Tuesday, September 22, 2015

Dream of a doll [End]


Dream of a doll


She is leaving, and I can't do anything.
Love is leaving.
Like a fool, I'm blankly standing here


ในขณะที่เธอกำลังจากไป ฉันก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรเลย
ในขณะที่ความรักได้จากไป
ฉันก็เหมือนคนโง่ที่ทำได้แค่เพียงยืนอยู่ตรงนี้ด้วยใบหน้าที่ว่างเปล่า


" บยองฮอน ขอบคุณนะ ... ขอบคุณที่เป็นตุ๊กตาของชานฮีนะ ขอบคุณที่อยู่กับชานฮี ชานฮีรักบยองฮอนนะ ถึงมันจะเป็นความรักคนละอย่างกับที่ชานฮีรักแม่ แต่มันก็คือความรักนะ "

คำพูดของชานนี่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยตอนนี้ผมนี่ยิ้มแก้มแทบฉีก ชานนี่บอกรักผม ... ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ถึงมันจะไม่ใช่ความรักที่เหมือนกับคุณแม่แต่ชานนี่ก็รักผม ไอความรู้สึกฟูๆข้างในนี่มันคืออะไรนะ ผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าความสุขใช่หรือเปล่า ผมกำลังมีความสุขใช่ไหม ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น คุณแม่นั่นเอง คุณแม่เข้ามาทำอะไรในห้องชานนี่นะ?

คุณแม่เดินเข้ามาที่โต๊ะของชานนี่ แล้วก็หยิบผมขึ้นมาพลางยิ้มเล็กๆมาที่ผม

"น่าอิจฉาแกจังนะเจ้าตุ๊กตาตัวน้อย ชานฮีคงรักและไว้ใจแกน่าดูเลยนะ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมีความรู้สึกแบบนั้นกับฉัน ฉันคงทำให้เขาเจ็บปวดน่าดูเลยนะ เด็กคนนั้นน่ะไม่ว่าฉันจะเป็นยังไง เขาก็ยังคงเป็นเด็กดีอยู่ตลอดน่ะแหละ เขาคงอดทนเพื่อฉันมาตลอดเลยสินะ .. ฉัน .... ฉันมันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย"

ผมได้แต่ฟังคุณแม่พรั่งพรูคำพูดมากมายออกมา คุณแม่ได้ยินทุกอย่างที่ชานนี่คุยกับผมเมื่อคืน หยดน้ำตาคลอที่เบ้าตาและคำพูดขอโทษซ้ำไปมาแสดงให้เห็นว่าคุณ แม่ก็คงรู้สึกผิดต่อชานนี่เหมือนกันสินะ คุณแม่ร้องไห้สะอื้นเบาๆกับผมอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เอามือเช็ดคราบน้ำตา ท่านจ้องมองมาที่ผมแล้วก็เอามือวางที่หัวของผมพร้อมเอ่ยบางอย่างกับผม ก่อนที่ท่านจะเดินออกจากห้องไป ...

" ขอบใจนะเจ้าตุ๊กตา บางทีมันคงถึงเวลาที่ฉันจะทำอะไรให้ชานฮีบ้างแล้วล่ะ "

การเป็นมนุษย์นี่ดูวุ่นวายจังเลย ทั้งๆที่พวกเขาสามารถพูดและทำในสิ่งต่างๆอย่างที่ใจต้องการได้แต่ทำไมพวกเขา กลับไม่ทำให้มันตรงกับสิ่งที่เขาต้องการกันนะ ลองมาเป็นตุ๊กตาอย่างผมสิมีตั้งหลายอย่างที่อยากทำแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเป็น เพียงแค่ตุ๊กตาเท่านั้น

ผมอยากปลอบประโลมและลูบหัวชานนี่ยามเมื่อเขาร้องไห้ ผมอยากเช็ดน้ำตาทุกหยดที่ไหลออกมาจากดวงตากลมโตบริสุทธิ์คู่นั้น ผมอยากเป็นฝ่ายหอมแก้มเด็กน้อยบ้างแทนที่จะเอาแต่เฝ้ารอให้เขามาหอมผม และที่สำคัญริมฝีปากเล็กๆนั่นผมอยากจะสัมผัสอีกครั้ง สัมผัสบางเบาจากตอนเช้ามันยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากของผม ผมลืมมันไม่ได้เลยไม่รู้ทำไมทั้งๆที่มันก็น่าจะเหมือนกับการหอมแก้ม แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆคล้ายๆจะลอยได้ทั้งๆที่ก็นั่งอยู่ มันคืออะไรนะ? ถ้าได้สัมผัสอีกครั้งผมอาจจะรู้คำตอบก็ได้

เหงา.... ผมรู้สึกเหงามากเลยตอนนี้ ผมไม่ได้เจอชานนี่มาหลายวันแล้วนับจากวันนั้น... วันที่เด็กน้อยบอกผมว่าจะไปซื้อส้มให้คุณแม่ ตัวคุณแม่ก็หายไปด้วย ในบ้านเงียบมากมีบ้างบางวันที่ท่านเข้ามาในห้องของชานนี่นั่งลงบนเตียงนอน ของเด็กน้อยแล้วก็เอาแต่ร้องไห้ และพูดคำว่าขอโทษกับรูปถ่ายของชานนี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ชานนี่หายไปไหน ผมลองถามคุณแม่ออกไปหลายครั้งหวังว่าคุณแม่จะได้ยินเสียงของผมบ้าง แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม ท่านไม่ได้ยินผมเลย เสียงของผมไม่มีวันไปถึง เพราะผมเป็นเพียงตุ๊กตา ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขนาดนี้มาก่อนเลย

" ชานนี่ ... ชานนี่ .... ชานนี่... บยองฮอนเหงา... เหงามากเลย ชานนี่ไปอยู่ที่ไหน ... ทำไมชานนี่ไม่กลับมาหาบยองฮอนล่ะ ชานนี่คิดถึงบยองฮอนบ้างไหม...บยองฮอนคิดถึงชานนี่มากเลยนะ "

เป็นอีกวันหนึ่งที่ทุกอย่างน่าจะยังคงเหมือนเดิม ชานนี่ยังคงไม่กลับมาที่บ้าน ผมยังคงนั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวเดิมแต่ที่ต่างออกไปก็คงจะเป็นสภาพของห้องชานนี่ ข้าวของค่อยๆถูกเก็บจนแทบไม่เหลืออะไรนอกจากโต๊ะ ตู้และเตียง ที่โต๊ะยังคงมีกองหนังสือนิทานวางกองอยู่ 3-4เล่ม และตัวผมที่ยังคงนั่งพิงกองหนังสืออยู่เช่นเคย แต่อยู่ๆประตูห้องของชานนี่ก็เปิดออก คุณแม่พาใครก็ไม่รู้เข้ามาด้วยอีกสองคน ผมได้ยินท่านบอกให้ผู้ชายสองคนนั้นขนย้ายอะไรสักอย่าง

" ทำไมต้องย้ายของออกไปด้วยล่ะ แล้วถ้าชานนี่กลับมาล่ะ ? "

" ไม่มีคำตอบกลับมาเช่นเคย โธ่เว้ย อึดอัดชมัด "

" คุณนายครับแล้วกองหนังสือกับตุ๊กตาตรงนี้ล่ะครับ จะให้ขนไปด้วยเลยไหมครับ? " เสียงจากผู้ชายแปลกหน้าหนึ่งในสองคนเอ่ยถามขึ้นกับคุณแม่

" เก็บไปแต่กองหนังสือก็พอค่ะ ส่วนตุ๊กตาเดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ "

หลังจากที่ผู้ชายแปลกหน้าสองคนจักการเอากองหนังสือนิทานออกไปแล้วคุณแม่ก็เอื้อมมือมาหยิบตัวผม ท่านพูดกับผมว่า

" เจ้าตุ๊กตา คิดถึงชานฮีไหม เดี๋ยวฉันจะพาไปหาชานฮีนะ "

อะไรนะ ผมไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม ผมกำลังจะได้เจอชานนี่ใช่ไหม ผมดีใจจังเลย เด็กน้อยของผม ... เรากำลังจะได้เจอกันแล้วนะ

คุณแม่จับผมใส่ในกระเป๋าผ้าแล้ววางผมไว้บนตักระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่ ผมไม่รู้ว่าคุณแม่จะไปไหน แต่ถ้ามันทำให้ผมได้เจอชานนี่จะที่ไหนผมก็ไปทั้งนั้นน่ะแหละ เมื่อถึงปลายทางรถแท็กซี่ก็หยุดจอดให้ผมกับคุณแม่ลง ผมไม่เห็นอะไรเลยเพราะตัวอยู่ในกระเป๋าผ้า ได้แต่รอให้คุณแม่พาไปหาชานนี่ไวๆสักที ผมจะได้เห็นหน้าเด็กน้อยของผมสักที

" ชานฮี เป็นยังไงบ้างลูก วันนี้แม่พาเจ้าตุ๊กตามาหาชานฮีด้วยนะ "

ผมได้ยินเสียงคุณแม่พูดขึ้นมา สงสัยจะคุยกับชานนี่ แต่ทำไมไม่มีเสียงตอบล่ะ ชานนี่หลับอยู่งั้นเหรอ ตกลงที่นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี่ย

แล้วคุณแม่หยิบผมขึ้นมาจากถุงผ้าสักที แต่สิ่งที่ผมเห็นเมื่อได้ออกมาจากถุงผ้าคือชายนี่ ชานนี่ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนสีขาว

คุณแม่อุ้มผมแนบอกดวงตาเหม่อมองไปที่ชานนี่

" เจ้าตุ๊กตา ... ชานฮีเขาไปอยู่กับพี่สาวเขาแล้วล่ะ เขาไปสบายแล้ว...  เพราะฉันเองที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ เพราะฉันเองชานฮีถึงได้... "

" ก๊อกๆ"

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นผู้หญิงใส่แว่นที่เปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในห้อง

" ได้เวลาแล้วค่ะ "

" ค่ะ ฉันเอาเสื้อผ้าตัวที่ชานฮีชอบมาแล้วค่ะ ขอเวลาให้ฉันได้เปลี่ยนให้เขาหน่อยนะคะ "

พอผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปคุณแม่ก็วางผมไว้บนหัวเตียงใกล้ๆกับชานนี่นอน แล้วท่านก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เด็กน้อย

ผมมองเด็กน้อยของผมที่นอนอยู่บนเตียง ไล่สายตาไปตั้งแต่เรือนผมสีน้ำตาลไปยังดวงหน้ากลม ดวงตาที่ปิดของเขามองดูไปก็คล้ายกับว่าเขาแค่นอนหลับอยู่ ชานนี่ยัง คงเหมือนเดิม แต่สิ่งไม่เหมือนเดิมคือ เขาไม่ได้หายใจอีกแล้ว ร่างเด็กน้อยนอนนิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหวของลมหายใจ ผมได้แต่มองอยู่แบบนี้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่างแม้แต่จะแสดงความรู้สึกว่าเสียใจ  แล้วจากนี้ไปผมจะเป็นยังไงนะ นั่นสิ...ชีวิตที่ไม่มีชานนี่อยู่ด้วยอีกต่อไปแล้วมันจะเป็นยังไงนะ

" เจ้าตุ๊กตา ไปอยู่กับชานฮีนะ ฝากดูแลเขาแทนฉันด้วย เจ้าต้องอยู่กับเขา... คอยเล่นกับเขา... อย่าปล่อยให้เขาต้องเหงานะ "

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่คุณแม่บอกผมก่อนที่ท่านจะวางผมแนบอกไว้กับชานนี่ ท่านจัดผมให้อยู่ในอ้อมกอดของเด็กน้อย ก่อนที่ความมืดจากบางสิ่งที่รูปร่างคล้ายบานประตูจะปิดกั้นเราทั้งสองจากโลก ภายนอก



" ชานนี่ บยองฮอนก็รักชานนี่นะ จากนี้ไปเราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปแล้วนะ จะไม่มีอะไรมาแยกเราสองคนให้พรากจากกันอีกแล้วนะ หลับให้สบายเถอะนะ บยองฮอนจะดูแลชานนี่เอง"




E N D .









4 comments:

  1. แง!!! 😫😫😫😫😫 เสียน้ำตาตอนตีสาม จบเศร้าไปนะคะ 😔
    แล้วแบบนี้ตุ๊กตาบยองกับเด็กน้อยขานฮีจะได้อยู่ด้วยกันแล้วใช่มั้ย ถ้าใช่ ยอมให้จบแบบเสียน้ำตาก็ได้ค่า 😆

    ReplyDelete
  2. อ่านจบแล้วหน่วงดี ต้องตั้งสติแป้บนึงว่าจะคอมเมนท์อะไรบ้าง ที่น่าสงสารที่สุดก็ยังเป็นคุณตุ๊กตา ตั้งแต่เริ่มจนจบอยู่แต่กับความอึดอัด แค่คิดว่าจะต้องอยู่ยังไงต่อไปกับร่างไร้ความรู้สึกก็ชวนขนลุกแล้ว

    เด็กน้อยชานฮีกว่าจะทำให้แม่เข้าใจก็ต้องใช้ชีวิตแลก ไม่คุ้มเลย คนเป็นแม่คงได้แผลในใจไปตลอดชีวิต

    ส่วนตัวแล้วชอบให้จบแบบนี้นะ (5555) ไม่แฮปปี้เอ็นด์ฯก็จริง แต่ได้ข้อคิดแถมมาให้

    ReplyDelete
  3. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  4. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete