แก้วเตกิล่าถูกยกซดรวดเดียวจนหมดแก้ว
แล้วตามด้วยซีกมะนาวเล็กๆทั้งชิ้น ชายหนุ่มดูด เคี้ยว และปลิ้นเปลือกมันออกทิ้งพร้อมเปิดปากระบายแรงๆไปตามความแรงและร้อนของเหล้า
ท่าทีอย่างนั้น...
น้ำเสียงอย่างนั้น...
มันช่างเซ็กซี่นัก
ร่างเล็กแกล้งเบือนหน้าแสร้งทำเป็นมองทะเล
น้ำทะเลตอนกลางวันเป็นสีฟ้าใสกระจ่าง และสะท้อนกับเปลวแดดวิบวับจนตาพร่า
" ผมจะสั่งอีกแก้ว คุณต้องการอีกสักแก้วมั้ย ?"
ร่างสูงถามเสียงเรียบ
และไม่มีคำพูดอะไรนอกจากการส่ายหน้าของอีกฝ่ายกลับมา
ชายหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายพร้อมยกยิ้มน้อยๆ
" ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย "
" ไม่ล่ะ นี่มันเพิ่งเที่ยงวันเองนะ "
" ปีก่อน คุณดื่มเบียร์ตั้งแต่หลังมื้อเช้า "
รอยยิ้มบางๆแต่ใบหน้าเรียบนิ่งตามสไตล์เด็กนอก ทำให้ร่างเล็กหัวเราะเขินๆ
แล้วยอมรับ
" เออ... จริงสินะ ดื่มกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า
คุณจำได้"
ก็แค่ต้องการจบประโยคสนทนาไว้แค่นั้นไม่ได้คาดหวังอะไร
แต่คำตอบที่อีกฝ่ายตอบกลับมากลับทำให้ใจของตัวเองต้องสั่นไหว
" แน่นอนสิ ผมจำได้ทุกอย่าง "
สิ่งที่พูดมาความหมายตามนั้น
หรือแฝงความนัยอย่างอื่นเป็นพิเศษ?
เผลอมองตาอีกฝ่ายก็พบว่าดวงตาคู่คมหวานกำลังมองจับจ้องมาที่เขา
อีกแล้ว ชอบมองตรงๆเหมือนมีบางคำพูด ..... แต่ก็ไม่พูด
..... ท่าทีแบบนี้ไงที่ทำให้ใจสั่นไหวระรัวเสมอ ....
ภาพคืนฝนพรำของเมื่อปีที่แล้วก็ย้อนกลับมาฉายชัดอยู่ในใจ
รสสัมผัสของจูบนั้นยังคงอยู่
รสเหล้าแรงซ่านที่ปลายลิ้น รสเค็มของเกลือที่เคล้าอยู่ที่ริมฝีปาก
ได้กลิ่นมะนาวอวลอยู่กลายๆ แรงสัมผัสจากปากเรียวที่เผาร่างเล็กจนร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
พาหัวใจให้หวามไหวจนแทบละลาย
" ชางฮยอนชวนผมไปว่ายน้ำ
เดี๋ยวเล่นน้ำเสร็จผมอาจจะดื่มเบียร์ "
เขาพูดแก้เขินพลางจิบน้ำส้มดับความคิดร้อนๆของตนเอง
ร่างสูงเงียบไม่ตอบอะไร
แต่ยังคงมองหน้า
เกลียดนักล่ะ ...
กับท่าทีแบบนี้ที่มันทำให้ร่างบางรู้สึกเคอะเขิน ทำอะไรไม่ถูก
ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตูมตาม มารู้ตัวอีกทีว่าเอาแต่คิดถึงอีกฝ่ายก็ตอนที่ช่วงวันหยุดของเขาใกล้จะหมดแล้ว
มาแน่ใจอีกทีว่าตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว
ก็เมื่อถูกเขาจูบในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะกลับ
ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อว่าแค่เพียงจูบเดียวจะตรึงใจได้แน่นหนาเพียงนี้
เพียงจูบเดียวที่ทำให้เขาแอบรอคอยผ่านเดือนแล้วเดือนเล่าเพื่อจะให้ถึงฤดู ร้อนอีกครั้ง
...และจูบนั้นทำให้เขามิอาจตกหลุมรักใครได้อีก...
ตลอดเกือบหนึ่งปีที่อยู่ไกลกันคนละฟากฟ้า
อีกฝ่ายติดต่อกลับมาถามไถ่สุข-ทุกข์ในน้ำเสียงของเพื่อน ไม่มีประโยคใดบอกความนัยเป็นพิเศษ
นอกจากคำลงท้ายว่า "คิดถึง" ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้หัวใจมันพองโตและอิ่มเอิบ
ก็ไม่มีอะไรนอกจากแอบยิ้มหวานคนเดียวไปตลอดทั้งวัน
แต่มันก็ไม่ได้มากมายพอที่จะทำให้กล้าทำอะไรเพื่อสานต่อไปมากกว่านี้
เหมือนสายสัมพันธ์ที่ว่างเปล่าผ่านตัวอักษรทางอีเมล์ และเป็นเขาเองที่ค่อยๆตอบน้อยลงและไม่ตอบเสียมากกว่า
จนในที่สุดอีกฝ่ายเองก็ค่อยๆเงียบหายไป
"ที่จริงซัมเมอร์นี้ผมต้องไปอังกฤษกับเพื่อนๆ...
"
น้ำเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นมา
แล้วหยุดอยู่แค่นั้น ทำให้ร่างบางเป็นฝ่ายสบตาอีกฝ่ายตรงๆบ้าง
ใจมันแอบหวังว่าอาจจะมีประโยคอื่นตามมา...
พูดออกมาสิ พูดออกมาว่าคุณก็คิดถึงผม
พูดอะไรก็ได้ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าระหว่างเรามันมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างในใจ
ผมไม่สนหรอกว่ามันจะจริงจังหรือสั้นแค่ไหน
ผมแค่อยากรู้สึกอุ่นใจ ว่าจูบนั่นไม่ใช่เพียงแค่ความเมามายหรือแค่ความเผลอไปด้วยเพราะความใกล้ชิด
แค่พูดมันออกมาได้โปรด ....
" แต่ผม .... " แล้วก็เงียบไป
แบบนี้ล่ะที่ทำให้รู้สึกอึดอัดเสมอแต่ทว่าก็แอบละเมอเพ้อหา
เหมือนกับพึงพอใจที่จะรู้สึกว่าทำตัวเองหายไปในแต่ละนาทีที่ได้อยู่กับอีกฝ่าย
ตาเรียวสบตากลมไม่มีใครพูดอะไรออกมาคล้ายจะหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน
" ชานฮี ไปว่ายน้ำกันเถอะ "
เสียงใสๆของชางฮยอนทำให้ทั้งสองคนเกือบสะดุ้ง
น้ำทะเลตอนกลางวันอุ่นสบาย
เพื่อนบางคนมีลูกบอลพลาสติกสีเหลืองสดมาด้วย มันก็ช่วยให้เพลิดเพลินดีกับการโยนรับลูกบอลนั้นให้กันไปมา
สักพักก็ชวนกันว่ายไกลออกไปเพื่อเล่นคลื่น
ร่างบางเริ่มรู้สึกเหนื่อยจึงว่ายกลับมาแถวใกล้บริเวณชายฝั่ง เขานอนลอยตัวคล้ายๆจะให้น้ำทะเลโอบอุ้ม
แหงนหน้ามองเมฆขาวที่ลอยละล่องกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองบนชายหาด
เมื่อไม่เห็นคนที่คิดว่าจะเห็นจึงตัดสินใจขึ้นจากทะเล
มือบางหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า ตัดสินใจนอนลงผ้าปูลายดอกผืนโตบนทรายขาวนุ่มที่อยู่ใต้เงาไม้ใกล้ๆที่พัก
สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่จึงเอื้อมมือไปหยิบ น่าจะเป็นของใครสักคนในกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันนี่แหละ
ยังไม่ทันได้เปิดอ่านร่างสูงที่คุ้นตาก็เดินมานั่งข้างๆ มือเรียวส่งเบียร์ขวดเล็กมาให้
มือเล็กรับขวดสีอำพันตรงหน้ามา ไม่มีใครพูดอะไรแค่นั่งเงียบๆอยู่ใกล้ๆกัน
ระหว่างเขาสองคนไม่ค่อยมีถ้อยคำใดให้กันมากมายนัก
แต่ไม่รู้ทำไมในความเงียบงันนั้นมันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง... บางอย่างที่ทำให้รู้สึกดี
...
อะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น
จับต้องไม่ได้ หรือมันอาจเป็นแค่บางสิ่งที่ร่างเล็กอาจจะแค่ฝันเพ้อไปเองข้างเดียว และไม่เคยมีอยู่ก็เป็นได้
เมื่อปีที่แล้วก็อย่างนี้
ชอบมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ส่งเบียร์ให้ดื่มเป็นเพื่อน
หยิบบุหรี่จากปลายนิ้วเขาไปสูบบ้างล่ะ ชอบมานั่งเงียบๆไม่พูดอะไร แล้วก็มองหน้า...
มองสบตากันตรงๆเหมือนจะค้นหาความรู้สึกอะไร...
หรือเปล่า ?... ไม่กล้าเดา
ดวงตากลมทอดสายตาอยู่บนบรรทัดของหนังสือ
แสร้งทำเป็นอ่านไปอย่างนั้นล่ะ ทั้งที่ความจริงมองไม่เห็นถ้อยคำใดๆสักนิด
อีกฝ่ายคงไม่รู้หรอก ว่าเขาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย
" ผมไปอาบน้ำดีกว่า เริ่มรู้สึกเหนียวตัวแล้ว
ขอตัวนะ"
ตัดบทง่ายๆเพื่อจะได้หนีจากบรรยากาศตรงนั้นออกมา
ไม่ใช่อะไร เขารู้สึกเขินอายตัวเอง มันรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้กับอีกฝ่ายจนกลัว...
กลัวว่าตัวเองจะเก็บซ่อนความในใจไม่ได้แล้วเผลอบอกออกไปผ่านทางสายตาว่าที่ผ่านมาคิดถึงเขาแค่ไหน
อยากโอบกอดเขามากเพียงใด และรสสัมผัสนั้น... อยากได้รับจากเขาอีก..
พอถึงที่พักร่างบางนั่งนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง
ขอบตาร้อนผ่าวไปเต็มไปด้วยความรู้สึกข้างในที่มันอึดอัด ถึงแม้เขาพยายามฝืนและอดกลั้น
แต่แล้วน้ำตาหยดแรกก็ร่วงรินออกมา พร้อมกับเสียงประตูห้องที่เปิดเข้ามา
" เกิดอะไรขึ้น คุณเป็นอะไรหรือ ? "
ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง
เห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นพร้อมปาดน้ำตาไม่ยอมตอบคำถาม
ระยะห่างของทั้งสองค่อยๆหายไปเมื่ออีกฝ่ายเดินสวนออกมา
ชายหนุ่มไม่รอช้าเอื้อมมือหนาคว้าข้อมือบางไว้
แล้วดึงเข้ามากอด พอคนในอ้อมกอดได้สติเงยหน้าขึ้นมา เขาก็แนบริมฝีปากเบียดชิดทันที
ร่างเล็กจูบตอบ
ต่างฝ่ายต่างบดเคล้าริมฝีปาก ทั้งรุนแรงและเร่าร้อนคล้ายจะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งปวงจากในใจสู่จูบนั้น
ไม่ทันรู้ตัวว่าล้มตัวลงบนเตียงได้ยังไง
แต่เมื่ออีกฝ่ายถอนจูบออกไป แล้วค่อยๆจูบแผ่วเบาตามซอกคอและริมหู
มือค่อยๆลูบไล้ผ่านตามเนื้อผ้า
เสียงลมหายใจของคนข้างล่างเริ่มติดขัด
สติสัมปชัญญะที่มีค่อยๆหายไป
" บยอง... บยองฮอน ... เดี๋ยวก่อน"
ตาเรียวมองตากลมพร้อมยิ้มมุมปาก
" อีชานฮี คุณคิดถึงผมมั้ย"
เขาถามเหมือนกระซิบ
ชานฮีพยักหน้า
แล้วดันตัวขึ้นจูบอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง
แดดยามบ่ายส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา
ในห้องมีไอแดดอุ่นๆส่องประกาย แต่สองร่างยังคงกอดกัน..
และแลกรสของริมฝีปากซึ่งกันและกันอย่างโหยหา
ก็แค่อยากให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าความรู้สึกที่มีให้กันนั้น....
...... มันไม่ได้ต่างกันเลย
E N D .
เง้ออออออ จบ!! >_______<
ReplyDeleteกำลังอ่านเพลินๆเลยค่า5555
กว่าจะรู้ตัวว่าต่างฝ่ายต่างคิดถึงกัน เล่นเอาคนอ่านลุ้นตาม
รู้ตัวอีกที อ้าว จบ?? 5555
ค้างเบาๆ แต่เดี๋ยวมโนต่อเองได้ค่า 55555
ขอบคุณนะค้า เรื่องนี้แอบเปลี่ยนแนว เซะซี่เบาๆ >,<
ฟินตั้งแต่เริ่มจนจบเรื่องเลยค่ะ><
ReplyDeleteอ่านเรื่องนี้แล้วทำให้ยิ้มแบบคนบ้ามากเลย:D555555
จบแบบค้างมากคนอ่านนี่มโนไปไกลแสนไกลแล้วค่ะ^^
อาจหวังจะมีภาคต่อ55554>______<
ชอบอารมณ์ฟิคหน่วงๆแบบนี้นะ แต่เสียดายสั้นจัง เหมือนมันยังไม่สุดอ่ะค่ะ รีบตัดตอนเข้าห้อง แล้วก็รีบภาพเข้าโคมไฟ 5555 / แต่ก็ฟินเบาๆค่ะ ชอบอารมณ์บยองชานแบบนี้ ^~^
ReplyDelete