The day seems to last forever as if it read my
heart.
With passing time, will it fade?
Except for your empty space, everything is the
same.
My heart must be broken, can't seem to except
that I sent you away
All my love is now in vain
I sent you away, but my waiting has just begun
Don't leave my love
I may never see you again
You are still in my heart
ผ่านพ้นวันคืนอันแสนยาวนานกับเรื่องราวมากมายที่หัวใจผมรู้ดี
วันเวลาที่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วนั้น อีกไม่นานก็ถูกลืมเลือน
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมแต่ที่ว่างที่เว้นไว้สำหรับคุณนั้น
หัวใจผมคงต้องแตกสลาย ถ้าหากคุณต้องจากผมไป
ความรักของผมก็คงเป็นสิ่งที่ไร้ค่าเท่านั้น
ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ ทั้งๆที่ตัวผมก็รู้ดีว่ามันคือจุดเริ่มต้นแห่งการรอคอยของผม
สุดที่รักจงอย่าหันหลังกลับมาอีก
จงไปให้พ้นผมไม่อยากเจอคุณอีกต่อไปแล้ว
ถึงอย่างนั้นคุณยังคงอยู่ในหัวใจผม ตลอดไป
วันนี้ชานฮีไม่มีสมาธิเรียนเลย เขานั่งเท้าคางพลางคิดถึงเรื่องเมื่อคืน
มันเหมือนกับความฝัน สวนกุหลาบแสนสวยกับชายหนุ่มลึกลับคนนั้น
ป๊าบ!!
ร่างสูงฟาดสมุดลงบนหัวคนตัวเล็กพลางทำหน้าทะเล้นใส่
"โอ๊ย!!! เจ๊บนะบยองฮอน
ทำไรของนายเนี่ยมาตีหัวฉันทำไม?" ชานฮียกมือเล็กลูบหัวบริเวณที่โดนตีพลางบ่นใส่อีกฝ่าย
" เหม่ออะไรอยู่ได้
นี่มันพักเที่ยงแล้ว นายไม่ไปกินข้าวเหรอไง "
ร่างบางบุ้ยปาก
พลางนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้บยองฮอนฟังเลย
" เออใช่ ลืมเล่าให้นายฟังเลย
ตึกฝรั่งนั่นน่ะไม่ใช่ปราสาทผีสิงหรอกนะ"
เมื่อเห็นบยองฮอนทำหน้าสงสัยร่างบางเลยยิ้มพลางเล่าต่อ
"เมื่อวานฉันเข้าไปแล้ว
ได้เจอเจ้าของบ้านด้วย เป็นคนหน้าตาหล่อมากเลยนะ ถึงจะดูลึกลับไปหน่อยก็เถอะ
"
" นายละเมอเหรอไงชานฮี?
"
" ไม่ใช่สักหน่อย!!
งั้นเย็นนี้ไปดูกันมั้ยล่ะ? นายจะได้รู้ไงว่าฉันไม่ได้โกหก"
เสียงเล็กๆโวยวายใส่อีกฝ่าย
" แล้วเรื่องชมรมล่ะ
จะโดดเหรอไง?"
" ก็รีบไปดูแล้วก็รีบกลับมาสิ
เข้าสายแค่วันนึงไม่เป็นไรหรอกน่า ทีงี้ทำมาเป็นขยัน "
หลังเลิกเรียนชานฮีกับบยองฮอนก็พากันเดินมาหยุดอยู่ที่ประตูเหล็กขนาดใหญ่
ร่างสูงมองเข้าไปยังตัวบ้าน เขารู้สึกแปลกๆ จะว่ากลัวก็ไม่เชิง เมื่อชานฮีเห็นก็เลยแซวอีกฝ่ายเข้าให้
" บยองฮอนเป็นอะไร? กลัวเหรอไง? "
" เปล่า ... ช่างมันเหอะ
จะเข้าไปหรือยังล่ะ?"
" มาสิ ทางนี้ๆ "
ร่างเล็กพาร่างสูงเดินผ่านสวนกุหลาบทางหน้าบ้านมาเรื่อยๆ เขาเคาะประตูสองสามครั้ง
แต่ไม่มีใครตอบ
" พี่ดงมิน
พี่ดงมินอยู่หรือเปล่าครับ? "
บยองฮอนรู้สึกไม่ชอบใจกับคำเรียกของคนข้างๆตัวที่เรียกบุคคลอื่นแบบนั้น
มันหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
ไปสนิทกันตอนไหนกัน ถึงไปเรียกเขาว่าพี่
" เข้ามาสิ
พี่อยู่ข้างใน"
เมื่อได้ยินคำอนุญาติจากเจ้าของบ้านชานฮีจึงผลักประตูบานไม้ใหญ่เข้าไปข้างใน
แต่เขาก็ต้องแปลกใจ เพราะภายในตัวบ้านกลับมืดสนิท
" ชานฮี ทางนี้ "
เสียงเรียกจากเจ้าของบ้านที่ยืนถือตะเกียงรออยู่ตรงห้องโถงใหญ่
รอยยิ้มจากร่างสูงใหญ่หายไปทันทีที่เห็นคนแปลกหน้ายืนอยู่ข้างๆกับคนที่เขาค่ดหวังว่าจะได้พบ
" นั่นใคร ? " คำถามสั้นๆกับน้ำเสียงที่ดูจะไม่ค่อยพอใจนัก
บยองฮอนมองกลับไปยังเจ้าของบ้าน
ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรก็มีเสียงเล็กๆของชานฮีแทรกเข้ามา
" เพื่อนผมเองครับ
เขาชื่อบยองฮอน เขาอยู่ห้องเดียวกับผม เขาชอบบอกว่าที่นี่เป็นปราสาทผีสิง ผมเลยพาเขามาดูเองครับเพื่อยืนยันว่าที่นี่ไม่ใช่อย่างที่เขาเข้าใจผิด
ต้องขอโทษพี่ดงมินด้วยนะครับที่พาเพื่อนมาโดยไม่ได้บอกพี่ไว้ก่อน "
" ทำไมมืดอย่างนี้ล่ะ
เปิดม่านน่าจะดีกว่านะ " บยองฮอนพูดพลางเอื้อมมือไปเพื่อจะแตะที่ผ้าม่านผืนใหญ่
แต่ยังไม่ทันจะเอื้อมถึงก็มีมือหนาของอีกฝ่ายดึงข้อมือของเขาออกมา ชายหนุ่มจึงกระชากมือกลับและจ้องตากลับไปยังอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีนัก
ทำไม... มือเย็นขนาดนี้ ?
" พี่ดงมิน .. เอ่อ..."
ชานฮีตกใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของคนร่างสูงที่แสดงต่อบยองฮอน
หรือพี่ดงมินจะโกรธที่เขาพาบยองฮอนมาด้วยแบบนี้
" ... ขอโทษ
พอดีฉันไม่ค่อยชอบแสงน่ะ แสบตา " ดงมินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
พลางจ้องอีกฝ่ายกลับไปด้วยสีหน้านิ่ง
" .......... "
บยองฮอนรู้สึกหงุดหงิดกับสายตาของอีกฝ่าย
และบรรยากาศในบ้านนี่อีก มันทำให้เขาขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
" ขอโทษนะ ฉันจะกลับแล้วล่ะ
" ชายหนุ่มพูดเสร็จแล้วก้าวขาเดินออกไปโดยไม่มองเจ้าของบ้านแม้แต่นิด ชานฮีเห็นอย่างนั้นเลยรีบวิ่งตามอีกฝ่ายออกไป
" บยองฮอน !!! รอเดี๋ยวซิ!!
"
" ทำไม มีอะไรอีก
รีบกลับไปซ้อมได้แล้ว "
" ฉันรู้ว่านายไม่พอใจที่เขาทำแบบนั้นกับนาย
แต่การที่พวกเราเข้ามาเองพวกเราก็ทำผิดเหมือนกัน ฉัน...
จะไปขอโทษเขาก่อนนะ "
" งั้นก็ตามใจ
นายอยากทำอะไรก็ทำไปละกัน ฉันจะกลับไปซ้อมแล้ว"
" บยองฮอน!!! "
ใช่ บยองฮอนรู้ดีว่าเขากำลังโกรธ ที่โกรธไม่ใช่เพียงเพราะโดนเจ้าของบ้านทำแบบนั้นกับเขา
แต่เพราะเขารู้สึกว่าชานฮีแคร์อีกฝ่ายมากกว่าเขา เขานึกว่าคนตัวเล็กจะตามเขากลับมา
แต่คนตัวเล็กกลับเลือกที่จะกลับเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่แทน
ชานฮีผลักประตูบานใหญ่เข้ามา
เมื่อเห็นเจ้าของบ้านร่างโปร่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ส่งยิ้มมาให้ก็รู้สึกโล่งใจ
รอยยิ้ม? งั้นพี่ดงมินไม่ได้โกรธใช่ไหม?
" ต้องขอโทษด้วยนะครับที่จู่ๆก็เข้ามาเอง
ความจริงผมตั้งใจจะมาเพื่อขอบคุณเรื่องดอกกุหลาบเมื่อวาน... "
" ไม่เป็นไรหรอก
แค่ชานฮีมาพี่ก็ดีใจแล้ว แต่พี่แค่ไม่ชอบคนเยอะๆน่ะ
แล้วก็ไม่ชอบแดดแรงๆเท่านั้นเอง"
" พี่ดงมินนี่เหมือนแวมไพร์เลยนะครับ
ตลกดี" ร่างเล็กยิ้มหวานให้อีกฝ่ายหวังตั้งใจว่าจะทำให้บรรยากาศมันดีขึ้น
แต่ร่างสูงกลับจ้องมองมาที่เขา ดวงตาคู่นั้น... คล้ายจะสะกดให้ผู้ที่ถูกมองหยุดหายใจ
มันทั้งสวยงามและน่ากลัวในคราเดียวกัน
" แล้วถ้าพี่เป็นอย่างนั้นล่ะ
ชานฮีจะกลัวพี่มั้ย? "
" อย่าล้อเล่นแบบนี้สิครับ
ถ้าพี่ดงมินเป็นแวมไพร์จริงๆก็ต้องกลัวไม้กางเขน กับเกลียดกระเทียมด้วยสิครับ
"
ร่างสูงยื่นมือมาลูบหัวเบาๆ
ของอีกฝ่ายพลางยิ้มให้
" แวมไพร์เดี๋ยวนี้กลัวแต่แสงอาทิตย์อย่างเดียวเท่านั้นแหละ
โดนแป๊ปเดียวก็กลายเป็นจุลแล้ว พี่ถึงไม่ให้เปิดผ้าม่านออกไง "
ทำไมคนๆนี้ชอบล้อเล่นอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยเลยนะ
ร่างเล็กแอบคิดถึงบางคนที่รีบกลับไปก่อนตอนเย็น
บยองฮอนจะโกรธเขาไหมนะ ที่เขาเลือกกลับมาขอโทษพี่ดงมินแทนที่จะกลับไปโรงเรียนกับอีกฝ่าย จริงๆชานฮีก็แค่อยากลองพิสูจน์อะไรบางอย่างดู
...
ถ้าอีกฝ่ายเห็นเขาอยู่กับคนอื่น
จะรู้สึกหึงเขาบ้างไหม?
..............................................
" อ้าว
วันนี้ชานฮีไปไหนล่ะบยองฮอน ไม่มาซ้อมเหรอ? " เสียงชางฮยอนตะโกนถามร่างสูงที่อยู่ในสระว่ายน้ำ
" ไม่เห็น "
คำตอบเพียงสั้นๆห้วนจากอีกฝ่าย
ตกลงจะไม่กลับมาจริงๆใช่มั้ยชานฮี ...
หรือว่ายังอยู่ที่นั่น ?
ในสวนกุหลาบของบ้านหลังใหญ่ ดงมินพาชานฮีมานั่งที่ม้านั่งใต้ซุ้มกุหลาบสีแดง
ดวงตาผู้เป็นเจ้าของทอดมองยาวออกไปไกลๆ เหมือนไม่ได้โฟกัสที่จุดใดเพียงแค่ปล่อยใจล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง
ชานฮีได้แต่มอง....ไม่กล้าจะพูดอะไรออกมา จึงหลับตาลงแล้วซึมซับความหอมของกลิ่นกุหลาบที่ฟุ้งกระจายไปทั่วแทน
... หอมจัง ...
" เมื่อก่อน ...
พี่ชอบมาดูดอกกุหลาบในสวนตอนรุ่งเช้ามาก ยามน้ำค้างต้องประกายกับแสงแดด
มันช่างเป็นภาพสวยงามนัก เพราะอย่างนั้นพี่จึงได้รีบตื่นก่อนใครๆในบ้านเสมอ "
บรรยากาศความเงียบถูกทำลายลงเมื่อ เสียงทุ่มลึกเอ่ยขึ้นเบาๆ
" แต่พี่ดงมินแพ้แสงแดดไม่ใช่เหรอครับ?
แล้วทำไม.. ? "
ดงมินไม่ตอบคำถามของชานฮีเขาเพียงแต่ส่งยิ้มให้พลางยกมือลูบที่หัวของคนตัวเล็ก
" ชานฮี ..
เริ่มค่ำแล้ว พี่ว่าชานฮีกลับบ้านได้แล้วล่ะ เดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วงนะ "
" .................. "
มือหนาเลื่อนจากเส้นผมมาหยุดตรงใบหน้าของอีกฝ่ายแทน ระยะห่างของใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆใกล้เข้ามาทุกที ชานฮีรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่บริเวณหน้าผาก ก่อนริมฝีปากหนาจะได้สัมผัสผิวบาง
" เอ่อ...
ขอผมเข้าห้องน้ำหน่อยนะฮะ "
ร่างเล็กรีบลุกขึ้นแล้วพยายามก้าวขาเพื่อพาตัวเองออกมาจากบริเวณสวนเพื่อเดินเข้าไปยังตัวบ้าน
เสียงน้ำกระจายจากการล้างหน้าแรงๆเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา
เฮ้อ ... เกือบไปแล้วไหมล่ะอีชานฮี
เกือบหลงไปกับดวงตาคู่นั้นแล้ว ... แต่ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยนัก...
เสียงทุ้มที่เรียกชื่อเขานั่นอีก เหมือนว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนสักแห่ง
.... ชานฮี ....
นึกไม่ออก เหมือนลืมอะไรไป
" ชานฮี เป็นอะไรหรือเปล่า?"
เสียงเคาะประตูเบาๆดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมคำถาม
"ไม่มีอะไรครับ เดี๋ยวผมออกไป
"
เปิดประตูห้องน้ำออกมา ก็เจอร่างสูงยืนอยู่
" พี่ดงมินครับ ผมเคยพบพี่...
" เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาจนเหมือนพึมพำกับตัวเองต้องหยุดกระทันหันเมื่อสายตา เหลือบไปเห็นเงาของอีกฝ่ายที่ควรจะสะท้อนในกระจกกลับไม่มีภาพนั้น
" .... !!? "
หรือว่าจะตาฝาดไป ?
" ชานฮี เมื่อกี๊ว่าอะไรนะ?
"
" .... เปล่าครับ...
ไม่มีอะไร งั้นผมกลับก่อนนะครับ "
กุหลาบสีแดงดอกใหญ่ถูกยื่นมาให้จากมือหนา
" พี่ให้
แล้วพรุ่งนี้มาใหม่นะ "
" .... พรุ่งนี้เจอกันครับ
"
ฝนตกเบาๆอยู่นอกหน้าต่าง ร่างเล็กนั่งบนโต๊ะหนังสือมือบางจับดอกกุหลาบสีแดงที่ได้มาจากอีกฝ่าย
เขาเอาดอกกุหลาบตัดก้านแล้วปักลงบนแก้วน้ำทรงสูง
กลิ่นหอมจางๆของดอกไม้ชวนให้คิดถึงเจ้าของของมัน
.... ไม่ชอบแสงแดด ...
เงาในกระจกก็ไม่มี ...
แวมไพร์เหรอ? คงคิดมากไปเองแหละ
ไม่มีจริงหรอก ตาฝาดแน่ๆ
" เลิกคิดอะไรไร้สาระแล้วไปนอนดีกว่า
"
หน้าเล็กๆส่ายไปมาขับไล่ความฟุ้งซ่านในหัว แล้วสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้เข้าเต็มปอด
ก่อนจะพาตัวเองล้มลงที่เตียงแล้วค่อยๆผล็อยหลับไป
............................................................
วันนี้ชานฮีรีบมาชมรมแต่เช้าเพราะเมื่อวานไม่ได้แวะกลับเข้ามา
แต่ทันทีที่เข้ามายังสระน้ำก็เจอกับบยองฮอนที่นั่งอยู่หน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
" ทำไมเมื่อวานไม่กลับมาที่ชมรม
อยู่ที่นั่นตลอดเลยหรือไง " ไม่มีคำทักทายใดๆนอกจากคำถามพร้อมใบหน้างอแสดงถึงความไม่พอใจของคนถาม
" ไม่เกี่ยวกับนายนี่
อยากรีบกลับก่อนเองทำไม"
มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือบางทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายจะเดินหนีไป
ตากลมสบตาเรียวด้วยความประหม่า
ที่เลือกเดินหนีเพราะกลัวว่าจะมีเรื่องกัน ไม่อยากต้องทะเลาะกันอีก
" อย่าไปที่บ้านหลังนั้นอีกนะ
อย่าเข้าใกล้ที่นั่นจะดีกว่า"
" ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?
" หรือว่า.. จะหึง
" นายไม่รู้สึกบ้างเหรอไงว่าบ้านหลังนั้นมันมีอะไรแปลกๆ
แล้วยังเจ้าของบ้านคนนั้นอีก "
" พี่ดงมินเขาไม่มีอะไรสักหน่อย
หรือว่านาย.. หึง? " ตอบสิว่า... ใช่
" พูดอะไรไร้สาระ
ใครเขาจะหึงนาย "
" ......... "
ไม่มีคำตอบใดจากคนตัวเล็กนอกจากการสะบัดมือออกจากมือหนา
" ถ้าอย่างนั้น
การที่ฉันจะไปบ้านหลังหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับนาย"
" งั้นก็ตามใจนายละกัน
อยากทำอะไรก็ทำ" พูดจบคนตัวสูงก็เดินออกไป
ทิ้งให้ชานฮีหงุดหงิดอยู่อย่างนั้น
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้
ทั้งๆที่ไม่ได้อยากให้ต้องมาทะเลาะกันแบบนี้เลย
" ไม่มีอารมณ์จะซ้อมแล้ว
กลับห้องเรียนดีกว่า "
พอชานฮีกลับมาที่ห้องเรียนก็เจอบยองฮอนนั่งฟุบอยู่กับโต๊ะ
... ข่างเหอะ อย่าเพิ่งคุยกันเลย
เดี๋ยวจะทะเลาะกันเลยเถิดไปมากกว่านี้ ...
ร่างเล็กเลยเดินไปนั่งที่โต๊ะข้างๆอย่างเงียบๆ
ปล่อยให้บรรยากาศแห่งความอึดอัดลอยละล่องจนกระทั่งเลิกเรียน
ชานฮีเดินมาหยุดทึ่ทางเข้าของสระว่ายน้ำ เขาลังเลว่าวันนี้จะเข้าไปซ้อมดีไหม
เขาไม่อยากเจอบรรยากาศที่อึดอัดกับบยองฮอนอีก และเขาก็รู้สึกมึนหัวด้วย
มือเล็กกุมเข้าที่หน้าผากพร้อมอาการวิงเวียนอย่างบอกไม่ถูก
อยู่ๆภาพในสายตาก็ค่อยๆพร่าเบลอ ร่างกายคล้ายจะไม่มีแรงกะทันหัน
ก่อนที่ตัวเองจะล้มลงกับพื้นก็รู้สึกได้ถึงฝ่ามือหนาของใครบางคนที่เข้ามาประคองที่ตัว
" ชานฮี "
เสียงนี้มัน... บยองฮอน!!!
" นายเป็นไข้นี่ "
" ............... "
" เดี๋ยวฉันกลับเป็นเพื่อน
เผื่อนายล้มลงกลางทางไปจะไปลำบากคนอื่นเขาอีก "
" ไม่เป็นไร
ฉันกลับเองได้ ฝากบอกอาจารย์ให้ด้วยละกัน "
ร่างเล็กเดินกลับมายังเส้นทางเส้นเส้นเดิม และแน่นอนเขาต้องผ่านบ้านหลังใหญ่หลังนั้น
ขาเล็กเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กหน้าบ้าน
จะเข้าไปดีไหม ? แต่สัญญาไว้แล้วว่าวันนี้จะแวะมา
เสียงใครบางคนแล่นเข้ามาในหัว....
อย่าไปที่บ้านหลังนั้นอีกนะ
ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกสับสนนิดๆ
" เข้าไปพูดคุยทักทายแป๊ปนึงคงไม่เป็นไรมั้ง
ไม่อยากผิดสัญญานี่นา "
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจผลักประตูรั้วเข้าไป
ขาเรียวค่อยๆก้าวเดินเข้าไปยังตัวบ้านหลังใหญ่ ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกทั้งๆที่เขายังไม่ทันเคาะประตูด้วยซ้ำ
" ชานฮี เข้ามาสิ
พี่รออยู่ "
ร่างเล็กค่อยๆเดินเข้าไป
สายตาสบเข้ากับผู้เป็นเจ้าของ เขาผงกหัวนิดนึงให้อีกฝ่าย
" สวัสดีครับพี่ดงมิน
วันนี้ผมคงอยู่ไม่นาน พอดีรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยครับ "
" งั้นดื่มชาอุ่นๆสิ เผื่อจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
"
มือเล็กยื่นรับถ้วยชาลายดอกไม้มาจากอีกฝ่าย
ยกขึ้นจิบไปเพียงนิด ก็รู้สึกถึงแรงกดของมือหนาที่วางลงบนหัว
"ไม่ดีขึ้นเลยเหรอเด็กน้อย อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พรุ่งนี้ก็วันเกิดแล้วนะ
"
วันเกิด? รู้ได้ยังไง? เราบอกไปตอนไหน?
" เอ่อ พี่ดงมิน
เราเคยรู้จักกันใช่มั้ย? ... " ยังไม่ทันจะได้คำตอบจากอีกฝ่ายร่างเล็กก็ล้มลงกับในอ้อมแขนของร่างสูง
กลิ่นดอกกุหลาบ .. กลิ่นแบบนี้ ... ทำไม...
คุ้นเคย ที่ไหนสักแห่ง กับอ้อมกอดนี้ ... นึกสิ ...
สติค่อยๆลางเลือนไป ขณะที่ในหัวกลับค่อยๆมีภาพความทรงจำในวัยเด็กเข้ามา
ผู้ชายตัวโตสูงใหญ่ ผมดำ นัยน์ตาคมคู่นั้น รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ส่งมาให้แบบนั้น
มือหนาที่วางลงกลุ่มผมอย่างแผ่วเบา และค่อนๆลูบคล้ายว่าต้องการจะปลอบประโลม
" อย่าทำหน้าแบบนั้นซิ "
ใคร? ..
" ฮือ .. ฮือ แม่.. "
ภาพเด็กผู้ชายตัวเล็กๆกำลังเดินร้องไห้ในสวนกุหลาบท่ามกลางเม็ดฝนที่โปรย
ปราย เสียงสะอื้นค่อยๆหายไปเมื่อดวงตากลมมองเห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่ม้านั่งในซุ้มกุหลาบ
" พี่..? พี่เป็นใครน่ะ พี่อยู่บ้านหลังนี้เหรอ?"
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากม้านั่งค่อยๆเดินเข้ามาหาเด็กน้อย
ย่อตัวนั่งลงเพื่อที่จะได้เห็นหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดขึ้น
เด็กผู้หญิง? ... ไม่ใช่สิ
"เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไม ? แล้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?"
" ผมหลงทาง
ผมไม่รู้ว่าบ้านอยู่ไหนเพราะเพิ่งย้ายมา ฮึก.. ฮึก "
เสียงสะอื้นของเด็กน้อยเริ่มกลับมาอีกครั้ง
มือหนาวางลงบนหัวและค่อยๆลูบที่เส้นผมเบาๆ
พร้อมส่งรอยยิ้มให้ หวังจะให้เด็กน้อยรู้สึกสบายใจขึ้น
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้อย่างอ่อนโยนของคนที่โตกว่า
เด็กน้อยก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นจึงหยุดร้องไห้แล้วส่งยิ้มมาให้อีกฝ่ายแทน
" พี่อยู่คนเดียวเหรอ?
งั้นเดี๋ยวชานฮีจะเป็นเพื่อนให้นะ"
" เพื่อน.. ?
"
" ใช่! เพื่อน "
" ก็ได้ พี่ชื่อดงมิน "
ร่างสูงรู้สึกตลกเล็กน้อย เด็กน้อยคนนี้น่ารักดี
เมื่อกี๊ยังร้องไห้แล้วอยู่ๆก็มายิ้มหวานให้ อารมณ์เปลี่ยนง่ายจริงๆ นี่ละนะเด็ก
" ผมชื่อชานฮีฮะ อีชานฮี
พี่ดงมิน ดอกกุหลาบที่สวนนี้สวยจังเลยฮะ หอมมากๆด้วย "
เด็กน้อยพูดพลางยื่นหน้าสูดรับกลิ่นไอของดอกไม้เข้าไป
" ชานฮี... ชานฮี "
" นั่นเสียงแม่นี่นา"
" มะ... " ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงเล็กตะโกนออกไปก็มีมือหนาเข้ามาปิดที่ริมฝีปากบาง
" ชานฮี สัญญาซิ
ว่าจะไม่บอกใครว่าพบพี่ที่นี่ ถ้าไม่อย่างนั้น เราก็จะไม่ได้พบกันอีก.. "
.....................................................
เสียงสายฝนโปรยปรายอยู่ด้านนอก
สายลมพัดเสียดแรงกับหน้าต่าง แสงไฟสลัวจากเปลวเทียนในห้องสาดส่องให้เห็นถึงร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียง
ใหญ่ที่มีใครอีกคนนอนอยู่
ดวงตาคมสีแดงเลือดค่อยๆไล่มองชานฮีตั้งแต่เรือนผมสีน้ำตาลมายังดวงหน้าขาว
แพขนตาที่เรียงหนาบนเปลือกตาที่หลับพริ้มอยู่ มีหยดน้ำตาเกาะพราวคล้ายหยาดน้ำค้างที่เกาะบนยอดหญ้า
ร้องไห้?
ดงมินโน้มตัวก้มเข้ามาใกล้มากขึ้น
นิ้วเรียวของชายหนุ่มค่อยปาดหยดน้ำตา
จากนั้นค่อยๆเคลื่อนย้ายมาวางบนลำคอขาวของร่างบาง จรดริมฝีปากหนาเพื่อจุมพิตเพียงแผ่วเบาตรงลำคอด้านข้างของคนที่นอนหลับอยู่
เพียงแค่ฝังเขี้ยวแหลมคมลงไปตรงเนื้ออ่อนเท่านั้น
....
แล้วเขาก็จะไม่ต้องอยู่คนเดียว ....
แล้วชานฮีก็จะเป็นของเขาไปตลอดกาล ...
ก่อนจะได้กดเขี้ยวคมลงไปคนที่อยู่ข้างใต้ของตัวเอง
อีกฝ่ายก็ขยับตัวเสียก่อน ดวงตากลมที่ยังคลอด้วยหยดน้ำตาค่อยๆปรือตาขึ้น
ภาพที่เห็นคือร่างสูงที่กำลังจ้องมองมาที่ตัวเอง
ร่างเล็กจึงลุกขึ้นนั่ง ปล่อยให้หยาดน้ำใสบนดวงตาค่อยๆไหลลงบนผ้าห่ม
" นึกออกแล้ว....
ผมเคยพบพี่ที่นี่... เมื่อนานมาแล้ว แต่ทำไมพี่ถึงไม่เปลี่ยนไปเลย
ทำไมพี่ยังเหมือนเมื่อสิบปีก่อนนั้นทุกอย่าง ... ทำไม?"
ดงมินไม่ได้ตอบอะไร
เขาเพียงแต่จูงมือชานฮีเดินมาหยุดที่ผ้าคลุมผืนใหญ่ มือหนาดึงผ้าคลุมกำมะหยี่สีแดงออกเผยให้เห็นบานกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่
ร่างเล็กได้แต่ตกใจ ดวงตากลมเพ่งมองภาพในกระจก ว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นนั้นเป็นภาพลวงตาหรือไม่
มือเล็กสองข้างแนบประสานเข้ากับกระจก ไม่มีแม้ภาพใดๆของผู้เป็นเจ้าของบ้านสะท้อนในบานกระจกเลยทั้งๆที่เขาก็ยืน
อยู่ข้างกายแท้ๆ
" ไม่... ไม่จริง ...
กระจกนี่มีอะไรพิเศษใช่มั้ย.. ใช่มั้ย!? "
ได้โปรด.. บอกทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง
ดงมินถอนหายใจเล็กน้อย
เขาเดินเข้าไปใกล้บานกระจกยื่นมือหนาไปวางที่ข้างๆมือเรียวที่ยังคงวางอยู่
"ไม่ว่าชานฮีจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม
พี่ก็เป็นแวมไพร์จริงๆ "
" ..................... "
" เมื่อนานมาแล้ว
ตอนที่พี่เกือบจะป่วยตาย พ่อกับแม่ได้ไปขอร้องกับปีศาจ... ในที่สุด... พี่ก็รอดมาได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะอยู่หรือตายแบบคนทั่วไปได้อีกแล้ว
พี่ไม่ได้โตขึ้นเลยตั้งแต่ตอนนั้น .. ตั้งแต่ตอนอายุ16พี่ก็ไม่เคยนับวันเวลาอีกเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีชีวิตอยู่ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว
... ได้แต่อยู่คนเดียวมาตลอด จนกะทั่งได้พบกับชานฮี "
ภาพหนึ่งฉายขึ้นมาในความทรงจำ...
เป็นภาพจางๆ ที่ค่อยๆชัดขึ้น
" พี่ดงมินฮะทำไมชานฮีถึงเจอพี่ได้แต่ตอนมืดๆล่ะฮะ
ถ้าแม่รู้ว่าชานฮีแอบหนีมาเล่นที่นี่แม่ต้องโกรธแน่เลย"
" พี่ดงมินวันนี้เป็นวันเกิดชานฮีนะ
นี่เค้กวันเกิดชานฮีแอบเอามาให้พี่กินด้วยล่ะ" เค้กสามเหลี่ยมครีมสีขาวประดับดอกกุหลาบสีชมพูในกล่องถูกหยิบออกมาโดยมือน้อยๆเพื่อยื่นให้คนตัวโตกว่า
" ชานฮี...
ต่อไปนี้ชานฮีจะมาที่นี่ไม่ได้อีกแล้วนะ "
" ทำไมล่ะ!? ไม่เอานะ ชานฮีอยากเจอพี่ดงมินนี่นา .. พี่ดงมินเกลียดชานฮีแล้วเหรอ
" วงแขนเล็กๆกอดเข้าที่ลำตัวหนาของพี่ชายพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
" อย่าพูดอย่างนั้น
พี่ไม่มีวันเกลียดชานฮีหรอกนะ เพียงแต่.. พี่เป็นเพื่อนกับชานฮีไม่ได้จริงๆ
เพื่อตัวชานฮีนะ เชื่อพี่เถอะ อย่ามาที่นี่อีก"
เด็กน้อยไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น เขารู้เพียงแต่ว่าเขากำลังจะเสียเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขามีอยู่ไป
และเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น
" ให้ชานฮีเป็นเจ้าสาวของพี่นะ
แม่เคยบอกว่าที่แม่อยู่กับพ่อเพราะแม่เป็นเจ้าสาวของพ่อ ชานฮีอยากอยู่กับพี่ดงมินตลอดไป
ชานฮีไม่อยากให้พี่ดงมินเหงา สัญญาสิ ว่าพี่จะให้ชานฮีเป็นเจ้าสาวของพี่"
ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงแต่ยื่นมือประคองใบหน้าของเด็กน้อย
แล้วริมฝีปากหนาประทับเข้าที่หน้าผากเล็ก ดวงตาคมกลายเป็นสีแดง ทันใดนั้นกลีบกุหลาบมากมายก็ตลบอบนวลปกคลุมร่างทั้งสองคนไว้
เด็กน้อยหลับตาพริ้มในอ้อมกอดได้แต่กลิ่นหอมของดอกไม้ที่ปกคลุมร่างกายและเสียงทุ้มแผ่วเบาที่เหมือนจะสะกดให้เขาหลับใหล
" ถ้างั้นพี่จะรอจนกว่าชานฮีจะอายุ16เท่ากันกับพี่นะ ส่วนตอนนี้ ลาก่อนนะ"
น้ำตาของชานฮีไหลออกมาหยดแล้วหยดเล่า...จากปรายตากลมคู่นั้น
มือเล็กกำที่เสื้อเชิ้ตบริเวณหน้าอกของอีกฝ่าย
" ความจริงพี่ลบความทรงจำของผมไปใช่มั้ย...
? พี่ทำแบบนั้นทำไม "
" พี่ก็ไม่คิดว่าชานฮีจะนึกออก
ทั้งๆที่พี่ตั้งใจว่าจะแค่คอยมองดูอยู่ที่นี่ตลอดเวลา แต่แล้ว..วันที่เห็นชานฮีมาปรากฎตัวต่อหน้าพี่อีกครั้ง..
"
ดงมินเอื้อมมือหนาคว้าร่างบางตรงหน้าเข้ามากอด
" จะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไปได้มั้ย
? "
" ชานฮี !!! "
.... เสียงนั้น....
" บยองฮอน ? " ร่างเล็กหันไปตามเสียงเรียก ดวงตากลมมองเห็นบยองฮอนผ่านบานกระจกใสของหน้าต่าง
บยองฮอนออกแรงผลักประตูไม้บานใหญ่แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงเท่าไรประตูก็ไม่เขยื้อนเลย
" เปิดสิวะ โธ่เว้ย!!!
ชานฮี.. ชานฮีได้ยินไหม!! "
ดงมินคว้าข้อมือเล็กบังคับออกแรงให้เดินตามเขาขึ้นมาด้านบนของระเบียง
" ปล่อย... พี่ดงมินปล่อยนะ
พี่ดงมิน!! " ร่างเล็กออกแรงสะบัดข้อมือจนไปโดนใบหน้าของอีกฝ่าย
ดวงตาคมสีเข้มของร่างสูงที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงจ้องมองมาที่ใบหน้าเรียวเล็ก
" ทำเพื่อพี่ไม่ได้ใช่มั้ย
"
ชานฮีขยับตัวไม่ออก เขากลัวกับดวงตาคู่นั้น
" ผม... ผม... "
" ทำไม...? ทำไมถึงอยู่กับฉันไม่ได้!!!? " เสียงทุ้มอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกร้าว มือหนาข้างหนึ่งคว้าเข้าที่คอเรียวส่วนอีกข้างหนึ่งจับข้อมือเล็ก
ออกแรงดันจนเอวบางสัมผัสเข้ากับระเบียง ค่อยๆโน้มหน้าเข้ากับลำคอขาว
" ได้โปรด ...
อยู่กับพี่นะชานฮี "
" แต่...
คนที่ผมอยากอยู่ด้วยตลอดไปไม่ใช่พี่... "
" บ.. บยองฮอน.. บยองฮอน "
ร่างเล็กพยายามรวบรวมกำลังที่มีแล้วอาศัยช่วงทีเผลอผลักคนที่ตัวโตกว่าออกไป
ทำให้ตัวเองเสียหลักจนเกือบพลัดตกลงมาจากระเบียง โชคดีที่มือหนาคว้าข้อมือเล็กของตนไว้ได้อยู่
" พี่ดงมิน...? "
" ชานฮี!! "
บยองฮอนรีบวิ่งมาที่สวนตรงระเบียงด้วยความกระหืดกระหอบ
" บย... บยองฮอน"
ตากลมมองหาร่างสูงที่อยู่ข้างล่าง แขนเริ่มสั่นเทาใกล้จะหมดเรี่ยวแรง
ไม่ไหวแล้ว ตกแน่ๆ
ดงมินมองไปที่บยองฮอนและชานฮี
ดวงตาสีแดงค่อยๆกลับไปเป็นสีดำอีกครั้ง
" เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้วนะ
ลาก่อน... ชานฮี "
มือใหญ่ตัดสินใจปล่อยมือเล็ก
ร่างของชานฮีกำลังดิ่งลง
..... ตุบ .....
"โอ๊ย... "
ลืมตาอีกทีก็พบตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของบยองฮอน
ร่างหนาของคนที่อยู่ข้างล่างรองรับตัวของชานฮีไว้ได้พอดี
" ... ไม่เป็นไร... ใช่มั้ย
" ยิ้มให้ร่างเล็กด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
"... บยองฮอน.. "
คนตัวเล็กซุกตัวฝังเข้ากับอ้อมกอดของอีกฝ่าย
" ไปจากที่นี่เถอะ " บยองฮอนประคองร่างเล็กแล้วค่อยๆพากันเดินออกไปจากบ้านหลังใหญ่
ภาพคนสองคนที่ค่อยๆเดินหายไปอยู่ในสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านตลอดเวลา
......................................................
" ทำไมถึงปล่อยเหยื่อไปง่ายๆแบบนี้ล่ะคุณหนู
จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน อยากให้ข้าช่วยจัดการให้มั้ยล่ะ?
" ดวงตาสีแดงในกลุ่มควันสีดำปรากฏขึ้นต่อหน้าดงมิน
ร่างโปร่งไม่สนใจกลุ่มควันนั้น
เขาเดินเลยมันไปยังทางลงบันไดไปเพื่อไปที่สวนใหญ่ด้านหลังของบ้าน
ขายาวก้าวมาหยุดที่ม้านั่งใต้ซุ้มกุหลาบ
หย่อนตัวลงนั่งพลางหลับตาแล้วปล่อยให้ภาพความทรงจำที่มีต่อเด็กน้อยค่อยๆไหลเข้ามา
ตั้งแต่วันที่พบกัน... ก็เฝ้ารอวันนี้...
ทั้งที่ก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว...
ว่าเธอ ... ไม่ใช่เด็กเล็กๆในตอนนั้นอีกแล้ว ...
แสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มทอประกาย
ร่างสูงมองออกไปยังพุ่มดอกกุหลาบ หยาดน้ำค้างบนยอดดอกไม้สะท้อนสีรุ้งดูงดงาม ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังบริเวณนั้น ร่างสูงโปร่งค่อยๆจางลงเรื่อยๆเมื่อโดนประกายแดดสาดส่องมา หยดน้ำสีแดงค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาสีแดง
ภาพสุดท้ายที่ปรากฏในความคิด
ก่อนร่างกายจะสลายไปคือเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ กำลังยิ้มให้เขา
" พี่อยู่คนเดียวเหรอ?
งั้นเดี๋ยวชานฮีจะเป็นเพื่อนให้นะ"
แวมไพร์หนุ่มยิ้มให้กับภาพนั้น
" ลาก่อน... ชานฮี .....
"
E N D .
จบกันแบบนี้ไรท์จะโดนคนอ่านตีไหมคะ😂😂😂
Merry x'mas นะคะ 🎅🎄🎁
No comments:
Post a Comment