Monday, March 14, 2016

OS : In my memory : ByungChan





             " ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ไม่รักกันเสียหน่อย ความรักของฉันจะคอยโอบกอดนายอยู่เสมอ อย่าลืมนะ"



.........
.......
.....
...
.



                ดวงตากลมค่อยๆปรือตาขึ้น ชายหนุ่มค่อยๆเพ่งมองเพื่อให้ภาพที่พร่าเบลอค่อยๆชัดเจนขึ้น


               "
ความฝันสินะ"  ชานฮีพึมพำกับตัวเองพลางเปลี่ยนอิริยาบทจากท่านอนมาเป็นนั่งห้อยขาที่ปลายเตียงของตัวเองแทน

              
ในห้องที่เงียบสงบมีเพียงเสียงเบาๆของสายฝนที่กำลังตกกระทบกับหลังคาอยู่ข้างนอกหน้าต่าง  ร่างบางลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างออกเพื่อรับลมเย็นๆให้พัดผ่านเข้ามาในห้องนอนของตน


              
กลิ่นไอดินไอหญ้ากำลังส่งกลิ่นหอมลอยมา ... สายตาของร่างบางเหม่อมองทอดออกไปไกลผ่านนอกหน้าต่าง ฉับพลันความคิดถึงถึงใครบางคนก็แว่บเข้ามา...


             
ใครบางคนที่เขาแอบเก็บไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ..  และพยายามไม่ไปแตะต้องมันเพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่ตามมาจากการระลึกถึงอดีตต่างๆเหล่านั้น สุดท้ายก็มีแต่เพียงร่องรอยของหยดน้ำตาที่เหลืออยู่ก็แค่นั้น

 
             " ทำไมอยู่ๆถึงนึกถึงขึ้นมาอีกนะ อีชานฮี  นายนี่ใช้ไม่ได้เลยนะ " ร่างบางพูดพลางถอนหายใจกับตัวเอง ดวงตากลมมองไปยังปฏิทินที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ 


              ทั้งที่
มันก็ผ่านมานานแล้ว...... 

              แล้วทำไม...ไม่ลืมสักที

           
 สำหรับคนบางคนกาลเวลาก็ไม่เคยทำอะไรได้เลยสินะ

 
            " ฉันไม่เคยหยุดรักนาย แม้ว่าฉันไม่อาจอยู่กับนาย ความรักไม่ได้จบลงเพียงเพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันจำไว้นะ ชานนี่"


             
เสียงของใครคนหนึ่งในความทรงจำดังขึ้นมาในความคิด


             
กับบางความทรงจำเราก็น่าจะปล่อยให้มันตกตะกอนอยู่ในส่วนลึกอย่างนั้นแหละ ไม่ควรจะไปรื้อฟื้นสิ่งที่เราเฝ้าพยายามฝังกลบมันขึ้นมาอีกเลย


              
ชานฮีหันกลับมาจากหน้าต่างห้องนอนแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้าสีขาว  มือบางค่อยๆเปิดบานประตูตู้ออกมา สายตามองดูเสื้อผ้ามากมายที่แขวนไว้บนราวเหล็กที่เรียงแถวกันรอให้คนเปิดหยิบเลือกเพื่อนำมันไปสวมใส่ แต่จุดประสงค์ของร่างบางในตอนนี้กลับไม่ใช่เสื้อผ้าเหล่านี้ หากแต่เป็นกล่องสีดำใบเล็กๆที่อยู่ใต้กองผ้าพันคอหลายผืนที่ถูกพับทับเอาไว้ เหมือนเจ้าของตั้งใจจัดไว้เพื่อเป็นที่ซ่อนไม่ให้ใครเห็นกล่องใบนี้ต่างหาก
 
              กล่องสีดำพื้นเรียบไม่ได้มีลวดลายอะไรนอกจากริบบิ้นสีขาวที่ผูกคาดกับกล่องไว้นั้นถูกร่างบางหยิบออกมาจากตู้เสื้อผ้า เขานำมันมาวางไว้ที่เตียงนอนบนผ้าคลุมเตียงผืนนุ่มสีม่วงอ่อน และทรุดกายลงนั่งข้างกล่อง ตากลมจ้องมองที่กล่องด้วยความรู้สึกลังเลและสับสน 


              
ชายหนุ่มปล่อยให้ความคิดตีกันอยู่ชั่วครู่แล้วก็ตัดสินใจดึงโบว์สีขาวที่พันรอบกล่องไว้ออกมา เขาวางโบว์เส้นเล็กๆไว้ข้างๆกล่องแล้วค่อยๆเปิดฝากล่องสีดำออก...


              ข้างในกล่องมีเพียงรูปถ่ายใบเก่าๆหนึ่งใบกับซองจดหมายสีขาวอีกหนึ่งซอง
 
              มือเล็กหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากกล่องและดึงกระดาษสีขาวนวลส่งกลิ่นหอมจางๆที่พับอยู่ข้างในซองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมาคลี่อ่านอีกครั้ง


              
ความรู้สึกมากมายทั้งหมดของเขาที่ได้แต่เก็บไว้ ทุกอณูความรักความคิดถึงที่มีต่ออีกฝ่ายนึงถูกถ่าออกมาเป็นตัวอักษรร้อยเรียงกันในจดหมายฉบับนี้ .....

        

.......
จดหมายที่ไม่มีทางส่งไปถึงคนที่อยากให้อ่าน .......




 
      เพราะคนๆนั้นไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว



              
ชานฮีเก็บกระดาษจดหมายเข้าซองสีขาวตามเดิมแล้วหยิบรูปถ่ายใบเก่าๆที่อยู่ในกล่องใบเล็กขึ้นมาดู น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าค่อยๆไหลลงมาเป็นสาย ชายหนุ่มได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น...  มีเพียงเสียงสะอื้นและถ้อยคำบางคำซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น...


           " 
อีบยองฮอน .......ฉัน......

            ฮึก....ฮึก.......

           ...... ฉันคิดถึงนาย ........

            ฉันคิดถึงนาย ............"


 
            สายฝนข้างนอกยังคงโปรยปราย ลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้อย่างต่อเนื่อง คล้ายจะปลอบประโลมร่างบางที่ยังคงร้องไห้อยู่อย่างนั้น 




         ชานนี่...... ได้โปรด ... อย่าร้องไห้ ... 


        ฉันอยู่ตรงนี้..... อย่าร้องไห้เลยนะ ....






         





           

6 comments:

  1. ฮื่ออออ ทำไมมันเศร้าได้ขนาดนี้คะพี่หนึ่ง ㅠㅠ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นแนวแบบเลิกกันแล้วซะอีก ถึงแม้บยองจะจากไปแต่ก็ยังอยู่ข้างชานฮีไม่ไปไหน แง ;^; ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ >_<

    ReplyDelete
  2. ถึงตัวจะอยู่คนละโลก แต่ความรักของทั้งคู่ก็ยังคงเหมือนเดิม งื้อออออออออออออทำไมมันเศร้าแบบนี้ค่ะㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    ReplyDelete
  3. บยองเป็นอะไรหนอทำไมทิ้งชานฮีไป

    ReplyDelete
  4. จดหมาย ในจดหมายนั้นเขาเขียนอะไร แต่การที่ไม่มีเนื้อความบอกก็ให้คนอ่านมโนต่อเอาเอง
    ความคิดถึง ความโหยหา ซึ่งมันจะมากจะน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของคนอ่าน
    มันเป็นความรู้สึกที่ว่า...เข้าใจว่าความเป็นจริงคืออะไร ยอมรับว่าเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
    แต่ก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ดี บางครั้งเวลามันก็ไม่ช่วยอะไรถ้าใจยังยึดติด
    รู้ทั้งรู้ว่าเราไม่ควรจะไปกวนตะกอนที่นอนก้น แต่มันก็ทำไม่ได้ อันนี้อยู่ที่เราเน่ะ
    แผลยังไม่หายดีก็ไปย้ำมันอยู่เรื่อยๆ ไม่แปลกที่จะเจ็บปวดกันขนาดนี้
    คือมีความรู้สึกว่าชานฮีร่ำไห้แรงมาก มันก็เป็นข้อดีที่เขาจะได้ระบาย
    ถ้าร่ำเบาๆแบบเก็บกดมันจะบีบหัวใจมากกว่านี้ มันก็เศร้าอยู่นะ
    แต่พอมองความขัดกันในตัวของชานฮีแล้วแบบ...ซ่อนกล่อง แต่ไปคุ้ยมา
    รู้ว่าไม่ควรขุดอดีต แต่นั่งอ่านจดหมาย แล้วก็นั่งร้องไห้ ก็เข้าใจแหละว่าทำไม
    แต่สงสารบยองฮอน ต้องมานั่งมองเขาร้องไห้แล้วตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย
    เป็นได้แค่สายลม แล้วเป็นสายลมที่เขาไม่รู้อีกต่างหาก บยองเจ็บไหม ปวดแค่ไหน ชานฮีจะไม่มีทางรู้เลย

    ReplyDelete
    Replies
    1. เป็นเม้นที่อ่านหลายรอบมากและอินเหมือนอ่านฟิคอีกที ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ 😣😣😣🙏🙏🙏

      Delete
  5. ระหว่างคนอยู่กะคนจากไปอันไหนเจ็บปวดกว่ากัน.??
    อีกคนก็นั่งคิดถึงคนที่จากไป คนที่จากไปก็ได้แต่เฝ้ามองคนที่รักเสียใจแต่ทำไรไม่ได้. เจ็บ

    ReplyDelete