Wednesday, June 22, 2016

OS : Spring Call : BYUNGCHAN

OS :  Spring Call : BYUNGCHAN 

       

        

        ดวงตากลมของชานฮีกำลังค่อยๆไล่อ่านบทละครที่ได้รับมาด้วยความตั้งใจกระทั่งตัวอักษรสุดท้าย ปากบางคลี่ยิ้มให้คนตรงหน้าพร้อมเอ่ยชม

       " ดีมากเลยล่ะ " 

        รอยยิ้มจากปากเรียวของชายร่างโปร่งตรงหน้าถึงกับปริออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่

        " จริงเหรอครับ ? "

        " อื้ม โดยเฉพาะฉากจบที่ให้เสียงโทรศัพท์ดังในในห้องพระเอก2หน ตอนเที่ยงคืนตรง ดังครั้งเดียวแล้ววางหู คือ NO ดังสองครั้งแล้ววางหูคือ YES นี่คือคำตอบของนางเอก ฉันชอบนะ"

         

        " ...  แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งมากกว่านี้จะดีกว่ามั้ยครับ ? " มือเรียวเกาหัวเบาๆด้วยความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในบทละครที่ตัวเองแต่งนัก ยิ่งต้องมาอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่ชานฮีแล้วยิ่งทำเอาบยองฮอนรู้สึกเกร็งไปหมด 


        บยองฮอนเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสองของโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งในกรุงโซล เขาอยู่ชมรมการแสดง ซึ่งทุกปีจะมีงานแสดงละครเพื่อต้อนรับเด็กปีหนึ่งที่จะเข้ามาใหม่ 

         


        ยังจำได้ดีตอนที่เข้าปี1มา ครั้งแรกที่ได้ดูชมรมการแสดงละคร บทของคนที่เล่นเป็นนางเอกนั้น... คนๆนั้นเป็นผู้ชาย ผู้ชายร่างบางที่มีใบหน้าหวานคล้ายผู้หญิง...  รอยยิ้มนั้น...  รู้ตัวอีกที สายตาก็เอาแต่จับจ้องอยู่ที่คนๆนั้น ... 


        " แค่นี้แหละโอเคแล้ว " รอยยิ้มหวานถูกส่งมาพร้อมมือเล็กที่ตบบนไหล่หนาเป็นเชิงให้กำลังใจ

        " ชานฮีอยู่ที่นี่เอง กำลังตามหาอยู่เลย " เสียงทุ้มต่ำตะโกนมาจากทางด้านหลังของคนทั้งคู่ 

        บยองฮอนมองหน้ารุ่นพี่อีกฝ่าย พร้อมผงกหัวให้ 

        

       " เอ่อ พี่มินซูครับ ผมเขียนบทเสร็จแล้วครับ " มือเรียวยื่นบทให้ประธานชมรมละครตรงหน้า มินซูรับมาทำเป็นอ่านผ่านๆ แล้วบอกว่า

      " ไม่อยากจะพูดเลย บทละครของนายมันไม่ค่อยได้เรื่อง จำเรื่องที่เล่นครั้งที่แล้วได้มั้ย? แค่มีชื่อประธานอย่างฉันอยู่ร่วมในการเขียนบท แล้วผลเป็นไงมีแต่คนชอบ"

     " ....................... "

     " เนื่องจากเราจะจัดงานรับน้องใหม่ที่จะมาในเดือนเมษายนนี้ ในฐานะประธานฉันเลยตั้งใจว่า คราวนี้ฉันจะเป็นคนเขียนบทเอง ก็.. อยากบอกแค่นี้ล่ะ " มือหนาโยนบทละครลงตรงหน้าบยองฮอน

  

    "  ยังไงตอนนี้นายก็ว่างแล้ว งั้นนายไปช่วยรุ่นน้องจัดทำอุปกรณ์การแสดงจะดีกว่านะ ที่ห้องงานช่างน่ะ "

     " ครับ พี่มินซู" 

     ทันทีที่ขาเรียวก้าวออกไปเสียงทุ้มต่ำของประธานชมรมละครก็เปลี่ยนเป็นเสียงหวานเรียกร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มทันที

     

       ชมรมการแสดงมีรุ่นพี่มินซูเป็นประธานชมรม และรองประธานคือรุ่นพี่ชานฮี ผู้ชายตัวบางหน้าหวานที่ใครๆในโรงเรียนต่างก็ให้ชื่นชอบ ส่วนตัวบยองฮอนรับหน้าที่เกี่ยวกับบทละครอีกครั้ง เนื่องจากปีที่แล้วบทที่เขาเขียนเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน ปีนี้เขาจึงได้รับหน้าที่นี้อีกครั้ง
         

       ใบหน้าคมที่กำลังตอกตะปูลงบนแผ่นไม้ที่ห้องงานช่างอย่างตั้งอกตั้งใจในตอนนี้ถูกจัดจังหวะขึ้น

      " เอ่อ รุ่นพี่บยองฮอนครับ ช่วยกรุณาไปซื้อกาแฟกระป๋องให้พวกผมหน่อยได้มั้ยครับ สองกระป๋องนะครับ"


       " ก็ได้ สองกระป๋องนะ? " มือเรียวยื่นไปรับเงินจากรุ่นน้องจงฮยอน แล้วเดินออกจากห้องงานช่างไป


        เมื่อจงฮยอนเห็นว่าบยองฮอนเดินออกไปแล้วจึงตะโกนนออกมา

      " ไชโย ฉันชนะ ชางฮยอนนายเอาเลยมาเลย 5000 วอน ตามที่ตกลงกันไว้ "

      คนตัวเล็กกว่ายื่นเงินให้อีกฝ่ายพลางบ่น

     " บ้าจริง ไม่อยากจะเชื่อเลย "

    " ก็บอกแล้วไงว่ารุ่นพี่บยองฮอนน่ะใจดี "

    " แบบนี้มันดีไปอ่ะ ขนาดรุ่นน้องใช้ยังยอม? เฮอะ"




         หลังจากเสร็จสิ้นงานชมรมบยองฮอนรีบกลับมาที่บ้านของเขา

       " กลับมาแล้วครับ "


       " กลับมาแล้วเหรอบยองฮอน จะทานข้าวเลยมั้ย?"

       " ขอออกไปเอาเหงื่อที่บ้านคุณตาก่อนครับ ไปล่ะครับแม่ " ขาเรียวรีบวิ่งออกไปโดยแบกถุงเป้คู่กายคิดไปด้วย

      " เฮ้อ ลูกคนนี้นี่ไม่ว่าจะมีอะไรก็ไม่ยอมขาดเลยนะสำหรับรายการนี้ " เสียงบ่นกับตัวเองของผู้เป็นแม่เปรยขึ้นเบาๆ 

     " แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพื่อตัวของบยองฮอนเอง "


      




            เช้าวันรุ่งขึ้นบยองฮอนไปโรงเรียนตามปกติ จนถึงช่วงเวลาพักเที่ยง เพื่อนในห้องตะโกนเรียกว่ามีคนมาหา พอหันไปมองตามทิศทางที่เพื่อนชี้ เขารู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยเมื่อเห็นหน้าคนที่มาหาเขา


            ช่วงหัวค่ำชานฮีแยกย้ายกับเพื่อนในห้องหลังจากที่ไปซื้อของที่จะต้องมาใช้ทำรายงานด้วยกัน เขาเดินผ่านสวนสาธารณะที่ขณะนี้ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก แถมเสาไฟฟ้าเจ้ากรรมที่เคยมีไว้ส่องทางก็ดันมาเสียในวันนี้อีก 

           ถึงอย่างนั้นร่างบางก็ไม่ได้คิดอะไรยังคงเดินกลับบ้านไปทั้งๆที่ถนนมืดๆแบบนั้น

           อยู่ๆก็มีใครบางคนที่ด้านหลังเข้ามาสวมกอดร่างบางไว้ ด้วยความตกใจชานฮีถึงกับหลุดร้องออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนจากใครบางคนที่กำลังวิ่งเข้ามา 

          " หยุดนะ! " 


           หมัดหนาต่อยเข้าที่หน้าของคนที่เข้ามาทางด้านหลังทำให้ชายคนนั้นวิ่งหนีหายไปในความมืด 

           " ไม่เป็นไรนะ ชานฮี " คนที่เข้ามาช่วยเขาไว้คือประธานชมรมนั่นเอง

           " มินซู ! "


         ตัดภาพมาที่ร้านกาแฟไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก บยองฮอนกำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองถ้วยชาร้อนตรงหน้าอยู่คนเดียว ตาเรียวมาสะดุดที่แขนเสื้อนักเรียนของตัวเองเข้าว่ากระดุมนั้นหายไปเม็ดนึง เสียงกริ่งประตูดังขึ้นเนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาในร้าน ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาบยองฮอน

          " เป็นไงบ้าง ไอน้อง "

          " ตอนแรกไม่เห็นพี่บอกว่าจะมีการชกด้วย" มือเรียวแตะบริเวณแก้มที่มีรอยช้ำจางๆอยู่ 


         " โทษที ๆ บทมันพาไปน่ะ " มินซูนั่งลงตรงข้ามพร้อมยิ้มตาหยี


        " แล้ว... รุ่นพี่ชานฮีเป็นยังไงบ้างครับ? "


        " อย่างน้อยก็เหมือนเป็นหนี้ฉันล่ะ ต่อไปชวนไปไหนคงไม่กล้าปฏิเสธเหมือนทุกครั้งน่ะ ฮะฮะฮ่า"

        " เอ่อ พี่ไม่คิดว่ามันจะง่ายไปหน่อยเหรอครับ? "


        " ละครมันก็ต้องดูง่ายๆอย่างนี้แหละ เอ้า! นี่เป็นบทละครที่จะใช้คราวนี้ เมื่อคืนฉันนั่งเขียนปุ๊ปก็เสร็จปั๊บเลย ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า"

       มือเรียวยื่นไปหยิบบทละครที่วางตรงหน้าของตนมาพลิกอ่านที่ละหน้าๆ เนื้อหาบทละครที่ประธานมินซูเขียนนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง

      บทพระเอกถูกเหล่าสำนักคาราเต้คนร้ายไล่ล่าก็เลยไปฝึกวิชาต่อสู้กับพ่อที่เก่งกาจ 7วันต่อมาก็ถล่มสำนักขั่วร้ายนี้จนราบ 10วันต่อมาก็ชนะเลิศแข่งคาราเต้ระดับทั่วประเทศได้เงินรางวัลก้อนใหญ่กับรถนอกสุดแพง จึงพานางเอกขับรถท่องชายหาด 


     " เอ่อ...ผมว่าบทมันยิ่งกว่าง่ายเกินไปอีกนะครับเนี่ย" 

     " คนที่ต้องเล่นเป็นนางเอกคืออีชานฮี ส่วนพระเอกก็ต้องเป็นประธานผู้รูปหล่ออย่างฉัน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เพราะว่านายช่วยฉันในวันนี้ ดังนั้นฉันจะให้นายร่วมแสดงด้วย รับบทเป็นผู้ร้ายเหมือนที่นายแสดงเมื่อกี๊ไง ฮ่าฮ่าฮ่า! " 


       " .................................. "

       " แต่ขอถามอีกทีเถอะ นายไม่ได้คิดอะไรกับชานฮีแน่นะ?"

      " ครับ ... งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ "

    


        หลังจากที่ลากับประธานมินซู บยองฮอนรีบวิ่งกลับมาที่บ้านของเขา เสียงเปิดประตูดังขึ้นเมื่อผู้เป็นแม่เห็นว่าเป็นลูกชายตัวเองก็ถามว่ากินอะไรมาหรือยัง


          บยองฮอนคว้าเอากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ในมุมประจำตะโกนตอบแม่ของเขาเหมือนทุกครั้ง " ขอออกไปเอาเหงื่อที่บ้านคุณตาก่อนครับ "


           " ดึกขนาดนี้แล้วนี่นะ " เสียงบ่นของแม่ตามหลังมา แต่ชายหนุ่มยังคงวิ่งไปตามเส้นทางที่คุ้นชินอย่างไม่หยุด

   




           เช้าวันต่อมาที่ชมรมการแสดง สมาชิกชมรมการแสดงแต่ละฝ่ายยังคงวุ่นวายกับการจัดเตรียมงาน ทั้งเหล่านักเรียนที่จะต้องแสดงบนเวทีต่างก็กำลังทำความเข้าใจกับบทที่ได้และซ้อมท่องบทด้วยกัน

          มินซูเดินไปหยุดที่กองกระเบื้องที่ต้องใช้เข้าฉากด้วย มือหนาลองใช้สันมือตีเบาๆไปที่กองกระเบื้องกองเล็กๆที่ตั้งอยู่คู่กับกองใหญ่ ผลก็คือเขารู้สึกเจ็บที่มือ เขาเลยเดินไปหาจงฮยอนที่กำลังเลื่อยไม้เพื่อทำฉากอยู่

          " จงฮยอน กระเบื้องพวกนั้น? "

          " ครับ พี่มินซู เดี๋ยวตอนแสดงจริงผมจะทำให้มันแตกง่ายให้ครับ "

          " อย่าให้ฉันหน้าแตกก็แล้วกัน" 

          จากนั้นร่างสูงก็เดินไปหาชานฮีที่กำลังซ้อมบทกับ
ชางฮยอนที่เป็นรุ่นน้องปีหนึ่งอยู่

          " ชานฮี พอดีเราอยากปรึกษารายละเอียดเรื่องบทหน่อย ขากลับแวะไปคุยกันที่ร้านกาแฟหน่อยมั้ย?"
   
         " อ้อ ได้สิ " 

         บยองฮอนที่กำลังซ้อมบทผู้ร้ายกับเพื่อนรุ่นเดียวกันทางด้านหลังนั้นพอได้ยินคำชวนของรุ่นพี่มินซูก็ทำได้แค่แอบชำเลืองมองไปยังรุ่นพี่ชานฮี เมื่อเห็นสีหน้าที่ตกปากรับคำอย่างเป็นปกติก็ได้แต่ก้มหน้าแล้วยิ้มแห้งๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว


       ตอนนี้เขาอยากไปบ้านคุณตาทำกิจวัตรประจำวันของเขามากแต่เนื่องจากพื้นโรงฝึกผุพังไปหลายจุด ทำให้คุณตาต้องจักการซ่อมและงดใช้โรงฝึกเป็นเวลา  1อาทิตย์ ทำให้บยองทำได้แค่วิ่งกลับบ้านแทนเมื่อเสร็จสิ้นการซ้อมบทของวันนี้
     


        3 วันต่อมา ช่วงพักหลังจากที่ซ้อมคิวบทละครกันไป บยองฮอนนั่งพิงกำแพงพลางอ่านบทละครไปด้วย อยู่ดีๆมือซ้ายของบยองฮอนก็สั่น เขายกมันขึ้นมาดูแล้วใช้มือขวาจับข้อมือซ้ายไว้ เสียงหวานที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง 

       " ฉันว่าให้จบแบบโทรศัพท์ดังสองครั้งตามที่บยองฮอนแต่งดีกว่าอีกนะ"

       หน้าคมเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหวานด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกนัก จากนั้นก็รีบหลบสายตา

      " แต่มินซูก็ดูจะมั่นใจในบทที่เขาแต่งมาก บางทีเขาอาจมีพรสวรรค์ทางนี้จริงๆก็ได้มั้ง? " 

       " นั่นสินะครับ "

       ชานฮีมองหน้ารุ่นน้องที่ยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้นพลางถอนหายใจและเบ้ปากเล็กน้อย

       " บยองฮอนมานี่หน่อย " เสียงตะโกนจากมินซูดังแทรกขึ้นมา บยองฮอนรู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้อยู่พูดคุยกับรุ่นพี่ชานฮีต่อ และเดินไปหาคนที่ตะโกนเรียกเขาแทน


        นีแอลเพื่อนห้องเดียวกับบยองฮอนเป็นรุ่นน้องที่สนิทกับชานฮีเดินเข้ามาหาร่างบางที่ยังคงยืนมองบยองฮอนเดินออกไป
 
        " พี่ชานฮี จะไม่โต้แย้งอะไรเลยจริงๆเหรอกับบทที่พี่มินซูแต่งแบบนี้น่ะ ? ทำไมไม่ให้บยองฮองเขียนคนเดียวไปให้หมดเลยนะ ละครเรื่องก่อนบยองฮอนเขียนไว้ดีมากเลยแต่ถูกพี่มินซูเปลี่ยนซะเละเทะไปหมด คิดว่าเป็นประธานจะทำอะไรก็ได้เหรอไง "

       " มันไม่ใช่อยู่ที่มินซูหรอก" ร่างบางพูดพลางหยิบกระดุมเม็ดเล็กในกระเป๋ากางเกงขึ้นมามอง

       " มันอยู่ที่คนที่ยอมให้มินซูเปลี่ยนบทต่างหาก ยอมให้มินซูแสดงบทดีๆไปคนเดียว... "

        " พี่หมายถึงอะไรน่ะ ? แล้วนั่นกระดุมอะไร? " นีแอลทำหน้างงใส่อีกคน

         ชานฮียิ้มเล็กๆก่อนเดินออกไปโดนไม่ได้ตอบอะไร


         ทางด้านบยองฮอนกับมินซูที่เดินออกมาคุยกันนอกชมรม ผู้เป็นประธานชมรมยื่นบทละครให้รุ่นน้อง

        " วันพรุ่งนี้ก่อนจะเริ่มซ้อมกัน ฉันจะถามความเห็นผู้เขียนบท นั่นก็คือนาย ฉันขอให้นายเสนอให้มีฉากจูบกับชานฮีเพิ่มขึ้นมาและนายต้องยืนยันว่าต้องมีฉากนี้เพื่อละครจะได้เป็นที่ฮือฮาของผู้ชม"

        " จูบ... เหรอครับ? " บยองฮอนมองหน้าอีกฝ่ายคล้ายจะทวนคำถามว่าตนเองได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า

        " ใช่ ตอนแรกฉันกะจะเขียนลงไปแล้วล่ะ แต่กลัวคนอื่นหาว่าไม่ซื่อ ดังนั้นจึงต้องให้นายเป็นคนเสนอเองไงเล่า "

       " .......................... "


       " ตามบทที่ฉันตั้งใจไว้คือ ไฟจะค่อยๆดับมืดลงก่อนจะจูบกัน แต่ถึงไฟจะมืดแล้วฉันก็จะไม่หยุด อยู่บนเวทีแบบนั้น ชานฮีต้องตามน้ำไปแน่ๆอยู่แล้ว มันต้องสำเร็จแน่นอน ช่วยหน่อยนะไอ้น้อง! "


        " .......................... " 


      มือหนาวางบนไหล่ของบยองฮอนที่ยังคงเงียบไม่ตอบอะไร ซึ่งมันผิดวิสัยของคนตัวเล็กที่ปกติแล้วจะตอบรับคำขอร้องของคนอื่นอยู่เสมอ


         " เป็นอะไรไป? หรือจริงๆแล้วนายก็เล็งชานฮีไว้เหมือนกัน" มินซูจ้องเขม็งไปยังใบหน้าคมของบยองฮอน

        " ปะ.. เปล่าครับ เพียงแต่อยู่ดีๆมือมันก็สั่นขึ้นมาเฉยๆ น่ะครับ "

       " ไม่สบาย? "


       " มันหยุดสั่นแล้วครับ งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ ลาล่ะครับประธาน " ผงกหัวลงเล็กน้อยให้อีกฝ่ายแล้วรีบก้าวขาจากมา ร่างโปร่งรู้สึกถึงควาทอึดอัดแบบแปลกๆภายในร่างกายของตัวเขาเองอย่างบอกไม่ถูก


         เมื่อมาถึงที่บ้านด้วยความเคยชิน บยองฮอนรีบคว้าเอาเป้คู่ใจกำลังจะก้าวขาออกไป ผู้เป็นแม่เห็นเลยเอ่ยถามว่าจะไปไหน ? เพราะโรงฝึกของคุณตายังคงซ่อมไม่เสร็จ ร่างสูงนึกขึ้นได้จึงเดินกลับมาวางกระเป๋าเป้ไว้ที่เดิม และเดินไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรกินแทน

        หลังจากอาบน้ำเสร็จบยองฮอนกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง ตาเรียวเหลือบไปเห็นบทที่มินซูให้มาเมื่อตอนเย็น เขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ มือเรียวเอื้อมไปหยิบบทละครแล้วยัดใส่กระเป๋านักเรียนแล้ววางไว้บนโต๊ะนักเรียน จากนั้นก็เข้านอน

      

        วันรุ่งขึ้นขณะที่จงฮยอนกำลังทาสีฉากอยู่นั้นเมื่อเขาเห็นบยองฮอนกำลังเดินผ่านหน้าห้องอุปกรณ์เขาจึงตะโกนเรียก

       " พี่บยองฮอนเห็นประธานมินซูมั้ยครับ? "

       " ไม่เห็นเว้ย" เสียงแข็งๆของอีกฝ่ายที่ตอบกลับทำให้จงฮยอนไม่แน่ใจว่าหูฝาดไปหริอเปล่า

       " เอ่อ... พี่ว่าไงนะครับ? "

       " อะไรเหรอ? " 

       " เอ้อ เปล่าครับ " เมื่อเห็นว่าบยองฮอนก็เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นจงฮยอนจึงคิดว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไปเอง 



         ณ ชมรมการแสดงวันนี้ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้งตามที่ประธานชมรมนัดหมาย ชานฮีเห็นบยองฮอนนั่งก้มหน้าเงียบๆอยู่คนเดียว เลยเดินเข้าไปหา

       " เป็นอะไร ? ดูหน้าซีดๆไม่สบายหรือเปล่า? " มือบางแตะลงบนบ่าของบยองฮอน

       " เอ่อ.. ปะ ... เปล่าครับพี่ชานฮี "
 
       ดวงตาคมมองใบหน้าหวานแล้วเสมองไปยังกลุ่มของกระเบื้องที่วางซ้อนๆกัน ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นคือภาพของกระเบื้องที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ เขาเริ่มรู้สึกตาลาย หูอื้อ และมือสั่น เสียงทุ้มต่ำของมินซูที่กำลังคุยถึงบทละครดังเข้ามาในหู

       "เรื่องแรกที่จะคุยวันนี้ คืออยากจะถามความคิดเห็นเรื่องบทที่พวกเราจะแสดงหน่อย ใครรู้สึกว่าบทมีอะไรควรเปลี่ยนแปลงบ้างล่ะก็ พูดออกมาได้เลย "

       " ผมครับ ผมอยากจะขอให้ ... " เสียงรุ่นน้องอย่างนีแอลยังพูดไม่ทันจบ มินซูก็รีบขัดขึ้นมาทันที

     " ว่าไงบยองฮอน? นายเป็นนักเขียนบทประจำชมรมของเรา อยากให้มีอะไรเพื่มเติมบ้างมั้ย? "

      " ..............  "

      " หืม? " มินซูขยิบตาให้กับบยองฮอนตามที่เตี๊ยมกันไว้ แต่บยองฮอนกลับเพียงแค่ยิ้มแห้งๆส่งมาให้เขา


      " เอ่อ... ขอโทษนะครับ " ขาเรียวลุกขึ้นทำท่าจะก้าวขาเดินออกไป แต่ถูกมินซูดึงคอเสื้อไว้จากทางด้านหลัง

      " นายจะไปไหน? ฉันกำลังถามความคิดเห็นของนายอยู่นะ! "

     " เดี๋ยวผมจะรีบกลับมาขอออกไปออกแรงเอาเหงื่อออกสักหน่อยครับ "


      " ตอบคำถามฉันก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยไป ตกลงจะให้แก้ตรงไหนบอกมาเลย !?" รู้สึกยังไงก็พูดออกมาตรงๆเลย" ดวงตาเรียวมองหน้าคนที่จับคอเสื้อเขาอยู่ สติค่อยๆพร่าเบลอ 

     " ใช่ " เสียงห้วนๆดังออกมาจากปากเรียว ทำให้มินซูรู้สึกแปลกใจ

     " ใช่อะไร? "

    " ที่รุ่นพี่พูดน่ะถูกแล้ว ผมชอบรุ่นพี่ชานฮี ชอบมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้ว " 

     " นี่แกพูดอะไร ฉันถามเกี่ยวกับบทนะ "

      บยองฮอนระเบิดเสียงหัวเราะใส่อีกฝ่ายทันที มือเรียวเอื้อมไปหยิบบทละครที่มินซูถืออยู่พลางฉีกทิ้ง

     " ละครของรุ่นพี่มันห่วย มันไม่มีอะไรแก้ไขได้เลย ฝึกอาทิตย์เดียวปราบผู้ร้ายได้ อีก10วันต่อมาได้เป็นแชมป์เกาหลี? พี่คิดว่าคาราเต้เป็นอะไรกัน!" ร่างโปร่งตรงเข้าไปทำลายฉากบางส่วนที่เสร็จแล้วรวมทั้งกองกระเบื้องที่ตั้งไว้จนพัง ท่ามกลางสายตาและความเงียบงันของคนในชมรมเพราะความประหลาดใจที่เห็นบยองฮอนด้านนี้ 

       "ฟู่.... " เสียงลมหายใจของบยองฮอนถูกปล่อยออกมาพร้อมสติที่ค่อยๆกลับมาด้วย ดวงตาเรียวมองไปยังสภาพห้องที่เละเทะ สีหน้าที่กำลังประมวลผลด้วยความงุนงงกับภาพที่เห็น


       " ออกไป! แกถูกไล่ออก!  " เสียงตะโกนจากผู้ที่เป็นประธานดังขึ้นพร้อมชี้นิ้วใส่เขา


        หลังจากที่บยองฮอนเดินออกไปจากห้องชมรมแล้ว มินซูก้มลงไปเก็บเศษกระเบื้องที่กระจายด้วยฝีมือของบยองฮอน


      " ไอบ้าเอ๊ย!! กระเบื้องที่อุตส่าห์ดัดแปลงอย่างยากเย็น!! "

      " เอ่อ ... ผมยังไม่ได้ดัดแปลงให้เลยครับ" เสียงจงฮยอนที่ช่วยเก็บกระเบื้องอยู่ข้างๆพูดขึ้น


     " ใช่แล้ว!! เอาอย่างนี้มั้ยทุกคน? ตอนจบใส่เลิฟซีนเข้าไปแทน ยังไงกระเบื้องพวกนี้ก็พังหมดแล้ว เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยใช่มั้ย?! "

      สายตาของสมาชิกชมรมต่างมองมาที่ประธานโดยไม่มีใครพูดอะไร 

     " เป็นอันว่าตกลงใช่มั้ย? " 


      นีแอลเดินตรงมายังที่มินซู พลางยิ้มหวานให้


     " ผมว่าพี่คงเหนื่อยเกินไป พี่ควรกลับไปพักได้แล้วครับ เดี๋ยวทางนี้พวกเราจะจัดเองครับ ใช่มั้ยพวกเรา? "


       สมาชิกพากันพยักหน้ากับข้อเสนอของนีแอล และมีบางคนช่วยกันดันมินซูออกจากห้องชมรม พลางย้ำว่าต้องการให้ไปพักผ่อน 


        ขาเรียวของบยองฮอนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงฝึกคาราเต้ ขณะนั้นมีชายสูงอายุเดินออกมาพอดี เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกพลางโบกไม้โบกมือให้

      " บยองฮอนพรุ่งนี้มาฝึกได้แล้วนะ โรงฝึกซ่อมเสร็จแล้วนะ " 


       " ครับ คุณตา " ปากเรียวตอบออกไปพร้อมรอยยิ้ม อยู่ๆคำพูดของแม่ก็แว่บเข้ามาในหัวของเขา


         ลูกน่ะเป็นคนอารมณ์ร้อนตั้งแต่เล็กแล้ว เพราะคุณตาทำให้อารมณ์ของลูกสงบลงได้ 

        " ฝึกซ้อมเอาเหงื่อก็เพื่อขจัดพลังที่เกินเลยออกไป.... 

         รอยยิ้มนั้น... คงไม่ได้เห็นอีกแล้วสินะ " เขาบ่นกับตัวเองเบาๆพลางนึกถึงใบหน้าหวานของรุ่นพี่ชานฮีตอนที่ส่งยิ้มมาให้เขา จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินเลยไปยังที่บ้านของเขาที่อยู่ใกล้ๆกับโรงฝึก





            " ที่รุ่นพี่พูดน่ะถูกแล้ว ผมชอบรุ่นพี่ชานฮี ชอบมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้ว " 


            คำพูดของคนที่เป็นรุ่นน้องยังก้องอยู่ในหูของชานฮี ร่างบางที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงอมยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา ดวงตากลมเหลือบดูนาฬิกาที่หัวเตียง อีก5นาทีก็จะถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขาทำท่าครุ่นคิดแล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงลุกจากเตียงไปยังชั้นหนังสือที่ตนวางโทรศัพท์มือถือไว้อยู่ มือเล็กไล่กดหารายชื่อหนึ่ง แล้วรอให้เวลาหน้าจอเป็น 00.00 จากนั้นก็กดโทรออกไปยังปลายทาง รอเสียงสัญญาณดังสองครั้ง จากนั้นก็กดวางสายไป 


           " นี่คือคำตอบของฉันนะ " เขาพูดเบาๆกับโทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้มีชื่อคนที่โทรออกไปล่าสุดว่าอี บยองฮอน




           เข้าสู่ปลายเดือนมีนาคม ณ ชมรมการแสดง ชางฮยอนที่กำลังเตรียมบทการแสดงเพื่อมี่จะแจกให้กับสมาชิกชมรม  ที่หน้าปกของบทละครมีรูปโทรศัพท์ และกลีบดอกซากุระสีชมพูประปราย หัวข้อเป็นตัวหนังสือสีดำขนาดใหญ่มีข้อความว่า 


ละครรับน้องใหม่จากชมรมการแสดง เรื่อง Spring Call  

ประพันธ์และนำแสดงฝ่ายชาย / อี บยองฮอน
นำแสดงเป็นฝ่ายหญิง / อี ชานฮี
และต่อจากนั้นก็เป็นรายชื่อของผู้เล่นละครและฝ่ายต่างๆ และรายชื่อสุดท้าย 

รายชื่อของผู้ประสานงาน / บัง มินซู






        





         



      



  



     


      




     




         







       

 

2 comments:

  1. พี่แคป พี่ช่างร้ายกาจนัก แต่บยองกล้าเหมือนคนอื่นเค้าแล้ว ฟินนนนนน><

    ReplyDelete
  2. ตอนแรกก็สงสัยทำไมบยองต้องเอาเหงื่อออก เพราะเป็นคนอารมณ์ร้อนนี่เอง

    ReplyDelete