข้าไปและปิดประตูตามหลังอย่างเงียบเชียบ
บยองฮอนมองรอบๆห้องที่เขาแอบเข้ามา ห้องนี้เป็นห้องเดี่ยว มีเตียงๆ เดียวซึ่งต่างกับห้องพักของแม่ของเขาตอนที่อยู่กับจุนโฮ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้อง จะมีแค่เสียงเครื่องพ่นไอน้ำ และเสียงหายใจเบา ๆ ของใครบางคนที่นอนสงบอยู่บนเตียงผู้ป่วยเท่านั้น
แล้วสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ... ก็นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง
ชานฮี !!!!
บยองฮอนมองรอบๆห้องที่เขาแอบเข้ามา ห้องนี้เป็นห้องเดี่ยว มีเตียงๆ เดียวซึ่งต่างกับห้องพักของแม่ของเขาตอนที่อยู่กับจุนโฮ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้อง จะมีแค่เสียงเครื่องพ่นไอน้ำ และเสียงหายใจเบา ๆ ของใครบางคนที่นอนสงบอยู่บนเตียงผู้ป่วยเท่านั้น
แล้วสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ... ก็นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง
ชานฮี !!!!
ดวงตาเรียวของบยองฮอนยืนมองภาพเบื้องหน้าของตัวเองนิ่งราวกับโดนมนต์สะกด เขาเพ่งสายตาตัวเองเพื่อที่จะย้ำให้ขัดๆว่าเขาไม่ได้ฝันไป แต่ถ้าหากมันเป็นภาพลวงตาที่เข้ามาเพราะเกิดจากความคิดถึงที่มากเกินไป ก็ขอให้ภาพ ๆ นี้คงอยู่ให้ยาวนานกว่านี้อีกซักนิดเถอะ ... ให้เขาได้จดจำคนที่เขาคิดถึงอย่างสุดหัวใจได้มากขึ้นอีกซักหน่อย
ระหว่างที่กำลังจะเอื้อมมือเรียวไปสัมผัสกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าให้รู้แน่ชัดว่าเขาไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่นั้น ประตูห้องกลับถูกเปิดโดยใครบางคน
"เอ่อ ขอโทษนะ เธอคือ???" เสียงนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาเรียบๆ ทำให้บยองฮอนหลุดออกจากภวังค์ทันที เขาผละสายตาจากภาพตรงหน้าหันไปมองยังคนที่ยืนอยู่ที่ตรงบานประตูแทน
ระหว่างที่กำลังจะเอื้อมมือเรียวไปสัมผัสกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าให้รู้แน่ชัดว่าเขาไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่นั้น ประตูห้องกลับถูกเปิดโดยใครบางคน
"เอ่อ ขอโทษนะ เธอคือ???" เสียงนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาเรียบๆ ทำให้บยองฮอนหลุดออกจากภวังค์ทันที เขาผละสายตาจากภาพตรงหน้าหันไปมองยังคนที่ยืนอยู่ที่ตรงบานประตูแทน
" ขอโทษครับที่เสียมารยาท ผมเคาะประตูแล้วเห็นว่าไม่มีใครอยู่ เลยถือวิสาสะเข้ามา.. ผมชื่อบยองฮอนครับ"
" เธอเป็นเพื่อนของชานนี่เหรอจ๊ะ?"
ชานนี่ ?? ... ชานฮี!!!!!
นายคือชานฮีจริง ๆ สินะ มันคือเรื่องจริง เป็นนายจริงๆ
นายคือชานฮีจริง ๆ สินะ มันคือเรื่องจริง เป็นนายจริงๆ
ร่างโปร่งคิดในใจพลางหันไปมองคนที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงอีกครั้ง
" ใช่ครับ ผมคือเพื่อนของชานฮีครับ "
" อืม! แปลกใจจังที่เห็นชานนี่ของแม่มีเพื่อนมาเยี่ยม เชิญตามสบายนะจ๊ะ "
" เอ่อ.. คือ คุณน้าครับ ชานฮีเขา ...” สายตาที่แอบแฝงไปด้วยความกังวลของเด็กหนุ่มนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ
" เขาแค่หลับน่ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ อืม... งั้นฉันฝากชานนี่กับเธอไว้สักครู่ได้มั้ยจ๊ะ ขอฉันไปจัดการธุระที่ข้างล่างหน่อย "
" ได้ครับ เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนชานฮีเองครับ "
หลังจากที่บานประตูถูกปิดลง ขาเรียวก้าวเข้าไปหายร่างบางที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงอยู่ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เตียง ดวงตาเรียวมองภาพตรงหน้าอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่นานก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะที่นิ้วก้อยของคนป่วยเบาๆ
" ใช่ครับ ผมคือเพื่อนของชานฮีครับ "
" อืม! แปลกใจจังที่เห็นชานนี่ของแม่มีเพื่อนมาเยี่ยม เชิญตามสบายนะจ๊ะ "
" เอ่อ.. คือ คุณน้าครับ ชานฮีเขา ...” สายตาที่แอบแฝงไปด้วยความกังวลของเด็กหนุ่มนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ
" เขาแค่หลับน่ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ อืม... งั้นฉันฝากชานนี่กับเธอไว้สักครู่ได้มั้ยจ๊ะ ขอฉันไปจัดการธุระที่ข้างล่างหน่อย "
" ได้ครับ เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนชานฮีเองครับ "
หลังจากที่บานประตูถูกปิดลง ขาเรียวก้าวเข้าไปหายร่างบางที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงอยู่ เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เตียง ดวงตาเรียวมองภาพตรงหน้าอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่นานก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะที่นิ้วก้อยของคนป่วยเบาๆ
ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างจุกอยู่บริเวณลำคอของตัวเอง จากที่แค่แตะเบาๆที่นิ้วก้อย มือเรียวค่อยๆกุมมือสอดประสานกับมือเล็กของคนตรงหน้าอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมไล่สำรวจคนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ ตั้งแต่ปลายผม หน้าผากมน แพขนตาที่เรียงกันอยู่ จมูกรั้น พวงแก้มใส และริมฝีปากบาง รอยยิ้มตรงมุมปากถูกฉาบติดอยู่กับใบหน้าคมตลอดเวลา เขารู้สึกเหมือนเวลาที่เคยหยุดไปนั้นกำลังเริ่มเดินใหม่อีกครั้ง
ดวงตากลมค่อยๆปรือตาขึ้น อาจเพราะรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นที่เกาะกุมมือของเขาอยู่ ทันทีที่สายตาสัมผัสเข้ากับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าคุ้นๆ ของใครบางคนเข้า ...
" พี่บยอง....ฮอน "
" ............... "
เสียงเรียกเบา ๆ แต่ช่างมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อคนที่ถูกเรียกเหลือเกินในตอนนี้
" ชานฮี...กำลังฝันอยู่เหรอ?" เสียงที่แหบพร่าคล้ายเสียงกระซิบของชานฮีทำให้บยองฮอนต้องโน้มตัวลงใกล้กับร่างคนป่วยเพื่อตั้งใจฟังคำเหล่านั้นให้ชัดเจนขึ้น
" ใช่ นายกำลังฝันอยู่ "
" งั้นก็เป็นฝันดีสินะ " พูดจบริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มโชว์ฟันออกมา ทำให้สีหน้าดูซีดเซียวดูสดใสขึ้นมาทันตา
เสียงเรียกเบา ๆ แต่ช่างมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อคนที่ถูกเรียกเหลือเกินในตอนนี้
" ชานฮี...กำลังฝันอยู่เหรอ?" เสียงที่แหบพร่าคล้ายเสียงกระซิบของชานฮีทำให้บยองฮอนต้องโน้มตัวลงใกล้กับร่างคนป่วยเพื่อตั้งใจฟังคำเหล่านั้นให้ชัดเจนขึ้น
" ใช่ นายกำลังฝันอยู่ "
" งั้นก็เป็นฝันดีสินะ " พูดจบริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มโชว์ฟันออกมา ทำให้สีหน้าดูซีดเซียวดูสดใสขึ้นมาทันตา
ดวงตากลมจับจ้องไปยังใบหน้าคมตรงหน้าอย่างไม่วางตา
" ชานฮีไม่อยากตื่นเลย ... อยากเห็นหน้าพี่แบบนี้ไปนาน ๆ "
" ต่อไปไม่ว่านายจะหลับหรือจะตื่น ฉันก็จะอยู่กับนาย "
" แล้วถ้าชานฮีตื่นขึ้นมา แล้วไม่ได้เรียกพี่ว่าพี่บยองฮอนล่ะ พี่จะโกรธรึเปล่า?"
" ไม่หรอก" มือเรียวลูบผมเบาๆพลางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
" แล้วถ้าชานฮีกวนใจพี่เหมือนเมื่อก่อนอีกล่ะ พี่จะรำคาญมั้ย?"
" ไม่ "
" แล้วถ้าชานฮี..."
" ชานฮีไม่อยากตื่นเลย ... อยากเห็นหน้าพี่แบบนี้ไปนาน ๆ "
" ต่อไปไม่ว่านายจะหลับหรือจะตื่น ฉันก็จะอยู่กับนาย "
" แล้วถ้าชานฮีตื่นขึ้นมา แล้วไม่ได้เรียกพี่ว่าพี่บยองฮอนล่ะ พี่จะโกรธรึเปล่า?"
" ไม่หรอก" มือเรียวลูบผมเบาๆพลางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
" แล้วถ้าชานฮีกวนใจพี่เหมือนเมื่อก่อนอีกล่ะ พี่จะรำคาญมั้ย?"
" ไม่ "
" แล้วถ้าชานฮี..."
ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี ริมฝีปากบางก็ถูกประทับจากปากเรียว สัมผัสเพียงบางเบาแต่กลับทำให้หัวใจของชานฮีเต้นแรงเหลือเกิน หยดน้ำตาไหลผ่านพวงแก้มใสเมื่อดวงตากลมปิดลง
ถ้านี่คือความฝัน ... เขาจะขออยู่ในฝันนี้ตลอดไปได้มั้ย
" นายอยากจะเรียกฉันว่าอะไรก็เรียกไปเถอะ... นายอยากจะกวนใจฉันแค่ไหนฉันก็จะไม่ว่า ขอแค่นายอย่าหายไปไหนแบบนี้อีกก็พอ"
" ......... "
" นอนพักเถอะนะชานฮี ไว้ตื่นมาเราค่อยไปวาดรูปให้จุนโฮด้วยกัน ฉันบอกกับจุนโฮไว้ว่าจะพาพี่หน้าหวานของเขามาวาดรูปด้วยกันอีก "
" และก็ ... "
ชานฮีค่อยๆหลับตาลงพร้อมสติที่ค่อยๆหายไป ในหูได้ยินเสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างๆ เบาๆ จนเขาไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือเพียงแค่ฝันไป
" เอาไว้นายตื่นจริง ๆ ฉันจะบอกนายอีกทีนะ ...”
...............................................
พิธีจบการศึกษาในวันนี้ ครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของผู้คนมากมายที่มาเข้าร่วมงาน
บยองฮอนเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอกหอประชุม ขาเรียวก้าวสำรวจบริเวณโรงเรียนช้าๆ ด้วยความตั้งใจที่จะซึมซับกับบรรยากาศรอบตัวที่ต่อไปคงไม่ได้สัมผัสมันอีก
" บยองฮอนนนนนนนน "
เสียงคุ้น ๆ เสียงเดิมดึงให้ร่างโปร่งที่กำลังใจลอยละล่องไปไหนต่อไหนหันหลังกลับมามองด้วยรอยยิ้ม
ชานฮีเดินยิ้มเข้าไปใกล้ๆ บยองฮอน มือเล็กยื่นกล่องของขวัญสีขาวผูกโบว์สีชมพูให้
" อะไรล่ะเนี่ย?"
" ของขวัญวันเรียนจบไง "
" ให้ฉันหรือมินซูล่ะ?" ถามกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่ายไปงั้นล่ะ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าชานฮีจะให้ใคร
" และก็ ... "
ชานฮีค่อยๆหลับตาลงพร้อมสติที่ค่อยๆหายไป ในหูได้ยินเสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างๆ เบาๆ จนเขาไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือเพียงแค่ฝันไป
" เอาไว้นายตื่นจริง ๆ ฉันจะบอกนายอีกทีนะ ...”
...............................................
พิธีจบการศึกษาในวันนี้ ครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของผู้คนมากมายที่มาเข้าร่วมงาน
บยองฮอนเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอกหอประชุม ขาเรียวก้าวสำรวจบริเวณโรงเรียนช้าๆ ด้วยความตั้งใจที่จะซึมซับกับบรรยากาศรอบตัวที่ต่อไปคงไม่ได้สัมผัสมันอีก
" บยองฮอนนนนนนนน "
เสียงคุ้น ๆ เสียงเดิมดึงให้ร่างโปร่งที่กำลังใจลอยละล่องไปไหนต่อไหนหันหลังกลับมามองด้วยรอยยิ้ม
ชานฮีเดินยิ้มเข้าไปใกล้ๆ บยองฮอน มือเล็กยื่นกล่องของขวัญสีขาวผูกโบว์สีชมพูให้
" อะไรล่ะเนี่ย?"
" ของขวัญวันเรียนจบไง "
" ให้ฉันหรือมินซูล่ะ?" ถามกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่ายไปงั้นล่ะ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าชานฮีจะให้ใคร
" ฝากให้พี่มินซูด้วยนะ"
" .......................... " ใบหน้ายิ้มแทบหุบไม่ทัน เมื่อเจอคำตอบของร่างเล็กเข้าไป
..... จะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย? .....
" ทำหน้างงทำไม? ฝากบอกพี่มินซูด้วยล่ะว่าช่วยยื่นให้คนที่นั่งข้างๆพี่เขาอีกที "
" นายนี่มัน... กวนชะมัดเลย " ร่างโปร่งดีดนิ้วเข้าที่หน้าผากมนของชานฮีเบาๆ แล้วรับกล่องของขวัญมาถือไว้ในมือ ท้องฟ้าที่สดใส และสายลมอุ่นที่พัดผ่าน เสียงหัวเราะของคนสองคนยังคงดังแว่วอย่างต่อเนื่องตลอดทาง
" ทำหน้างงทำไม? ฝากบอกพี่มินซูด้วยล่ะว่าช่วยยื่นให้คนที่นั่งข้างๆพี่เขาอีกที "
" นายนี่มัน... กวนชะมัดเลย " ร่างโปร่งดีดนิ้วเข้าที่หน้าผากมนของชานฮีเบาๆ แล้วรับกล่องของขวัญมาถือไว้ในมือ ท้องฟ้าที่สดใส และสายลมอุ่นที่พัดผ่าน เสียงหัวเราะของคนสองคนยังคงดังแว่วอย่างต่อเนื่องตลอดทาง
" นายจะกลับมาเรียนต่อหรือเปล่า?"
" กลับมาสิ แต่คงเป็นเทอมหน้าอ่ะ ต้องเรียนปี 1 ซ้ำน่ะ "
" ไปเรียนกับรุ่นน้องน่ะเหรอ?"
" ใช่ แต่ฉันหน้าเด็กอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก" ตอบอึกฝ่ายพร้อมสีหน้าทะเล้น ทำเอาบยองฮอนกลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่
" เออ นายติดค้างอะไรฉันไว้รึเปล่า? "
" เรื่องอะไรล่ะ ?"
" เหมือนฉันจะได้ยินว่านายจะบอกอะไรฉันสักอย่างนี่ล่ะ ฉันจำไม่ค่อยได้ด้วยอ่ะ หรือฉันจะฝันไปนะ " ร่างเล็กยู่ปากขมวดคิ้วบางใส่อีกฝ่าย
" อืม... เรื่องไหนนะ งั้นฉันจะลองช่วยทบทวนย้ำเตือนความทรงจำให้นายละกัน " มืออีกข้างคว้ามือบางของคนข้างๆมากุมแล้วพาอีกฝ่ายเดินมายังสถานที่ที่หนึ่งที่คุ้นเคย
" ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ ? "
ร่างโปร่งไม่ตอบอะไรอีกฝ่าย เขาเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู แต่มีมือของชานฮีมายั้งไว้ซะก่อน
" พามาที่นี่ทำไม? "
" เดี๋ยวก็รู้ "
"ไม่กลัวว่าข้างในจะมีคนอยู่เหรอ? "
" นายหมายถึงมินซูกับนีแอลน่ะเหรอ ตอนนี้น่ะสองคนนั้นเขาเปลี่ยนสถานที่กันแล้ว"
" จริงเหรอ ที่ไหนอ่ะ?" ชานฮีทำตาโต สีหน้าที่แสดงความอยากรู้อยากเห็นของร่างเล็กทำให้บยองฮอนหัวเราะออกมาเบาๆ
" บนดาดฟ้าตึกวิทย์น่ะ"
ห้องเล็ก ๆ ยังคงสภาพเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากหลายเดือนก่อนเลยสำหรับชานฮี ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้กับโต๊ะที่เรียงรายกระจัดกระจายไปทั่วห้อง เฟรมผ้าใบผืนเดิมที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเก่า สายตาคู่เล็กหันมองรอบตัวด้วยความสุขใจอยู่ลึกๆ เมื่อนึกถึงความทรงจำของวันวานที่เขาเคยเข้ามาขลุกตัวอยู่ในที่นี้
ร่างเล็กมัวแต่มองนู่นมองนี่จนไม่ทันได้สังเกตว่าบยองฮอนเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังของเขา ร่างโปร่งอาศัยจังหวะที่ชานฮีเผลอเอื้อมมือทั้งสองข้างคว้าที่ไหล่บางให้หมุนตัวเข้าสู่อ้อมกอดตนเอง ริมฝีปากเรียวแตะเบา ๆ ลงไปยังริมฝีปากอีกคน ที่เผยอค้างไว้เพราะการไม่ได้ตั้งตัว ชานฮีหลับตาลงช้าๆรับสัมผัสแผ่วเบาของร่างสูงปากเรียวค่อยๆขยับอย่างละเมียดละไมคล้ายจะชิมความหวานจากกลีบปากอิ่มตรงหน้าอย่างช้าๆ
ชานฮีรู้สึกเหมือนจะลอยได้ ในอกมันวูบไหวไปหมด มือเล็กขยำเสื้อของบยองฮอนไว้แน่น สัมผัสแผ่วเบาอย่างอ่อนโยนของอีกฝ่ายกำลังจะทำให้เขาหมดแรง
" บ.. บยองฮ... ฮอน ... " มือเล็กอีกข้างกุมที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองไว้แน่น ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น ทำเอาบยองฮอนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
" ชานฮี!!! นายเป็นอะไรน่ะ นาย... สบายดีใช่มั้ย บอกชั้นสิ"
" ฉัน ...ฉัน .. ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ "
" ไปโรงพยาบาลมั้ย ไหวรึเปล่า? !!!!! "
" หัวใจฉัน .. มัน"
" หัวใจนายทำไม? " บยองฮอนเริ่มเครียด เขาทรุดตัวลงตามร่างเล็ก ๆ ที่ขดตัวอยู่กับพื้น สองมือเรียวประคองร่างเล็กไว้ สีหน้าแสดงความกังวลอย่างชัดเจน
" หัวใจมัน ...มัน... เต้นแปลกๆ"
" แบบไหนล่ะ ? "
" แล้วร่างกายมันก็...สั่น"
" สั่น??? "
" มันรู้สึก... จั๊กจี้อ่ะ " ว่าแล้วชานฮีก็เงยหน้าขึ้นมาหัวเราะคิกคัก
" นี่นายล้อฉันเล่นเหรอ รู้มั้ยว่าฉันตกใจแค่ไหน"
" นายเป็นห่วงฉันสินะ"
"ใช่สิ เป็นห่วงมาก ทีหลังอย่าล้อเล่นอะไรแบบนี้อีกนะ" หน้าตาจริงจังของร่างสูงทำให้ชานฮีเห็นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
" ขอร้อง อย่าทำอย่างนี้อีกนะ "
มือบางสองมือเอื้อมไปกอดเข้าที่ด้านหลังของบยองฮอน
" โกรธฉันเหรอ ? " เสียงหวานเอ่ยถามพลางกระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้น
" โกรธฉันเหรอ ? " เสียงหวานเอ่ยถามพลางกระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้น
" มันไม่ใช่เรื่องสนุก นายไม่รู้เหรอ ฉันเจอกับมันมาแล้ว การที่คิดว่านายอาจจะเป็นอะไรไป ความรู้สึกที่ว่าฉันอาจจะต้องเสียนายไป แต่ละวันที่ผ่านพ้นไปโดยไม่มีนายน่ะ รู้มั้ยว่ามันแย่แค่ไหน?"
ร่างสูงหันมาหาชานฮี ตาเรียวมองสบตาหวานที่กำลังช้อนมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด
ทำไมชานฮีจะไม่รู้ถึงความรู้สึกทั้งหลายเหล่านั้น ก่อนที่เขาจะต้องเดินทางไปผ่าตัดที่เมืองนอก ตอนนั้นหมอก็บอกว่ามีโอกาสเพียง 50 /50 ตัวชานฮีเองยังไม่แน่ใจเลยว่าจะมีโอกาสได้กลับมาเจอกับคนที่เขารักอีกมั้ย ความทรมานน่ะเหรอ ไม่ต้องพูดถึงเลย มันยิ่งกว่านั้นอีก
" ฉัน... ขอโทษนะ"
" อย่าไปไหนอีกแล้วนะ อย่าปิดบังอะไรกับฉันอีก ฉันไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรของนายผ่านทางตัวหนังสืออีกแล้ว ฉันอยากรู้มันจากปากของนายเอง "
" เรื่องอะไรล่ะที่นายอยากรู้น่ะ? " ชานฮีแกล้งทำทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อ
" ทุกเรื่องเลย " บยองฮอนหันไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเอง หยิบเอาสมุดไดอารี่เล่มเล็กที่เขาพกมันไปไหนมาไหนด้วยเสมอ มือเรียวยื่นสมุดจดบันทึกให้อีกคนตรงหน้า มือเล็กรับของจากอีกฝ่ายมาถือไว้
" นายแอบอ่านไดอารี่ฉันเหรอ?"
" ใช่ "
" เสียมารยาทนะเนี่ย มาแอบอ่านไดอารี่ของคนอื่นเขาน่ะ"
" ไม่งั้นฉันจะรู้เหรอว่านายน่ะ มันปากแข็ง"
" ปากแข็งอะไร? เปล่าซักหน่อย " ชานฮีกอดอกพลางหันไปอีกทาง ตากลมหลบสายตาเรียวที่กำลังจ้องมายังตัวเอง
" นายชอบฉัน "
" เปล่านะ"
" งั้นนายก็รักฉัน" บยองฮอนยังคงไม่เลิกแกล้งอีกฝ่าย
" บอกว่าเปล่าไง !!! " เสียงหวานเริ่มสูงขึ้นพอๆกับใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีเพราะความเขินอาย
" นายโกหก แต่... ฉันมีวิธีจัดการกับคนปากแข็งอย่างนายอยู่นะ"
" ก็บอกว่าปะ.... " ทันทีที่ชานฮีหันมาอ้าปากเพื่อที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหาของอีกฝ่ายนั้น ริมฝีปากเรียวที่รอท่าอยู่ ก็ประกบจูบลงไปบนปากบางของร่างเล็กทันที และคราวนี้ บยองฮอนไม่ได้ทำแค่เพียงสัมผัสแผ่วเบาอย่างที่เคยทำ
เพียงแค่ริมฝีปากทาบทับปากอิ่ม ปลายลิ้นก็ถูกส่งเข้าไปชิมความหวานของอีกฝ่าย ความรู้สึกวาบหวามในโพรงปากที่ถูกลิ้นเรียวสัมผัสอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากเล็กตอบรับสัมผัสเบาบ้างหนักบ้างตามร่างสูง
มือเรียวล็อคเอวบางให้แนบชิดกับร่างของตัวเอง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเซและแทบจะทรุดลงมาที่ตัวเขา มืออีกข้างจับท้ายทอยประคองใบหน้าหวานรับองศาของริมฝีปากที่ยังคงไม่ยอมถอนออกไป ...
อยู่อย่างนั้น...เนิ่นนาน ... จนลิ้นเรียวของทั้งคู่เริ่มคุ้นเคยกัน ...
อยู่อย่างนั้น...เนิ่นนาน ... จนลิ้นเรียวของทั้งคู่เริ่มคุ้นเคยกัน ...
ชานฮีครางเบาๆในลำคอ เมื่อปากเรียวของบยองฮอนผละออกมาแต่ก็ยังคงกดจูบเบาๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น
" บยอง... ฮอน"
" หืม"
" นี่คือจูบแบบที่พี่มินซูกับนีแอลจูบกันเหรอในวันนั้นเหรอ?"
" อืม "
" มันรู้สึกดีจัง.. วูบวาบในอกแต่ก็... ฟูฟ่องคล้ายตัวจะลอยได้ แต่กลับไม่มีแรงแม้จะยืน แปลกจังเนอะ ความรู้สึกแบบนี้"
" งั้นต่อไปชั้นจะจูบนายทุกวันเลยดีมั้ย"
" บยอง... ฮอน"
" หืม"
" นี่คือจูบแบบที่พี่มินซูกับนีแอลจูบกันเหรอในวันนั้นเหรอ?"
" อืม "
" มันรู้สึกดีจัง.. วูบวาบในอกแต่ก็... ฟูฟ่องคล้ายตัวจะลอยได้ แต่กลับไม่มีแรงแม้จะยืน แปลกจังเนอะ ความรู้สึกแบบนี้"
" งั้นต่อไปชั้นจะจูบนายทุกวันเลยดีมั้ย"
คนตัวเล็กไม่ตอบ เขาเพียงแต่ซุกหน้าตัวเองลงที่อกแกร่งของคนที่กอดเขาอยู่
" บยองฮอน "
" ว่าไง"
" จูบก็แค่นี้ แล้วทำไมพี่มินซูกับนีแอลเขาต้องถอดเสื้อกันด้วยล่ะ " เสียงหวานเอ่ยขึ้นถามเบาๆโดยไม่ยอมเงยหน้าสบตาร่างสูงด้วยซ้ำ
" เอาไว้นายแข็งแรงกว่านี้ เดี๋ยวนายก็จะได้รู้เอง "
" ว่าไง"
" จูบก็แค่นี้ แล้วทำไมพี่มินซูกับนีแอลเขาต้องถอดเสื้อกันด้วยล่ะ " เสียงหวานเอ่ยขึ้นถามเบาๆโดยไม่ยอมเงยหน้าสบตาร่างสูงด้วยซ้ำ
" เอาไว้นายแข็งแรงกว่านี้ เดี๋ยวนายก็จะได้รู้เอง "
" บยองฮอน "
" หืม "
" ฉัน...
ชานฮีรัก ... พี่บยองฮอนนะ "
ปากเรียวยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินคำว่ารักจากปากของคนตัวเล็ก มือเรียวพยายามผละอีกฝ่ายออกมาเพราะอยากเห็นสีหน้าของชานฮี
" หืมม บอกว่าอะไรนะ ได้ยินไม่ชัดเลย "
" ฉัน.. บอกว่า.. " ชานฮียืดตัวไปเพื่อกระซิบข้างหู
" รักกกกก .... รักมากกกก รักบยองฮอนพาโบคนนี้มากเลย ได้ยินหรือยัง!!! " เสียงตะโกนแปดหลอดข้างๆหูเรียวทำเอาร่างสูงสะดุ้งไม่ทันตั้งตัว
" คิก คิก คิก " ชานฮีหัวเราะขึ้นเมื่อห็นมือเรียวจับเข้าที่หู
" นายนี่นะ... เดี๋ยวก็โดนดีหรอก "
" ก็นายอยากหูหนวกเองนี่นา คนเขาอุตส่าห์บอกรักแล้วยังมาทำแกล้งเป็นไม่ได้ยิน สมน้ำหน้า"
ไม่ทันที่ขาของชานฮีจะก้าวหนี บยองฮอนคว้าเอวบางรวบเข้ามากอดไว้แน่น
" ก็ฉันอยากได้ยินอีกนี่นา ขอบใจนะที่บอกรักกัน"
กว่าจะรู้ตัวก็โดนขโมยจูบเข้าที่แก้มนิ่มอีกครั้ง แขนแกร่งกระชับอ้อมกอดร่างเล็กแน่นขึ้น เปลือกตาบางเริ่มปิดลงอีกครั้งตอนได้ยินเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู
" ฉันก็รักนาย ... อีชานฮี "
The end
Enjoy reading : )
งื้อจบแบบหวานน้าตาลเรียกพี่มาก ในที่สุดชานฮีก็ร่ายมนต์ใส่บยองสำเร็จ ชานฮีรักพี่บยองฮอนนะ เขิลสุดๆ
ReplyDeleteเขินแทนนบยองพาโบ ฮี่ๆบยองน่ารักจังงจบได้หวานเว่อๆอีก
ReplyDeleteเขินแทนนบยองพาโบ ฮี่ๆบยองน่ารักจังงจบได้หวานเว่อๆอีก
ReplyDeleteจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ♡♡♡♡♡♡♡รักพี่บยองฮอนพาโบ คียบต้าสุดๆ^^
ReplyDeleteกลัวว่าจะจบแบบหน่วงๆแต่สุดท้ายก็แฮปปี้ กระรอกกับลูกเจี๊ยบได้อยู่ด้วยกันแล้ว>< ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆให้ได้อ่านนะคะ
ReplyDeleteปล.อยากรู้ตอนบยองฮอนไขข้อสงสัยให้ชานฮีเรื่องทำไมแคปเนียลต้องถอดเสื้อจังค่ะ55555555
นึกว่าจะจบแบบเศร้า ๆ ซะแล้วค่ะ ในที่สุดก็แฮปปี้เอนดิ้ง >_< อ่านแล้วรู้สึกแก้มร้อนเลยค่ะ เขิน >_< แอบสะใจบยองฮอนตอนที่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วโดนชานฮีแกล้ง ขอบคุณที่แต่งฟิคดี ๆ มาให้อ่านนะค้า ^+++++^
ReplyDeleteโถ.... ชานนี่อินโนเซ้นส์จังเลยลูก ต้องให้พี่บยองฮอนสอนเยอะๆนะ ละมุนมากเลยค่ะ เหมือนฟ้าเปิดสดใสไสวสว่างหลังจากหม่นๆ มาทั้งตอน 2 และตอน 3 อีกเกือบทั้งตอน สงสัยว่าตอนที่อยู่ รพ. ชานนี่หลับแล้วละเมอคุยได้ด้วยเหรอคะ หรือตื่นแต่เคลิ้มๆ
ReplyDeleteปล. ซื้อกล้องส่องทางไกลแป๊บ จะเอาไปส่องดาดฟ้าตึกวิทย์ โอเพ่นแอร์ซะด้วย 55555
ตื่นแต่เคลิ้มๆค่า>_<
Delete